วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รัสเซียส่งสัญญาณกังวลการนำเข้าสัตว์ปีกจากจีน

 อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของรัสเซียได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการนำเข้าสัตว์ปีกจากจีน โดยเตือนว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเริ่มส่งผลกดดันต่อราคาเนื้อไก่และเนื้อหมูในตลาดภายในประเทศที่ตึงตัวอยู่แล้ว ตามคำกล่าวของผู้แทนอุตสาหกรรม

ในปี พ.ศ.๒๕๖๘ รัสเซียนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ตัน โดยปริมาณการจัดส่งรายเดือนเพิ่มขึ้นเกือบห้าเท่า ในเดือนธันวาคมเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ตามข้อมูลของ ยูริ โควาเลฟ ผู้อำนวยการสหภาพผู้ผลิตเนื้อหมูแห่งรัสเซีย โควาเลฟได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวระหว่างการประชุมอุตสาหกรรมในกรุงมอสโก

“หากการนำเข้ายังคงดำเนินต่อไปในอัตรานี้ รัสเซียอาจนำเข้าเนื้อสันไก่ระหว่าง ๒๐๐,๐๐๐ ถึง ๒๕๐,๐๐๐ ตัน ในปี พ.ศ.๒๕๖๘” โควาเลฟกล่าว “เมื่อคิดตามปริมาณเนื้อไม่ติดมันและน้ำหนักมีชีวิต ปริมาณดังกล่าวเทียบเท่ากับเนื้อหมูประมาณ ครึ่งล้านตัน” ในช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๖๘ รัสเซียมีการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนเฉลี่ยประมาณ ๔,๐๐๐ ตันต่อเดือน แต่เมื่อถึงสิ้นปี ปริมาณการจัดส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตภายในประเทศกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อราคาและอัตรากำไร

ผู้เข้าร่วมตลาดส่วนใหญ่ระบุว่า การนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นมีสาเหตุมาจากการแข็งค่าของค่าเงินรูเบิลเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ค่าเงินรูเบิลแข็งค่าขึ้นเกือบร้อยละ ๔๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ทำให้การนำเข้าเนื้อสัตว์จากต่างประเทศมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อชาวรัสเซีย และช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกจากจีนในตลาดภายในประเทศ หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ราคาเนื้อไก่และเนื้อหมูในรัสเซียอาจลดลงร้อยละ ๑๐–๑๕ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ จะสร้างแรงกดดันทางการเงินต่อผู้ผลิตภายในประเทศ โควาเลฟเตือน แม้สถานการณ์ยังไม่ถึงระดับวิกฤต แต่เขาระบุว่าเป็นแนวโน้มที่ควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานกำกับดูแล “สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงในตอนนี้ แต่ชัดเจนว่านี่เป็นพัฒนาการที่ควรให้ความสนใจ” โควาเลฟกล่าว

อุตสาหกรรมไก่เนื้อออกมาแสดงความกังวล

รัสเซียนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกทั้งหมด ๓๒๗,๔๐๐ ตัน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๓ จากปีก่อน ตามการประเมินของสหภาพผู้ผลิตสัตว์ปีกแห่งชาติของรัสเซีย แม้การเพิ่มขึ้นโดยรวมจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ผู้ผลิตไก่เนื้อเริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับอัตราการนำเข้าจากจีนโดยเฉพาะ ตามคำกล่าวของ กาลินา โบบือเลวา ประธานสหภาพผู้ผลิตสัตว์ปีกแห่งชาติของรัสเซีย เธอระบุว่า แม้ปริมาณการนำเข้ายังอยู่ในระดับที่จัดการได้ในขณะนี้ แต่ “ขนาด” และ “ความเร็ว” ของการเติบโตได้กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน รัสเซียยังคงเป็น ผู้ส่งออกสุทธิของผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกไปยังจีน ในปี พ.ศ.๒๕๖๘ ผู้ผลิตสัตว์ปีกของรัสเซียส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์พลอยได้ไปยังจีนมูลค่า ๑๖,๐๔๔ ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓.๖ จากปีก่อน ตามข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรแห่งรัฐของจีน

 

ความสัมพันธ์ทางการค้าสองทิศทาง

การส่งออกไปยังจีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ผลิตสัตว์ปีกของรัสเซีย เนื่องจากสินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อย่าง ตีนไก่ และ ผลิตภัณฑ์พลอยได้บางชนิด เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงในตลาดจีน แต่มีความต้องการจำกัดในตลาดภายในประเทศของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของพลวัตทางการค้าเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของรัสเซีย เนื่องจากอุตสาหกรรมเริ่มแสดงสัญญาณของภาวะอุปทานล้นตลาด ได้กดดันราคาและความสามารถในการทำกำไรอย่างมาก

ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ รัสเซียอยู่ในอันดับที่ ๒ ของผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกไปยังจีน รองจากบราซิลส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกไปยังตลาดจีนมูลค่า ๒๘,๖๔๔ ล้านบาท

เอกสารอ้างอิง

Vorotnikov V. 2026. Russia sounds alarm over poultry imports from China. [Internet]. [Cited 2025 Feb 13]. Available from: https://www.poultryworld.net/the-industrymarkets/market-trends-analysis-the-industrymarkets-2/russia-sounds-alarm-over-poultry-imports-from-china/  

ภาพที่ ๑ รัสเซียนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกทั้งหมด ๓๒๗,๔๐๐ ตัน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๓ จากปีก่อนหน้า หากแนวโน้มปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ราคาเนื้อไก่และเนื้อหมูในรัสเซียอาจลดลงร้อยละ ๑๐–๑๕ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ภาพนี้สร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากปัญญาประดิษฐ์ (แหล่งภาพ Reve.art)



วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การระบาดของนิวคาสเซิลขยายวงกว้างในยุโรป

 โรคนิวคาสเซิลกำลังแพร่กระจายไปยังหลายประเทศในยุโรปมากขึ้น และในประเทศที่โรคนี้มีการระบาดอยู่แล้ว จำนวนฟาร์มที่ติดเชื้อก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของหน่วยงานดีฟรา Defra

ในช่วงเจ็ดเดือนจนถึงสิ้นเดือนมกราคม โปแลนด์รายงานการระบาดเพิ่มอีก ๖๖ ครั้งในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังพบโรคนิวคาสเซิลในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสโลวาเกีย โดยพบการระบาดหนึ่งครั้งในฟาร์มสัตว์ปีกขนาดเล็กเมื่อเดือนธันวาคม สเปนรายงานผู้ป่วยรายแรกในฟาร์มไก่เนื้อจำนวน ๑๕,๐๐๐ ตัวในแคว้นบาเลนเซียช่วงคริสต์มาส และขณะนี้จำนวนฟาร์มเกิดโรคเพิ่มขึ้นเป็น ๕ รายแล้ว ทั้งบัลแกเรียและมาซิโดเนียเหนือก็รายงานการระบาดเพียงครั้งเดียวในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ในช่วงฤดูร้อนปี พ.ศ. ๒๕๖๘

นิวคาสเซิลในสัตว์ปีกที่เลี้ยงในฟาร์มที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เพิ่มสูงขึ้น

จำนวนการระบาดของโรคนิวคาสเซิลในสัตว์ปีกที่เลี้ยงในฟาร์มที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในยุโรปตะวันออก โดยเพิ่มจาก ๗ ครั้งในเดือนกันยายนและตุลาคม เป็น ๔๐ ครั้งในเดือนธันวาคม ตามข้อมูลของดีฟรา ทั้งนี้ ระบบข้อมูลโรคสัตว์ระบุว่า

โปแลนด์รายงานการระบาด ๒๘ ครั้งในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ และ ๒๐ ครั้งในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ นอกจากนี้ ลัตเวีย สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย ต่างก็รายงานการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เช่นกัน การระบาดในฟาร์มที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ปี พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยพบ ๖ ครั้งในสาธารณรัฐเช็ก และ ๖ ครั้งในโปแลนด์ จนถึงวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ สหราชอาณาจักรใช้มาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด และกำหนดภูมิภาคที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกสัตว์ปีกมีชีวิตและเนื้อสัตว์ปีกตามหลักการแบ่งเขตควบคุมโรค ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรได้หากมาจากพื้นที่ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดโรค

ฟาร์มไก่เนื้อเสียหายหนักที่สุด   

แม้ว่าจะมีข้อมูลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการระบาดของโรคนิวคาสเซิลในยุโรปตะวันออกและพื้นที่อื่น ๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญของ ดีฟราระบุว่ายังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของจำนวนการระบาดที่สูงขึ้น ฟาร์มที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากเป็นฟาร์มไก่เนื้อ มักไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการหมุนเวียนของฝูงสูงและอายุการเลี้ยงสั้น อย่างไรก็ตามดีฟรา ระบุว่ายังไม่ทราบว่ามีการเข้ามาของนกป่าหรือสัตว์ป่าอื่น ๆ รวมถึงนกเกม อาจเป็นสาเหตุของสัตว์ป่วยรายใหม่ในสัตว์ปีกหรือไม่ การตรวจพบโรคในสัตว์ปีกของสเปนเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ความเสี่ยงต่อสหราชอาณาจักร ในฤดูใบไม้ผลินี้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่นกจำพวกเพสเซอรีนและนกป่าชนิดอื่น ๆ อพยพขึ้นเหนือผ่านเส้นทางอพยพทางตะวันออกของมหาสมุทรแอตแลนติก  แม้ว่าความเสี่ยงต่อสัตว์ปีกในสหราชอาณาจักรยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่ระดับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้นภายในช่วงความเสี่ยงต่ำนี้ และตามข้อมูลของดีฟรา การติดตามการแพร่กระจายของโรคนิวคาสเซิลในสเปนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และมีนาคมจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำให้ผู้เลี้ยงสัตว์ปีกพิจารณาการฉีดวัคซีนให้ฝูงของตน และปฏิบัติตามมาตรการ
ชีวอนามัยอย่างเคร่งครัด

เอกสารอ้างอิง

Peys R. 2026. Newcastle disease spreads further in Europe. [Internet]. [Cited 2025 Feb 9]. Available from: https://www.poultryworld.net/health-nutrition/health/newcastle-disease-spreads-further-in-europe/   

ภาพที่ ๑ โรคนิวคาสเซิลกำลังแพร่กระจายในยุโรป (แหล่งภาพ Flogel | Bigstock)



วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

นิวคาสเซิลระบาดหนักในอิสราเอล และโปแลนด์

 องค์การสุขภาพสัตว์โลกรายงานว่า ฟาร์มส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบเป็นฟาร์มไก่เนื้อเชิงพาณิชย์

อิสราเอลพบฟาร์มที่เกิดโรคโรคนิวคาสเซิลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘ จนถึงเดือนมกราคม ปีนี้ตามรายงานล่าสุดจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก ในช่วงเวลาดังกล่าว มีฝูงสัตว์ปีก ๑๖ แห่งได้รับผลกระทบ รวมแล้วมากกว่า ๒.๖ ล้านตัว การติดเชื้อในฟาร์มสัตว์ปีกที่องค์การสุขภาพสัตว์โลกรายงาน ได้แก่ ไก่เนื้อ ๒๖,๕๐๐ ตัว ใน เอมูนิม ไก่เนื้อ ๑๑๙,๔๐๐ ตัว ใน มาโอน ไก่เนื้อ ๖๘,๔๐๐ ตัว ใน เรวาดิม ไก่เนื้อ ๑๑๘,๕๐๐ ตัว ใน มาโอน ไก่เนื้อ ๑๖๑,๗๙๐ ตัว ใน มาสลูล ไก่เนื้อ ๑๙๘,๐๐๐ ตัว ใน มาสลูล ไก่เนื้อ ๑๘๐,๐๐๐ ตัว ใน รานเนน ไก่เนื้อ ๗๐,๐๐๐ ตัว ใน รานเนน ไก่เนื้อ ๑๙๔,๑๕๑ ตัว ใน เซรูอา ไก่เนื้อ ๑๐๕,๐๐๐ ตัว ใน กิตติท ไก่เนื้อ ๑๓๘,๐๐๐ ตัว ใน ราม-ออน ไก่เนื้อ ๑๒๐,๐๐๐ ตัว ใน เซรูอา ไก่เนื้อ ๑๘๐,๐๐๐ ตัว ใน เดวีรา สัตว์ปีก ๔๔,๐๐๐ ตัว (ระบุเพียงว่าเป็นสัตว์ปีกเลี้ยงในบ้าน) ใน ทัลเม บิลู สัตว์ปีก ๘๐,๐๐๐ ตัว (ไม่ระบุชนิด) ใน เรวายา สัตว์ปีก ๑๒๐,๐๐๐ ตัว (ไม่ระบุชนิด) ใน เซรูอา

สถานการณ์โรคนิวคาสเซิลในโปแลนด์ โรคนิวคาสเซิลยังคงเป็นปัญหาในโปแลนด์ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การสุขภาพสัตว์โลก รายงานการติดเชื้อในฝูงสัตว์เพิ่มอีกเจ็ดแห่ง ฝูงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย ไก่เนื้อ ๙๙,๖๔๙ ตัว ใน ชวาร์เซโนโว ไก่เนื้อ ๑๔๕ ตัว ใน โอเช็นซินี ไก่ไข่ ๑๖๒ ตัว ใน ลูชินี  ฝูงผสม (ไก่ไข่, เป็ด, ไก่ต๊อก) ๑๐๐ ตัว ใน โนวา เวียช์  ไก่เนื้อ ๗๒,๗๓๕ ตัว ใน เคลโว  ไก่เนื้อ ๑๙,๓๕๙ ตัว ใน โกว์กี ไก่เนื้อ ๑๔๕,๘๘๕ ตัว ใน โอเช็นซินี

องค์การสุขภาพสัตว์โลก ยังมีรายงานสถานการณ์โรคนิวคาสเซิลที่ยังคงเกิดขึ้นในประเทศต่อไปนี้ ได้แก่ มาเลเซีย สเปน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไลบีเรีย โดยสถานการณ์ในสิงคโปร์และอินโดนีเซียถูกจัดว่าอยู่ในระดับ “คงที่” ควบคุมโรคได้แล้ว  

เอกสารอ้างอิง

Graber R. 2026. 16 Israeli flocks hit by Newcastle disease. [Internet]. [Cited 2025 Feb 2]. Available from: https://www.poultryworld.net/health-nutrition/health/russian-scientists-flag-growing-risks-of-microplastics-to-poultry-health/

ภาพที่ ๑ นิวคาสเซิลระบาดหนัก ไก่อิสราเอล  ๑๖ ฟาร์มได้รับผลกระทบ (แหล่งภาพ Flogel | Bigstock)



วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ความเสี่ยงของไมโครพลาสติกต่อสุขภาพสัตว์ปีก

 ผลกระทบของไมโครพลาสติกอาจทำให้เกิดการเสื่อมของระบบทางเดินอาหาร ภาวะเสื่อมของระบบประสาท ความเสียหายต่อสมองในสัตว์ปีก

การตรวจพบร่องรอยของไมโครพลาสติกในผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกหลากหลายประเภทแล้ว ตามข้อมูลที่ อเล็กเซย์ เทรตยาคอฟ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสัตวแพทย์ หรือวีจีเอ็นเคไอ สังกัดหน่วยงานกำกับดูแลด้านสัตวแพทย์ของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น เทรตยาคอฟระบุว่า “สิ่งนี้หมายความว่า วัสดุอันตรายดังกล่าวได้เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของสัตว์ปีกแล้ว”  พร้อมเสริมว่ามีงานวิจัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่ชี้ว่าไมโครพลาสติกอาจส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการผลิตของสัตว์ปีก ตามข้อมูลพบว่า งานศึกษาจำนวนมากที่ตรวจผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสัตว์ปีกพบว่า อาจทำให้เกิดการเสื่อมของระบบทางเดินอาหาร ภาวะเสื่อมของระบบประสาท ความเสียหายต่อสมองในสัตว์

 

โรคไขมันพอกตับ

รายงานล่าสุดพบว่า การมีอยู่ของไมโครพลาสติกในสัตว์ปีกสามารถกระตุ้นให้เกิดโรคไขมันพอกตับได้ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการสะสมไขมันมากเกินไปในตับ ภาวะนี้ทำให้สัตว์มีอาการอ่อนแรง น้ำหนักลด ซึม และอาการอื่น ๆ ที่สามารถลดประสิทธิภาพการผลิตของสัตว์ปีกได้อย่างมีนัยสำคัญ เทรตยาคอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปนเปื้อนไมโครพลาสติกมักถูกมองข้าม ทั้งที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพผู้บริโภค จากการศึกษา พบร่องรอยของไมโครพลาสติกไม่เพียงในเนื้อไก่เนื้อเท่านั้น แต่ยังพบในไข่ด้วย ที่สำคัญ เทรตยาคอฟระบุว่า นักวิจัยไม่ได้เพิ่มระดับไมโครพลาสติกในอาหารสัตว์โดยตั้งใจ “เราตรวจปริมาณไม
โครพลาสติกตามที่รายงานไว้ในวรรณกรรมวิชาการที่มีอยู่”

ความเสี่ยงต่อปศุสัตว์

เทรตยาคอฟระบุว่า ไมโครพลาสติกกำลังกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากพลาสติกไม่ย่อยสลายอย่างสมบูรณ์ แต่แตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กระดับจุลภาค ซึ่งสามารถก่อความเสี่ยงต่อสิ่งมีชีวิตได้ เดิมทีความกังวลมุ่งไปที่การปนเปื้อนในมหาสมุทรและผลกระทบต่อสัตว์น้ำในระบบเพาะเลี้ยง แต่การวิจัยล่าสุดชี้ว่า การเกษตรบนบกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เทรตยาคอฟ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ไมโครพลาสติกสามารถ ทะลุผ่านแนวกั้นระหว่างเซลล์ และสามารถ ดูดซับสารเคมีอันตรายและมลพิษต่าง ๆ ได้ ลักษณะที่ “แฝงตัวอย่างแนบเนียน” ของไมโครพลาสติกอยู่ที่ความสามารถในการเข้าสู่ร่างกายสัตว์โดยไม่ถูกตรวจพบ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือน เกี่ยวกับผลกระทบของไมโครพลาสติกต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีก งานวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ว่าไมโครพลาสติกสามารถส่งผลต่อสุขภาพสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ปีกผ่านการ กินเข้าไป การสูดดม และ การสัมผัสทางผิวหนัง การได้รับไมโครพลาสติกสัมพันธ์กับ การเจริญเติบโตชะงัก ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ภาวะเจริญพันธุ์ลดลง และ ความเสียหายของเนื้อเยื่อ ซึ่งล้วนเป็นความเสี่ยงที่กว้างขึ้นต่อทั้งสวัสดิภาพสัตว์และสุขภาพสิ่งแวดล้อม นักวิจัยรัสเซียมีแผนที่จะเพิ่มความเข้มข้นของการศึกษาการปนเปื้อนไมโครพลาสติก โดยมุ่งเน้นการระบุ แหล่งกำเนิดหลัก ในระบบการผลิตสัตว์ปีก และประเมิน มาตรการปฏิบัติที่สามารถลดการสัมผัส งานวิจัยยังตั้งเป้าที่จะตรวจสอบว่า การปรับสูตรอาหาร วัสดุโรงเรือน หรือ แนวทางชีวอนามัย สามารถช่วยปกป้องสุขภาพสัตว์ปีกและลดความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมได้หรือไม่

เอกสารอ้างอิง

Vorotnikov V. 2025. Growing risks of microplastics to poultry health. [Internet]. [Cited 2025 Feb 2]. Available from: https://www.poultryworld.net/health-nutrition/health/russian-scientists-flag-growing-risks-of-microplastics-to-poultry-health/

ภาพที่ ๑ นักวิจัยรัสเซียมีแผนที่จะเร่งการศึกษาการปนเปื้อนไมโครพลาสติก โดยมุ่งเน้นการระบุ แหล่งกำเนิดหลัก ในระบบการผลิตสัตว์ปีก และประเมิน มาตรการเชิงปฏิบัติ ที่สามารถลดการสัมผัสไมโครพลาสติกได้ (แหล่งภาพ Reve.art)



วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568

พบหวัดนกที่ฟาร์มนกกระทาเมืองจินชอน

 สัตว์ปีกจำนวน ๕๗๐,๐๐๐ ตัวถูกทำลาย และระงับการเคลื่อนย้ายฟาร์มและสถานประกอบการชั่วคราวภายในเขตควบคุมโรคประเทศเกาหลีใต้ 

ผู้สื่อข่าวชอน ชางแฮ รายงานว่า พบเชื้อไวรัสที่ต้องสงสัยว่าเป็นไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในฟาร์มนกกระทาแห่งหนึ่งในเมืองจินชอน จังหวัดชุงชองเหนือ ห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์ประจำจังหวัดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และตรวจพบแอนติเจนชนิดเอช ๕5 ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นเชื้อไข้หวัดนกความรุนแรงสูง ผลการตรวจละเอียดโดยสำนักงานใหญ่ควบคุมโรคด้านการเกษตร ป่าไม้ และปศุสัตว์ ว่าเป็นเชื้อความรุนแรงสูงหรือไม่นั้น จะประกาศภายใน ๑ ถึง ๓ วัน ฟาร์มแห่งนี้อยู่ห่างจากฟาร์มไก่ไข่ในเขตโกเอซาน ซึ่งพบการระบาดของไข้หวัดนกความรุนแรงสูงเมื่อวันที่ ๑๖ อยู่ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร หากฟาร์มไก่กระทาแห่งนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นเชื้อความรุนแรงสูงด้วย ก็จะถือเป็นรายที่สามของการติดเชื้อในฟาร์มภายในจังหวัดในฤดูหนาวนี้ ต่อจากฟาร์มเป็ดในยองดงกุน และฟาร์มไก่ไข่ในโกเอซานกุนเมื่อวันที่ ๑๗ เดือนที่แล้ว

หน่วยงานด้านการป้องกันโรคระบาดได้ส่งทีมป้องกันโรคระบาดโชดง ไปยังฟาร์มจินชอน ชินโก อย่างเร่งด่วน เพื่อควบคุมการเข้าออกของผู้คนและยานพาหนะ พร้อมกับเร่งกำจัดนกกระทาที่เลี้ยงไว้กว่า ๕๗๐,๐๐๐ ตัว นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่และบริษัทที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัดระงับการดำเนินงานชั่วคราวเป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่ในรัศมี ๕๐๐ เมตร, ๓ กิโลเมตร และ ๑๐ กิโลเมตร โดยมีฟาร์มที่ได้รับรายงานเหตุเป็นศูนย์กลาง จะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมดูแล พื้นที่ป้องกัน และพื้นที่ตรวจสอบล่วงหน้า ตามลำดับ และจะมีการใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายรวมถึงการตรวจสอบฉุกเฉินกับสัตว์ปีกจำนวน ๒.๘๗ ล้านตัว จาก ๖๕ ฟาร์มที่อยู่ในเขตควบคุมโรค ทั้งนี้ จะมีการดำเนินการตรวจสอบสัตว์ปีกที่เลี้ยงในฟาร์มเหล่านี้อย่างละเอียดจนถึงวันที่ ๒๕

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กักกันโรคปศุสัตว์จะถูกส่งด่วนไปยังเขตจินชอนเพื่อเข้าตรวจสอบการดำเนินมาตรการป้องกันโรคระบาด และจะระดมทรัพยากรสำหรับการพ่นฆ่าเชื้อทั้งหมดที่มีอยู่ ๗๔ หน่วย เพื่อดำเนินการฆ่าเชื้ออย่างเข้มข้นบนถนนรอบฟาร์มและบริเวณใกล้เคียงจุดพักนกอพยพ คิม วอน-ซอล หัวหน้ากองกักกันโรคสัตว์ประจำจังหวัด กล่าวว่า “สถานการณ์ขณะนี้ร้ายแรงมาก เนื่องจากมีการเกิดโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูง ติดต่อกันในฟาร์มสัตว์ปีกภายในจังหวัด” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอให้ฟาร์มสัตว์ปีกปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เช่น การพ่นฆ่าเชื้อยานพาหนะเข้าและออกในระดับขั้นที่สอง การสวมชุดป้องกันโรค และรองเท้าพิเศษ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ในช่วงฤดูหนาวนี้ มีการเกิดโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในฟาร์มทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น ๑๖ ครั้ง โดยเกิดที่จังหวัดคยองกี ๗ ครั้ง ชุงชองใต้ ๓ ครั้ง ชุงชองเหนือและชอลลาใต้จังหวัดละ ๒ ครั้ง และชอลลาเหนือกับชอลลาใต้จังหวัดละ ๑ ครั้ง

เอกสารอ้างอิง

Chang-hae J. 2025. Detection of H5 type AI antigen at Jincheon quail farm... During highly pathogenic testing. [Internet]. [Cited 2025 Dec 22]. Available from: https://www.yna.co.kr/amp/view/AKR20251222088600064

ภาพที่ ๑ การควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัด (แหล่งภาพ Yonhap News


วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568

หวัดนกระบาดต่อเนื่อง แม้เนเธอร์แลนด์สั่งกักเลี้ยงสัตว์ปีกหนึ่งเดือน

 มีการยืนยันการระบาดของไข้หวัดนกหลายจุดในฟาร์มสัตว์ปีกของเนเธอร์แลนด์ แม้ว่าจะมีคำสั่งให้กักเลี้ยงสัตว์ปีกภายในโรงเรือนทั่วประเทศมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีหลายเส้นทางที่เชื้อสามารถแพร่กระจายได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายอากาศหรือช่องโหว่ด้านชีวอนามัย พร้อมชี้ว่าความหนาแน่นของการเลี้ยงสัตว์ปีกที่สูงมากในประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ภาคการผลิตสัตว์ปีกของเนเธอร์แลนด์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากโรคไข้หวัดนกอย่างต่อเนื่อง โดยมีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในหลายจังหวัด เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของการกักเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรือนเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่อาจป้องกันเชื้อไวรัสรุนแรงสูงที่ยังคงแพร่ระบาดในนกป่าต่อไป

ช่องทางนำโรคเข้าสู่ฟาร์ม

มีหลายเส้นทางที่เชื้อสามารถเล็ดรอดเข้าสู่ฝูงสัตว์ปีกที่ถูกกักเลี้ยงภายในโรงเรือนได้ ตามคำกล่าวของไธส์ คูเคน นักไวรัสวิทยาจากเอราสมุส เอ็มซี เมืองรอตเทอร์ดัม มาตรการกักเลี้ยงสัตว์ปีกช่วยป้องกันการระบาดเพิ่มเติมได้จริง แต่ไม่สามารถให้การปกป้องได้อย่างสมบูรณ์ เขาระบุว่า “ไวรัสสายพันธุ์นี้เหมือนหลุดรอดจากมือเรา และยังคงแพร่หมุนเวียนอยู่ในนกป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้”

เชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่โรงเรือนสัตว์ปีกได้หลายทาง ระบบระบายอากาศอาจดูดเอาขนของนกป่าที่ปนเปื้อนเชื้อเข้ามา หรือรอยรั่วบนหลังคาอาจทำให้น้ำฝนที่ปนเปื้อนมูลนกไหลหยดลงในโรงเรือน เมื่อเชื้อเข้าสู่ภายในแล้ว มันสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในโรงเรือนที่มีความหนาแน่นของสัตว์สูง คูเคนอธิบายว่า “เมื่อมันเข้ามาได้ ก็เหมือนตกลงบนเตียงที่ปูพร้อมไว้แล้ว และสามารถแพร่ได้อย่างรวดเร็วมาก” ปัจจัยด้านมนุษย์ก็มีส่วนทำให้เชื้อแพร่กระจายเช่นกัน งานวิจัยของมหาวิทยาลัยวาเกนนิงเกน ซึ่งติดตั้งกล้องในฟาร์มสัตว์ปีก พบว่าการปฏิบัติตามมาตรการชีวอนามัย เช่น การล้างรองเท้าบูท ยังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ในหลายฟาร์ม

การทดลองวัคซีนให้ผลน่าพอใจ

เนเธอร์แลนด์กำลังดำเนินการทดลองใช้วัคซีนป้องกันไข้หวัดนกในฟาร์มไก่ไข่แห่งหนึ่ง โดยจนถึงขณะนี้มีรายงานผลลัพธ์ที่เป็นบวก อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้ในระดับประเทศยังต้องรอการอนุมัติ กระทรวงเกษตรของเนเธอร์แลนด์ระบุว่ายังไม่สามารถเร่งกระบวนการได้ภายใต้ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบปัจจุบัน โฆษกกระทรวงกล่าวว่า “การใช้วัคซีนอนุญาตได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป และตราบใดที่ยังไม่มีโครงการฉีดวัคซีนอย่างเป็นทางการ ก็ยังคงห้ามใช้วัคซีนป้องกันไข้หวัดนกในเนเธอร์แลนด์

 ความกังวลต่อความหนาแน่นเชิงโครงสร้าง

คูเคนเน้นย้ำว่าขนาดของอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกในเนเธอร์แลนด์เป็นความท้าทายพื้นฐาน ประเทศมีไก่และสัตว์ปีกอื่น ๆ ประมาณ ๘๔ ล้านตัว คิดเป็นจำนวนสัตว์ปีกต่อพื้นที่เกษตรหนึ่งเฮกตาร์มากกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปถึง ๕ เท่า “สิ่งนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง หากเราต้องการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ” คูเคนกล่าว ผู้เชี่ยวชาญได้ส่งรายงานต่อรัฐสภาเนเธอร์แลนด์ในปี พ.ศ.๒๕๖๔ ซึ่งมีข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม คูเคนระบุว่าการนำข้อเสนอเหล่านั้นไปปฏิบัติยังมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย

ความเสี่ยงต่อการระบาดใหญ่ถูกยกระดับ

ผลกระทบจากการที่เชื้อไข้หวัดนกยังคงแพร่หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องนั้นขยายกว้างเกินกว่าภาคการผลิตสัตว์ปีก คณะกรรมาธิการนานาชาติได้ปรับระดับความเสี่ยงการเกิดการระบาดใหญ่จาก “ต่ำ” เป็น “ปานกลาง” เมื่อไม่นานมานี้ คูเคนอธิบายว่า “สาเหตุเป็นเพราะไวรัสแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในสัตว์ปีกหลายชนิดทั่วโลก และยังพบในโคนมในสหรัฐอเมริกา โดยเชื้อได้แพร่หมุนเวียนอยู่ที่นั่นมานานหนึ่งปีแล้ว” มนุษย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ปีกที่ติดเชื้อสามารถรับเชื้อได้ และอาจมีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และไอ ตามข้อมูลของสถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งเนเธอร์แลนด์ ส่วนสัตว์ปีกที่ติดเชื้อมักมีอาการซึม กินและดื่มลดลง มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ และมักตายจากโรคนี้ ตามรายงานของสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคของเนเธอร์แลนด์ การระบาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความท้าทายที่ซับซ้อนของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกเนเธอร์แลนด์ นั่นคือการต้องสร้างสมดุลระหว่างระบบการผลิตแบบเข้มข้นกับการควบคุมโรค ในสภาพแวดล้อมที่เชื้อไข้หวัดนกความรุนแรงสูงได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นในประชากรนกป่าแล้ว

เอกสารอ้างอิง

Linden J. 2025. Bird flu outbreaks persist despite month-long Dutch housing order. [Internet]. [Cited 2025 Dec 17]. Available from: https://www.poultryworld.net/health-nutrition/health/bird-flu-outbreaks-persist-despite-month-long-dutch-housing-order/

ภาพที่ ๑ ไธส์ คูเคน นักไวรัสวิทยาชาวดัตช์ ระบุว่า แม้มาตรการกักเลี้ยงสัตว์ปีกภายในโรงเรือนในเนเธอร์แลนด์จะช่วยป้องกันการระบาดเพิ่มเติมได้ แต่ก็ไม่สามารถให้การปกป้องได้อย่างสมบูรณ์(แหล่งภาพ Frank Uijlenbroek)



วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ฝรั่งเศสให้ผู้เลี้ยงไก่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

 ในประเทศฝรั่งเศส ผู้ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรง รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสัตว์ และผู้ปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวังสัตว์ป่า ได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในมนุษย์

คำแนะนำนี้มาจากกระทรวงเกษตรและกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส กรมสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และอาชีวอนามัย

การจำกัดความเสี่ยงจากการติดเชื้อร่วม

มีการแนะนำอย่างเข้มงวดให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ เช่น บุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์ปีก เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยค่าใช้จ่ายครอบคลุมโดยระบบประกันสุขภาพของฝรั่งเศส ตามคำแถลงของสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และอาชีวอนามัยแห่งชาติ ระบุว่า “การฉีดวัคซีนช่วยปกป้องผู้ปฏิบัติงานจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และหากเกิดการสัมผัสกับเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ความเสี่ยงจากการติดเชื้อร่วมจะลดลง เป็นการช่วยลดโอกาสการเกิดไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่มีต้นกำเนิดจากสัตว์ปีก แต่ได้รับลักษณะจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่เอื้อต่อการติดเชื้อในมนุษย์หรือการแพร่เชื้อจากคนสู่คน”

จำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แม้จะมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางในช่วงสองปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสก็ยังประสบกับจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ โดยจนถึงวันที่ ๕ ธันวาคม กระทรวงเกษตรได้บันทึกจำนวนฟาร์มติดเชื้อแล้ว ๘๙ ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันตกของประเทศ สถานการณ์นี้ทำให้กระทรวงเกษตรและกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และอาชีวอนามัยแห่งชาติ ต้อง “เพิ่มความร่วมมือในการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการควบคุมเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรง รวมทั้งประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์”

การแพร่สู่มนุษย์

เชื้อไวรัสไข้หวัดนกสามารถแพร่สู่มนุษย์ได้เป็นครั้งคราว โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีรายงานผู้ติดเชื้อหลายร้อยกรณีทั่วโลก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานการแพร่เชื้อจากคนสู่คนในทุกภูมิภาคของโลก

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมติดเชื้อเช่นกัน

สถานการณ์ไข้หวัดนกในปัจจุบันมีระดับสูงกว่าที่พบในช่วงเวลาเดียวกันของสองปีที่ผ่านมา โดยนกอพยพถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ ไวรัสเหล่านี้ยังสามารถติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ด้วย ในฝรั่งเศสมีรายงานพบสุนัขจิ้งจอก ๔ ตัวและตัวนาก ๑ ตัวที่ติดเชื้อ อัตราการแพร่หมุนเวียนของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงในสัตว์หลายชนิดภายในประเทศทำให้ความเสี่ยงต่อการสัมผัสของมนุษย์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มาตรการป้องกันกลายเป็นสิ่งจำเป็น ตามข้อสรุปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

Peys R. 2025. France advises flu vax for those working with poultry. [Internet]. [Cited 2025 Dec 15]. Available from:  https://www.poultryworld.net/health-nutrition/health/france-advises-flu-vax-for-those-working-with-poultry/

ภาพที่ ๑ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ ได้รับการแนะนำและครอบคลุมค่าใช้จ่ายโดยระบบประกันสุขภาพของฝรั่งเศส ตามคำแถลงของสำนักงานความปลอดภัยด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม และอาชีวอนามัยแห่งชาติ (แหล่งภาพ Hans Prinsen)

 

รัสเซียส่งสัญญาณกังวลการนำเข้าสัตว์ปีกจากจีน

  อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของรัสเซียได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการนำเข้าสัตว์ปีกจากจีน โดยเตือนว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่...