วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569

อียูแบนการนำเข้าเนื้อสัตว์ทั้งหมดจากบราซิล

 คณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า บราซิลไม่สามารถให้หลักประกันได้เพียงพอ ว่าการส่งออกเนื้อสัตว์ของตนเป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรปที่มุ่งป้องกันการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมในการเลี้ยงสัตว์ สหภาพยุโรปมีข้อห้ามไม่ให้ใช้สารต้านจุลชีพ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของปศุสัตว์ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ

สหภาพยุโรปจะระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่นๆ จากบราซิลตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายนนี้ เป็นต้นไป โดยกรุงบรัสเซลส์ระบุว่าการระงับดังกล่าวจะมีผลจนกว่าบราซิลจะสามารถให้หลักประกันได้ว่ากำลังปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสุขภาพสัตว์ของสหภาพยุโรปอย่างครบถ้วน

คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า บราซิลไม่สามารถให้หลักประกันได้เพียงพอ ว่าการส่งออกของประเทศเป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป ที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมในการเลี้ยงปศุสัตว์ “บราซิลจะไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกสัตว์ที่ใช้ผลิตอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีจุดประสงค์เพื่อการบริโภคของมนุษย์เข้าสู่สหภาพยุโรปอีกต่อไป” โฆษกหญิงของคณะกรรมาธิการยุโรปให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคมที่ผ่านมา

มาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภท ได้แก่ เนื้อสัตว์ปีก เนื้อสัตว์ ไข่ น้ำผึ้ง และไส้สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ทางกรุงบรัสเซลส์ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าการนำเข้าจะกลับมาดำเนินการได้เมื่อใด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บราซิลถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อประเทศของสหภาพยุโรปที่ ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ ปัจจุบัน การตรวจประเมินภาคอุตสาหกรรม สัตว์ปีกและน้ำผึ้งของบราซิล มีกำหนดแล้วเสร็จในวันศุกร์นี้ หากผลการตรวจออกมาเป็นบวก และได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป การส่งออกเนื้อสัตว์ปีกของบราซิลไปยังอียูอาจกลับมาดำเนินการได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าเนื้อวัวจากบราซิลอาจใช้เวลานานกว่านั้น ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้กลับมาส่งออกสู่ตลาดสหภาพยุโรปอีกครั้ง

นิตยสารการเกษตรของเยอรมนี คำนวณว่า นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.๒๕๖๙ จนถึงขณะนี้ บราซิลได้ส่งออก เนื้อวัวสดและเนื้อวัวแปรรูป ไปยังสหภาพยุโรปแล้วประมาณ ๕๙,๐๐๐ ตัน และส่งออก เนื้อสัตว์ปีก ประมาณ ๑๙๗,๐๐๐ ตัน ในขณะเดียวกัน การส่งออก เนื้อสุกรแปรรูป จากบราซิลไปยังสหภาพยุโรป มีเพียง ๒๖ ตัน เท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง การระงับการนำเข้าของอียู จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม สัตว์ปีกของบราซิลมากที่สุด รองลงมาคือ อุตสาหกรรมเนื้อวัว ขณะที่ภาคเนื้อสุกร แทบไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีปริมาณการส่งออกไปยังอียูน้อยมากอยู่แล้ว

 

เกษตรกรฝรั่งเศสวิจารณ์อย่างหนัก

คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ระยะเวลาของการระงับนำเข้าจะขึ้นอยู่กับว่าบราซิลสามารถแสดงให้เห็นได้รวดเร็วเพียงใดว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปอย่างครบถ้วน โฆษกหญิงของคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า “บราซิลเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของสหภาพยุโรป และเรากำลังทำงานร่วมกับทางการบราซิลอย่างใกล้ชิด ในลักษณะที่สร้างสรรค์และเป็นบวก เพื่อให้มั่นใจว่าบราซิลปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้” เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อสามารถพิสูจน์ได้ว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดแล้ว การส่งออกไปยังสหภาพยุโรปก็จะสามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง

สหภาพยุโรป มีความต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดและความระมัดระวังในการบังคับใช้มาตรการต่างๆ หลังจากเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากเกษตรกรและจากรัฐบาลฝรั่งเศส ภายหลังการลงนามข้อตกลงการค้าเสรี เมื่อเดือนมกราคมปี พ.ศ.๒๕๖๙ กับกลุ่มประเทศ เมอร์โคซูร์ ในอเมริกาใต้ ซึ่งประกอบด้วย อาร์เจนตินา บราซิล อุรุกวัย และปารากวัย การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวมีสาเหตุจากความกังวลว่า การเปิดเสรีทางการค้าอาจส่งผลให้สินค้าเกษตรและปศุสัตว์จากประเทศเหล่านี้เข้ามาแข่งขันกับเกษตรกรในสหภาพยุโรปมากขึ้น และอาจมีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างจากข้อกำหนดที่เข้มงวดของอียู

ในปี พ.ศ.๒๕๖๘ บราซิลเป็นผู้ส่งออกเนื้อวัวรายใหญ่อันดับสองให้แก่สหภาพยุโรป โดยส่งออกเนื้อวัวมากกว่า ๙๒,๐๐๐ ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า ๒.๗ หมื่นล้านบาท สหภาพยุโรปมีข้อห้ามการใช้ สารต้านจุลชีพ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของปศุสัตว์ และยังจำกัดการใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดที่สงวนไว้สำหรับการรักษาในมนุษย์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมและลดปัญหา การดื้อยาต้านจุลชีพ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสุขภาพของประชาชนทั่วโลก

เอกสารอ้างอิง

Le Monde. 2026. EU suspends Brazilian meat imports over health concerns. [Internet]. [Cited 2026 Sep 8]. Available from: https://www.wattagnet.com/poultry-meat/diseases-health/avian-influenza/news/15834291/bulgaria-france-record-first-seasons-first-avian-flu-cases-in-poultry

ภาพที่ ๑ โครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการเผชิญการระบาดของโรคไข้หวัดนก (แหล่งภาพ Roy Graber | DALL-E)



วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

โครงสร้างอุตสาหกรรมสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นรับมือหวัดนก

โครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการเผชิญการระบาดของโรคไข้หวัดนก

การศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าปัจจัยหลากหลายด้านส่งผลต่อศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมในการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง นับตั้งแต่สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยุโรปพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเพียง ๑ เหตุการณ์ใหม่เท่านั้น เป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่สะท้อนถึงการชะลอตัวของการติดเชื้อตามฤดูกาลในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบการติดเชื้อรายใหม่ในนกป่าทั่วทวีปยุโรปในช่วงเวลาดังกล่าว บ่งชี้ว่าไวรัสก่อโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ อาจกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังใกล้เข้ามา

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า การรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพในระดับสูง ช่วยปกป้องสัตว์ปีกในแต่ละฟาร์มจากโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่เผยแพร่ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ปัจจัยในระดับอุตสาหกรรมที่กว้างกว่านั้นก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน ตามข้อมูลของ ราชวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์ หรืออาร์วีซี มองว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในสหราชอาณาจักร ได้แก่ การวางแผน การมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และความเสี่ยงทางการเงิน ล้วนมีผลต่อความสามารถในการรับมือกับการระบาดของโรค

จากการศึกษาของอาร์วีซี ที่ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ พบว่าการวางแผนและการประกันภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสามารถในการรับมือกับโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง ผลการศึกษาระบุว่า การเลือกที่ตั้งฟาร์มสัตว์ปีกขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหน่วยงานท้องถิ่น ต้องสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของเกษตรกร ความต้องการของชุมชนโดยรอบ และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เนื่องจากทางเลือกด้านการประกันภัยสำหรับโรคไข้หวัดนกยังมีอยู่อย่างจำกัด ความเสี่ยงทางการเงินจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดการเมื่อเกิดการระบาด และการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติหลังจากการระบาดสิ้นสุดลง นักวิจัยยังพบอีกว่า แต่ละภาคส่วนของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก ได้แก่ ธุรกิจการผลิตเนื้อสัตว์ปีก ธุรกิจการผลิตไข่ และธุรกิจสัตว์ปีกที่เลี้ยงเพื่อการกีฬา ต่างเผชิญกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดนก ในลักษณะที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามลักษณะการผลิตของแต่ละภาคส่วน

บทความวิจัยของอาร์วีซี เรื่อง “การต่อรองระหว่างความมั่นคงและความยืดหยุ่น ความท้าทายด้านการวางแผนเพื่อการควบคุมโรคไข้หวัดนกในระบบการผลิตสัตว์ปีกของสหราชอาณาจักร” โดย เอ็ม. เฮนเนสซี และคณะ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ 

ในฤดูกาลการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงปี พ.ศ.๒๕๖๘ ถึง ๒๕๖๙ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๘ มีการยืนยันการระบาดในสัตว์ปีกของสหราชอาณาจักรรวม ๑๐๐ แห่ง ตามข้อมูลของกระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบท หรือดีฟรา โดยการระบาดทั้งหมดเกิดจากไวรัสไข้หวัดนกความรุนแรงสูงสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ ในจำนวนนี้พบการระบาด ๗๙ แห่งในอังกฤษ ๙ แห่งในสกอตแลนด์ ๗ แห่งในเวลส์ และ ๕ แห่งในไอร์แลนด์เหนือ ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรไม่พบการระบาดครั้งใหม่ในสัตว์ปีกนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา

สถานการณ์โรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกของยุโรป

               ในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ยุโรปรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์เพียง ๑ แห่ง โดยพบการระบาดในฟาร์มไก่ไข่เชิงพาณิชย์ขนาดเล็กแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวีเดน ตามรายงานอย่างเป็นทางการที่หน่วยงานสัตวแพทย์ของสวีเดนแจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก

               มีการยืนยันการพบไวรัสไข้หวัดนกความรุนแรงสูงสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ ในฝูงสัตว์ปีกจำนวน ๑๔๕ ตัว ในเขตเทศบาลเมืองทานุมเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม จากข้อมูลของระบบสารสนเทศโรคสัตว์ หรือเอเดิส ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม นับเป็นการระบาดในสัตว์ปีกครั้งที่ ๓ ของสวีเดนในปีนี้ ระบบฐานข้อมูลดังกล่าวซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการยุโรป ใช้สำหรับติดตามโรคสัตว์ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและบางประเทศใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวไม่ครอบคลุมข้อมูลจากเกาะบริเตนใหญ่แต่อย่างใด

นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ยุโรปรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์รวม ๓๑๑ แห่ง โดยมี ๑๖ ประเทศรายงานการระบาดอย่างน้อย ๑ แห่ง และการระบาดทั้งหมดเกี่ยวข้องกับไวรัสไข้หวัดนกสายสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ ทั้งสิ้น โปแลนด์เป็นประเทศที่มีจำนวนการระบาดสูงสุด ๑๔๓ แห่ง รองลงมาคือเยอรมนี ๔๐ แห่ง ฝรั่งเศส ๒๐ แห่ง และอิตาลี ๑๙ แห่ง ตลอดทั้งปี พ.ศ.๒๕๖๘ มีการระบาดในกลุ่มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์รวม ๗๒๙ แห่ง ใน ๒๓ ประเทศ ระบบสารสนเทศโรคสัตว์ของคณะกรรมาธิการยุโรปจัดเก็บข้อมูลการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเลี้ยงหลังบ้าน ฝูงนกสวยงาม สวนสัตว์ และสถานที่เลี้ยงนกในลักษณะใกล้เคียงกัน แยกออกเป็นอีกหมวดหนึ่งภายใต้กลุ่ม “นกที่ถูกเลี้ยงกักขัง”  

พบสัตว์ป่วยรายใหม่ประปรายในนกป่าของยุโรป

นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม เป็นต้นมา ระบบสารสนเทศโรคสัตว์ของคณะกรรมาธิการยุโรป ได้บันทึกการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในประชากรนกป่ารายใหม่รวม ๑๙ ครั้งใน ๕ ประเทศของภูมิภาคยุโรป ในจำนวนนี้ ๑๓ ครั้งได้รับการยืนยันในเนเธอร์แลนด์ ส่วนที่เหลือพบในฟินแลนด์ เยอรมนี นอร์เวย์ และสวีเดน ส่งผลให้จำนวนการระบาดสะสมในนกป่าของยุโรปตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ ๑๙ สิงหาคม เพิ่มเป็น ๒,๖๗๒ ครั้งโดยมีอย่างน้อย ๓๒ ประเทศรายงานการพบโรค ทั้งนี้ มีการตรวจพบไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรงสูงสายพันธุ์ย่อยเอช ๕ เอ็น ๑ มากกว่า ๒,๖๓๐ ครั้ง ส่วนการระบาดที่เหลือระบุได้เพียงว่าเกิดจากไวรัสในกลุ่มเอช ๕ อย่างไรก็ตาม ระบบฐานข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรปไม่ได้รวมข้อมูลการระบาดจากเกาะบริเตนใหญ่ โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่าห่านป่าตัวหนึ่งที่พบตายในพื้นที่ตอนเหนือของเวลส์ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ย่อยเอช ๕ เอ็น ๑ ตามรายงานแจ้งเตือนล่าสุดที่ส่งถึงองค์การสุขภาพสัตว์โลก เนื่องจากไม่มีรายงานการระบาดใหม่ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จำนวนการระบาดสะสมในกลุ่มสัตว์ปีกที่ถูกเลี้ยงกักขังในยุโรปสำหรับปี พ.ศ.๒๕๖๙ จึงยังคงอยู่ที่ ๑๑๙ แห่งใน ๑๕ ประเทศ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

เอกสารอ้างอิง

Linden J. 2026. Poultry industry structure affects resilience to avian flu. [Internet]. [Cited 2026 Aug 26]. Available from: https://www.wattagnet.com/poultry-meat/diseases-health/avian-influenza/news/15833384/poultry-industry-structure-affects-resilience-to-avian-flu

ภาพที่ ๑ โครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการเผชิญการระบาดของโรคไข้หวัดนก (แหล่งภาพ Alena Ozihilevich | Bigstock)


 

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569

ไม่พบความเชื่อมโยงในการระบาดซัลโมฯในเบลเยียมและสหราชอาณาจักร

 โฆษกของสำนักงานความปลอดภัยห่วงโซ่อาหารแห่งสหพันธรัฐเบลเยียมยืนยันว่า การระบาดทั้งสองเหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกัน

ในสหราชอาณาจักร ขณะนี้มีการระบาดของเชื้อซัลโมเนลลาครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตแล้ว ๑ คน และมีผู้ป่วยมากกว่า ๒๐๐ คน  ตามข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร  พบว่าทุกเหตุการณ์สามารถสืบย้อนกลับไปยังแหล่งเดียวกันได้ โดยมีหลักฐานชี้ชัดที่สุดว่าเกี่ยวข้องกับ ไข่นำเข้า

เบลเยียมกำลังเผชิญกับการระบาดของเชื้อซัลโมเนลลาครั้งใหญ่เช่นกันมีผู้ป่วยมากกว่า สามร้อยคน จากการบริโภคไข่ที่ปนเปื้อนเชื้อ ทางการระบุว่านี่เป็นเหตุการณ์การปนเปื้อนซัลโมเนลลาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในเบลเยียม

ฟาร์มไก่ถูกสั่งระงับการผลิต

ในเบลเยียม ไข่ที่พบการปนเปื้อนมาจากฟาร์มไก่ ลาเออร์โก ในเมืองเฮล ตั้งอยู่เลยชายแดนจากเมืองทิลเบิร์ก ไปเล็กน้อย ไข่จากฟาร์มดังกล่าวถูกส่งไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง รวมถึง อัลดี และ คาร์ฟูร์ สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ของเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า ได้รับแจ้งเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน ว่าอาจมีไข่ปนเปื้อนบางส่วนถูกส่งเข้ามาในเนเธอร์แลนด์ด้วย ทำให้สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ของเนเธอร์แลนด์ ติดต่อไปยัง “จำนวนจำกัดของร้านค้าที่จำหน่ายเป็นรายจุด” เพื่อแจ้งเตือน ตามข้อมูลของ สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ของเนเธอร์แลนด์ ขณะนี้ ยังไม่พบผู้ป่วยในเนเธอร์แลนด์ ดังนั้น หน่วยงานกำกับดูแลจึงเห็นว่า ยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติม

ในเบลเยียม ฟาร์มไก่ ลาเออร์โก ในเมือง เฮล  ถูกสั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดตั้งแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ตามข้อมูลของหน่วยงานความปลอดภัยอาหาร สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ของเนเธอร์แลนด์ ขณะนี้มีการเรียกคืนสินค้าเฉพาะในประเทศลักเซมเบิร์กเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อนเท่านั้น และยังไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ กับการระบาดของเชื้อซัลโมเนลลาในสหราชอาณาจักร

การเรียกคืนครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม

เชื้อซัลโมเนลลาที่ฟาร์มไก่ ลาเออร์โก ในเมือง เฮล ถูกตรวจพบตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การเรียกคืนครั้งใหญ่ โดยมีการเรียกคืนไข่ทั้งหมดจากฟาร์มดังกล่าว หลังการตรวจสอบ โรงเรือนอื่น ๆ สามารถกลับมาใช้งานได้ เพราะในตอนแรกการปนเปื้อนดูเหมือนจำกัดอยู่เพียง ๑ ใน ๔ โรงเรือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดเชื้อซัลโมเนลลา ไม่ได้ลดลงอย่างรวดเร็วตามที่คาดหวัง จึงมีการตรวจสอบโรงเรือนอีกครั้ง และพบว่ามีการปนเปื้อนในโรงเรือนที่สองด้วย หลังจากนั้นจึงมีการตัดสินใจ ปิดฟาร์มทั้งหมด และดำเนินการเรียกคืนสินค้าอีกครั้ง ไข่ที่อยู่ในกระบวนการเรียกคืนทั้งหมดจะถูกทำลาย

เอกสารอ้างอิง

Veldman JM. 2026. No link between Salmonella outbreaks in Belgium and the UK. [Internet]. [Cited 2026 Sep 1]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/no-link-between-salmonella-outbreaks-in-belgium-and-the-uk

ภาพที่ ๑ การระบาดของเชื้อซัลโมเนลลาในสหราชอาณาจักรที่เชื่อมโยงกับไข่นำเข้า ทำให้มีผู้ป่วยมากกว่า ๒๐๐ คน และมีผู้เสียชีวิต ๑ คน โดยทุกกรณีสามารถสืบย้อนกลับไปยังแหล่งเดียวกันได้ทั้งหมด(แหล่งภาพ Bert Jansen)



วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

 เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบหน้าสำคัญสองเรื่อง ที่ช่วยเร่งการยอมรับส่วนผสมที่มาจากแมลงในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกได้เร็วขึ้น

บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมแมลงวันลายทหารหรือบีเอสเอฟจากเอดินบะระ ได้รับเงินลงทุนใหม่จำนวน ๓๖ ล้านบาทจากผู้ถือหุ้นเดิม พร้อมทั้งได้เข้าร่วมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับฟรีซเอ็ม ไครโอเจเนติกส์  เพื่อขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์มพันธุกรรมไฮเพอร์-ฟลายขั้นสูงไปยังผู้ผลิตทั่วทวีปยุโรป

        ความคืบหน้าเหล่านี้ถือเป็นประเด็นสำคัญต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีก เพราะอาหารโปรตีนจากแมลงยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในฐานะแหล่งโปรตีนที่ยั่งยืนสำหรับอาหารสัตว์ปีก การเพิ่มประสิทธิภาพ ผลผลิต และความสม่ำเสมอของการผลิตแมลงวันลายทหาร ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงและลดต้นทุนของวัตถุดิบจากแมลงสำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์เชิงพาณิชย์

เงินทุนที่ได้รับช่วยสนับสนุนการพัฒนาไฮเพอร์-ฟลาย

เบตา บักส์ ระบุว่าเงินทุนรอบล่าสุดจะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินงานตามหมุดหมายสำคัญก่อนการเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ ไฮเพอร์-ฟลาย ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๗๐ โดยบริษัทรายงานว่าการทดลองอิสระที่เสร็จสิ้นในช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๖๙ แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่เหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม

ไฮเพอร์-ฟลาย เป็นผลลัพธ์จากการคัดเลือกสายพันธุ์ต่อเนื่องมากกว่า ๔๕ รุ่น เพื่อยกระดับสมรรถนะของแมลงวันลายทหาร ตามข้อมูลของบริษัท การทดลองเปรียบเทียบล่าสุดยืนยันถึงประโยชน์ของโครงการปรับปรุงพันธุกรรมนี้ และสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคนิคการปรับปรุงพันธุ์ขั้นสูงในอุตสาหกรรมการเลี้ยงแมลง

        การประกาศเงินลงทุนครั้งนี้มาพร้อมกับการยืนยันว่า ดร. อลัน ทินช์ ได้เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อย่างเป็นทางการ บริษัทระบุว่าทินช์มีประสบการณ์กว้างขวางในการผลักดันโครงการพันธุกรรมขั้นสูงสู่เชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์หลายประเภท รวมถึงไก่ สุกร และปลาแซลมอน

ดร. คริสโตเฟอร์ ริชาร์ดส์ ประธานบริษัท เบตา บักส์ กล่าวว่า การลงทุนรอบล่าสุดสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความก้าวหน้าที่บริษัททำได้ในปีที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำถึงคุณค่าของประสบการณ์ของทินช์ในการนำเทคโนโลยีพันธุกรรมขั้นสูงไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่สร้างผลกำไรได้จริง

ความร่วมมือเพื่อยกระดับความสม่ำเสมอในการผลิต 

นอกจากข่าวเงินลงทุนแล้ว เบตา บักส์ ยังได้ตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ฟรีซเอ็ม ไครโอเจเนติกส์  โดยทั้งสองบริษัทจะผสานเทคโนโลยีพันธุกรรมของ เบตา บักส์ เข้ากับเทคโนโลยีพอสเอ็มสำหรับตัวอ่อนแขวนลอยของฟรีซเอ็ม เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นทางชีวภาพที่มีความเสถียรและมาตรฐานมากขึ้นสำหรับผู้ผลิตแมลง ตามข้อตกลง จะมีการจัดตั้งประชากรพ่อแม่พันธุ์ ไฮเพอร์-ฟลาย ที่โรงงานผลิตของ ฟรีซเอ็ม ในประเทศเยอรมนี ซึ่งจะเป็นฐานสำหรับการผลิตตัวอ่อนแขวนลอย ไฮเพอร์-ฟลาย-พอสเอ็ม เพื่อใช้ในการประเมินเชิงพาณิชย์และทดสอบตลาด ทั้งสองฝ่ายมีแผนดำเนินการทดลองภายใต้การควบคุมและการทดลองเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ.๒๕๖๙ โดยมุ่งเน้นที่ผลผลิต ปริมาณผลผลิต และความสม่ำเสมอภายใต้สภาพการผลิตจริง คาดว่าการทำตลาดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๗๐

เอกสารอ้างอิง

McDougal T. 2026. Beta Bugs boosts poultry insect protein ambitions with new funding. [Internet]. [Cited 2026 Aug 25]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/beta-bugs-boosts-poultry-insect-protein-ambitions-with-new-funding

ภาพที่ ๑ ความก้าวหน้าในด้านพันธุกรรมและเทคโนโลยีการผลิตมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอของการผลิตโปรตีนจากแมลง (แหล่งภาพ Beta Bugs)



วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ยุโรปเตรียมผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใช้เองในโรงงานไก่

 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาอื่นๆ ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสิ่งจำเป็นต่อกระบวนการแปรรูปไก่หายากและจัดหาได้ยากขึ้น

               แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซสำคัญในโรงงานไก่ เช่น การทำสลบไก่ การแช่เย็น และการผลิตน้ำแข็งแห้ง เมื่อเกิดสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ โรงงานผลิตก๊าซ โรงกลั่น และระบบขนส่งได้รับผลกระทบทำให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขาดแคลน โรงงานไก่ผลิตได้ไม่เต็มกำลัง หรือบางแห่งต้องหยุดสายการผลิต ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เกี่ยวข้องแทบทุกขั้นตอนของการแปรรูปไก่ และแหล่งจัดหาก๊าซนี้ของอุตสาหกรรมก็มีความไม่เสถียรมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในโรงงานเองอาจเป็นทางออกจากความผันผวนนี้ ตามความเห็นของ เจฟ
โฮลโยก
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ของบริษัทแอร์แคปเจอร์

               เมื่อห้าปีก่อน คนในอุตสาหกรรมแทบไม่มีใครสะกดคำว่า แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ด้วยซ้ำ” โฮลโยกกล่าว “แต่ตอนนี้มันกลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมมาก จนทุกคนต้องรีบเรียนรู้เรื่องแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กันอย่างรวดเร็วแบบทันทีทันใด

               แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้ในการทำสลบไก่ก่อนเชือด เพราะถือว่าเป็นวิธีที่มีมนุษยธรรมมากกว่าและทำให้สัตว์เครียดน้อยกว่าวิธีอื่น หลังจากนั้น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกนำไปแปรรูปเป็นน้ำแข็งแห้งสำหรับบรรจุภัณฑ์แบบคอมโบ ใช้ผสมในก๊าซบรรยากาศดัดแปลง เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา และใช้ในตู้แช่แข็งแบบไครโอเจนิกเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ เช่น อกไก่ ให้แข็งตัวอย่างรวดเร็ว

               เพราะโรงงานแปรรูปไก่มักดำเนินงานโดยแทบไม่มีความสามารถ ในการสำรองแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เลย แม้การขาดแคลนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพียงช่วงสั้นๆ ก็สามารถทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดได้ ถ้าต้องหยุดโรงงานแค่กะเดียว ผลกระทบจะย้อนกลับไปหมดทั้งระบบ โฮลโยกกล่าว พร้อมระบุว่าความล่าช้านั้นสามารถส่งผลไปถึงโรงฟักไข่ด้วย ทำไมซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จึงมีความเสี่ยง ความเปราะบางนี้เกิดจากวิธีการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ต้น ไม่มีใครผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้โดยตรง โฮลโยกอธิบาย เราผลิตแอมโมเนียเพื่อใช้เป็นแอมโมเนีย เราผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเอทานอล ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นเพียงผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตทั้งสองอย่างนั้นเท่านั้น

ถ้าโรงงานผลิตเอทานอลหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุง หรือราคาก๊าซธรรมชาติสูงจนทำให้การผลิตแอมโมเนียไม่คุ้มต้นทุน ซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็อาจหายไปแบบแทบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าได้” เขากล่าว โฮลโยกยังชี้ให้เห็นแรงกดดันอื่นที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงาน ตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปจนถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล

อุตสาหกรรมเคยเห็นตัวอย่างของความไม่มั่นคงนั้นมาแล้วในปี พ.ศ.๒๕๖๕ เมื่อเกิดการหยุดชะงักของซัพพลาย ปัญหาการปนเปื้อน และการปิดโรงงาน โฮลโยกเรียกว่าเป็น บาดแผลระดับผิวเผิน ของอุตสาหกรรม เขากล่าวว่า แม้ซัพพลายจะกลับมามีเสถียรภาพแล้ว แต่ก็เห็นได้ชัดเจนมากว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะยังเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ

วิธีการทำงานของระบบดักจับคาร์บอนจากอากาศหรือดีเอซี การผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในสถานที่สามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีอย่างดีเอซี ระบบเหล่านี้จะดึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยตรงจากอากาศรอบตัวผ่านกระบวนการแยกทางเคมี ทำให้ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เกรดอาหาร ที่สะอาดกว่า แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จากหลุมฝังกลบหรือก๊าซชีวภาพ มักมีสารปนเปื้อน เช่น ซัลเฟอร์และไฮโดรคาร์บอน

บทสรุป

               การผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในโรงงานด้วยเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจากอากาศหรือดีซีเอ ช่วยให้โรงงานแปรรูปไก่มีทางออกจากปัญหาซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีความผันผวน ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงานของโรงงาน และช่วยป้องกันการหยุดสายการผลิตที่มีต้นทุนสูงจากการหยุดเดินเครื่องของโรงงานผลิตแอมโมเนียและเอทานอล

·      แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นสิ่งจำเป็นในทุกขั้นตอนของการแปรรูปไก่ ตั้งแต่การทำสลบไก่อย่างมีมนุษยธรรม ไปจนถึงการใช้ในน้ำแข็งแห้ง การบรรจุภัณฑ์แบบบรรยากาศดัดแปลงหรือเอ็มเอพี และการแช่แข็งแบบไครโอเจนิก 

·      ซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในปัจจุบันมีความเปราะบาง เพราะเป็นเพียงผลพลอยได้จากการผลิตแอมโมเนียและเอทานอล ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นโดยตั้งใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักแบบฉับพลัน 

·      แม้การขาด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เพียงช่วงสั้น ๆ ก็สามารถทำให้โรงงานไก่ทั้งโรงหยุดการผลิต และส่งผลกระทบย้อนกลับไปถึงโรงฟักไข่ เนื่องจากโรงงานมีความสามารถสำรอง น้อยมาก 

·      เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจากอากาศหรือดีเอซี สามารถดึง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศโดยตรงเพื่อผลิต แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เกรดอาหารภายในโรงงาน ซึ่งสะอาดกว่าซัพพลายจากหลุมฝังกลบหรือก๊าซชีวภาพ 

·      วิกฤตซัพพลาย แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์  ในปี พ.ศ.๒๕๖๕ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีระบบผลิต แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในโรงงาน โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจะเกิดขึ้นอีก เนื่องจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงาน

เอกสารอ้างอิง

Doughman E. 2026. On-site CO2 supply could fix poultry plant shortages. [Internet]. [Cited 2026 Aug 20]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/processing-slaughter/news/15832992/onsite-co2-supply-could-fix-poultry-plant-shortages

ภาพที่ ๑ การจัดการแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในโรงงานไก่       (แหล่งภาพ PicsFive | BigStock.com)



วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นิวคาสเซิลระบาดในยุโรป

 ไก่เนื้อในเยอรมนีมากกว่า ๔๖,๐๐๐ ตัวที่สูญเสียไปจากโรคนิวคาสเซิล และตั้งแต่เดือนธันวาคมปี พ.ศ.๒๕๖๘ ประเทศเยอรมนีได้สูญเสียฝูงไก่ไปแล้วมากกว่า ๓๐ ฝูงจากการระบาดของโรคนี้ สเปนสูญเสียไก่เนื้อมากกว่า ๔๖,๐๐๐ ตัวจากโรคนิวคาสเซิลในการระบาดครั้งใหญ่ครั้งที่สองของเดือนนี้ในเมืองอาเรบาโล สะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาระบาดอย่างรุนแรงของโรค ส่งผลกระทบต่อฝูงไก่มากกว่า ๓๐ ฝูงตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี พ.ศ.๒๕๖๘ แม้ว่าสถานการณ์ในโปแลนด์และเยอรมนีจะเริ่มผ่อนคลายลง แต่สเปนยังคงเป็นประเทศในยุโรปที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้ ในเหตุการณ์ล่าสุด มีไก่เนื้อจำนวน ๔๖,๓๙๐ ตัวถูกทำลาย โดยมีไก่ ๙๕๙ ตัวตายจากโรค และอีก ๔๕,๔๓๑ ตัวถูกทำลายเพื่อควบคุมการระบาด นี่เป็นการระบาดครั้งที่สองในอาเรบาโลในเดือนเดียวกัน หลังจากกรณีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคมที่ส่งผลกระทบต่อไก่ ๓๙,๐๐๐ ตัว สเปนเผชิญกับโรคนิวคาสเซิลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.๒๕๖๘ และมีฝูงไก่ได้รับผลกระทบรวมมากกว่า ๓๐ ฝูง ขณะที่โปแลนด์มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายงานยืนยันการพบโรคครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน ส่วนเยอรมนีสูญเสียฝูงไก่ไปแล้ว ๓๘ ฝูงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และไม่มีรายงานการพบโรคเพิ่มเติมหลังจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โรคนิวคาสเซิลยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกในสเปน โดยล่าสุดมีกรณีที่ทำให้ไก่เนื้อจำนวน ๔๖,๓๙๐ ตัวได้รับผลกระทบ  ตามรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ฝูงไก่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเมืองอาเรบาโล ในเหตุการณ์นี้มีไก่ ๙๕๙ ตัวตาย และไก่ที่เหลืออีก ๔๕,๔๓๑ ตัวถูกทำลายเพื่อควบคุมโรค สเปนยังคงต่อสู้กับโรคนิวคาสเซิลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๐๒๕ โดยจนถึงขณะนี้มีฝูงไก่ได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า ๓๐ ฝูง ก่อนปี ๒๐๒๕ ประเทศสเปนปลอดจากโรคนี้มาตั้งแต่ปี ๒๐๒๒

สถานการณ์โรคนิวคาสเซิลในโปแลนด์เริ่มผ่อนคลายลง

 หลังจากที่ประเทศโปแลนด์ เคยได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่มีการยืนยันพบโรคครั้งแรกในเดือนกันยายน ปี ๒๐๒๔ อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจาก องค์การสุขภาพสัตว์โลก  ที่ยืนยันการพบโรคในโปแลนด์เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากโปแลนด์มีจำนวนการระบาดของโรคนิวคาสเซิลสูงมาก องค์การสุขภาพสัตว์โลก จึงแยกรายงานออกเป็นรายภูมิภาค และเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ได้เผยแพร่รายงานฉบับสุดท้ายสำหรับภูมิภาคชลอนสก์และพอดคาร์แพคเคีย เป็นสัญญาณว่าการระบาดในพื้นที่ทั้งสองแห่งนั้นได้รับการแก้ไขแล้ว

ประเทศเยอรมนีเป็นอีกชาติเดียวในยุโรปที่ยังมีรายงานยืนยันการพบโรคนิวคาสเซิลในช่วงล่าสุด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ล่าสุดที่ องค์การสุขภาพสัตว์โลก  รายงานเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ในครั้งนั้นมีการติดเชื้อใน ๑๐ ฝูง นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เยอรมนีสูญเสียฝูงไก่ไปแล้วทั้งสิ้น ๓๘ ฝูงจากโรคนี้

เอกสารอ้างอิง

Graber R. 2026. More than 46,000 German broilers lost to Newcastle disease. [Internet]. [Cited 2026 Aug 21]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/diseases-health/news/15833126/more-than-46000-german-broilers-lost-to-newcastle-disease

ภาพที่ ๑ นิวคาสเซิลระบาดในยุโรป      (แหล่งภาพ Farm & Food Care)



เอไอบนสมาร์ทโฟนตรวจซัลโมเนลลาในสัตว์ปีก

 ผลเบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี แต่เครื่องมือนี้ยังต้องปรับปรุงเพิ่มเติม

งานวิจัยแนวคิดเบื้องต้นจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียระบุว่า อนาคตของการตรวจหาเชื้อซัลโมเนลลาในโรงเรือนสัตว์ปีกอาจง่ายเพียงแค่ถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟน เชื้อ ซัลโมเนลลา เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคอาหารเป็นพิษในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ไข้ และปวดท้อง และผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกถือเป็นหนึ่งในแหล่งการติดเชื้อในคนที่สำคัญที่สุด

การตรวจหาเชื้อก่อโรคให้ได้อย่างรวดเร็วในฟาร์มเป็นสิ่งสำคัญต่อการยกระดับความปลอดภัยอาหาร และช่วยป้องกันการปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานปัจจุบันสำหรับการตรวจเชื้อในฟาร์ม คือการเก็บตัวอย่างขี้เลื่อยหรือมูลสัตว์ แล้วส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการทดสอบทางจุลชีววิทยา วิธีนี้มีความแม่นยำสูง แต่ต้องใช้แรงงานมาก มีค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลาหลายวันในการทราบผล ทำให้ กั๋วหมิง ลี่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากภาควิชาวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกและสถาบันปัญญาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย และ อะเดลูโมลา โอลาไดน์เด นักจุลชีววิทยาวิจัยจากศูนย์วิจัยสัตว์ปีกแห่งชาติ หน่วยงานวิจัยการเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ หันมาศึกษาว่าเอไอและระบบมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์จะสามารถเป็นทางเลือกที่รวดเร็วและใช้งานได้จริงมากกว่าเดิมหรือไม่

เป้าหมายการตรวจหาเชื้อซัลโมเนลลาให้เร็วขึ้น

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักสองประการ ได้แก่ การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำนายการมีอยู่ของเชื้อซัลโมเนลลาจากภาพถ่ายมูลไก่บนพื้นรองนอนที่ถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน และการทดสอบว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของไก่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางพฤติกรรมของการติดเชื้อได้หรือไม่  แบบจำลองเอไอทำงานได้ดีมากเมื่อฝึกและทดสอบด้วยภาพมูลไก่จากภูมิภาคเดียวกัน โดยให้ความแม่นยำมากกว่าร้อยละ ๙๓ แต่เมื่อใช้กับภาพจากภูมิภาคอื่น ความแม่นยำลดลงอย่างมากเหลือเพียงร้อยละ ๔๐ ถึง ๖๐ สะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างด้านสิ่งแวดล้อมและความแตกต่างตามภูมิภาคสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของแบบจำลองได้อย่างชัดเจน ลี่กล่าวเตือนว่า “เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องของบางส่วนได้ แต่เรายังต้องคิดต่อว่าจะเพิ่มคุณลักษณะอะไรเพื่อให้การตรวจจับดีขึ้นและเพิ่มความแม่นยำ” พร้อมเสริมว่าแบบจำลองนี้มีศักยภาพ แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในภาคสนาม การแยกแยะเชื้อซัลโมเนลลาจากโรคอื่นๆ ยังเพิ่มความยากอีกระดับหนึ่ง เพราะหลายโรคสามารถทำให้มูลไก่มีการเปลี่ยนแปลงของสี ความเหลว หรือมีเลือดปนได้เช่นกัน “โรคบางชนิดมีลักษณะของมูลที่เหมือนกัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ยังต้องหาวิธีแก้ไข ในอีกส่วนหนึ่งของการศึกษา นักวิจัยพบว่าไก่สุขภาพดีมีรูปแบบการเคลื่อนไหวตามจังหวะเวลาที่ปกติ ขณะที่ไก่ที่ติดเชื้อซัลโมเนลลามีความแตกต่างของรูปแบบการเคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด ผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่าการเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องอาจถูกพัฒนาให้เป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพเชิงดิจิทัลเพิ่มเติมสำหรับการตรวจการติดเชื้อในอนาคต

การเปิดให้เข้าถึง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป 

ทีมวิจัยได้เปิดเผยซอฟต์แวร์โค้ดและแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนบนกิตฮับเพื่อให้ผู้พัฒนาในอุตสาหกรรมและด้านเทคโนโลยีรายอื่นสามารถนำแพลตฟอร์มไปต่อยอดได้ ขณะนี้ทีมกำลังดำเนินการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนเพิ่มเติมจาก สำนักวิจัยการเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐ และแหล่งทุนอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงความละเอียดของกล้อง ขยายการเก็บข้อมูล และลดช่องว่างด้านความแม่นยำระหว่างภูมิภาค ลี่และโอลาไดน์เด ยังมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากฟาร์มเชิงพาณิชย์ คาดว่าข้อมูลจากฟาร์มจริงจะมีอัตราการพบเชื้อซัลโมเนลลาสูงกว่าที่ตรวจพบในโรงเรือนทดลองที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเน้นว่าการทำให้กระบวนการเก็บข้อมูลในฟาร์มเชิงพาณิชย์มีมาตรฐานเดียวกัน และการควบคุมความแปรปรวนของข้อมูลภาพเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสมาคมไก่เนื้อและไข่สหรัฐ และสำนักวิจัยการเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐ

เอกสารอ้างอิง

Doughman D. 2026. Smartphone AI could one day flag Salmonella in poultry. [Internet]. [Cited 2026 Aug 19]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/food-safety/news/15832849/smartphone-ai-could-one-day-flag-salmonella-in-poultry

ภาพที่ ๑ เอไอบนสมาร์ทโฟนตรวจซัลโมเนลลาในฟาร์มสัตว์ปีก      (แหล่งภาพ rzoze19 I Shutterstock.com)



อียูแบนการนำเข้าเนื้อสัตว์ทั้งหมดจากบราซิล

  คณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า บราซิลไม่สามารถให้หลักประกันได้เพียงพอ ว่าการส่งออกเนื้อสัตว์ของตนเป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรปที่มุ่งป้องกันกา...