วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

 เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบหน้าสำคัญสองเรื่อง ที่ช่วยเร่งการยอมรับส่วนผสมที่มาจากแมลงในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกได้เร็วขึ้น

บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุกรรมแมลงวันลายทหารหรือบีเอสเอฟจากเอดินบะระ ได้รับเงินลงทุนใหม่จำนวน ๓๖ ล้านบาทจากผู้ถือหุ้นเดิม พร้อมทั้งได้เข้าร่วมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับฟรีซเอ็ม ไครโอเจเนติกส์  เพื่อขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์มพันธุกรรมไฮเพอร์-ฟลายขั้นสูงไปยังผู้ผลิตทั่วทวีปยุโรป

        ความคืบหน้าเหล่านี้ถือเป็นประเด็นสำคัญต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีก เพราะอาหารโปรตีนจากแมลงยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในฐานะแหล่งโปรตีนที่ยั่งยืนสำหรับอาหารสัตว์ปีก การเพิ่มประสิทธิภาพ ผลผลิต และความสม่ำเสมอของการผลิตแมลงวันลายทหาร ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงและลดต้นทุนของวัตถุดิบจากแมลงสำหรับผู้ผลิตอาหารสัตว์เชิงพาณิชย์

เงินทุนที่ได้รับช่วยสนับสนุนการพัฒนาไฮเพอร์-ฟลาย

เบตา บักส์ ระบุว่าเงินทุนรอบล่าสุดจะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินงานตามหมุดหมายสำคัญก่อนการเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ของผลิตภัณฑ์ ไฮเพอร์-ฟลาย ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๗๐ โดยบริษัทรายงานว่าการทดลองอิสระที่เสร็จสิ้นในช่วงต้นปี พ.ศ.๒๕๖๙ แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่เหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม

ไฮเพอร์-ฟลาย เป็นผลลัพธ์จากการคัดเลือกสายพันธุ์ต่อเนื่องมากกว่า ๔๕ รุ่น เพื่อยกระดับสมรรถนะของแมลงวันลายทหาร ตามข้อมูลของบริษัท การทดลองเปรียบเทียบล่าสุดยืนยันถึงประโยชน์ของโครงการปรับปรุงพันธุกรรมนี้ และสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคนิคการปรับปรุงพันธุ์ขั้นสูงในอุตสาหกรรมการเลี้ยงแมลง

        การประกาศเงินลงทุนครั้งนี้มาพร้อมกับการยืนยันว่า ดร. อลัน ทินช์ ได้เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อย่างเป็นทางการ บริษัทระบุว่าทินช์มีประสบการณ์กว้างขวางในการผลักดันโครงการพันธุกรรมขั้นสูงสู่เชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมปศุสัตว์หลายประเภท รวมถึงไก่ สุกร และปลาแซลมอน

ดร. คริสโตเฟอร์ ริชาร์ดส์ ประธานบริษัท เบตา บักส์ กล่าวว่า การลงทุนรอบล่าสุดสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความก้าวหน้าที่บริษัททำได้ในปีที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำถึงคุณค่าของประสบการณ์ของทินช์ในการนำเทคโนโลยีพันธุกรรมขั้นสูงไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่สร้างผลกำไรได้จริง

ความร่วมมือเพื่อยกระดับความสม่ำเสมอในการผลิต 

นอกจากข่าวเงินลงทุนแล้ว เบตา บักส์ ยังได้ตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ฟรีซเอ็ม ไครโอเจเนติกส์  โดยทั้งสองบริษัทจะผสานเทคโนโลยีพันธุกรรมของ เบตา บักส์ เข้ากับเทคโนโลยีพอสเอ็มสำหรับตัวอ่อนแขวนลอยของฟรีซเอ็ม เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นทางชีวภาพที่มีความเสถียรและมาตรฐานมากขึ้นสำหรับผู้ผลิตแมลง ตามข้อตกลง จะมีการจัดตั้งประชากรพ่อแม่พันธุ์ ไฮเพอร์-ฟลาย ที่โรงงานผลิตของ ฟรีซเอ็ม ในประเทศเยอรมนี ซึ่งจะเป็นฐานสำหรับการผลิตตัวอ่อนแขวนลอย ไฮเพอร์-ฟลาย-พอสเอ็ม เพื่อใช้ในการประเมินเชิงพาณิชย์และทดสอบตลาด ทั้งสองฝ่ายมีแผนดำเนินการทดลองภายใต้การควบคุมและการทดลองเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ.๒๕๖๙ โดยมุ่งเน้นที่ผลผลิต ปริมาณผลผลิต และความสม่ำเสมอภายใต้สภาพการผลิตจริง คาดว่าการทำตลาดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๗๐

เอกสารอ้างอิง

McDougal T. 2026. Beta Bugs boosts poultry insect protein ambitions with new funding. [Internet]. [Cited 2026 Aug 25]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/beta-bugs-boosts-poultry-insect-protein-ambitions-with-new-funding

ภาพที่ ๑ ความก้าวหน้าในด้านพันธุกรรมและเทคโนโลยีการผลิตมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอของการผลิตโปรตีนจากแมลง (แหล่งภาพ Beta Bugs)



วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ยุโรปเตรียมผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใช้เองในโรงงานไก่

 ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาอื่นๆ ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสิ่งจำเป็นต่อกระบวนการแปรรูปไก่หายากและจัดหาได้ยากขึ้น

               แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซสำคัญในโรงงานไก่ เช่น การทำสลบไก่ การแช่เย็น และการผลิตน้ำแข็งแห้ง เมื่อเกิดสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ โรงงานผลิตก๊าซ โรงกลั่น และระบบขนส่งได้รับผลกระทบทำให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขาดแคลน โรงงานไก่ผลิตได้ไม่เต็มกำลัง หรือบางแห่งต้องหยุดสายการผลิต ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เกี่ยวข้องแทบทุกขั้นตอนของการแปรรูปไก่ และแหล่งจัดหาก๊าซนี้ของอุตสาหกรรมก็มีความไม่เสถียรมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในโรงงานเองอาจเป็นทางออกจากความผันผวนนี้ ตามความเห็นของ เจฟ
โฮลโยก
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ของบริษัทแอร์แคปเจอร์

               เมื่อห้าปีก่อน คนในอุตสาหกรรมแทบไม่มีใครสะกดคำว่า แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ด้วยซ้ำ” โฮลโยกกล่าว “แต่ตอนนี้มันกลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมมาก จนทุกคนต้องรีบเรียนรู้เรื่องแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์กันอย่างรวดเร็วแบบทันทีทันใด

               แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้ในการทำสลบไก่ก่อนเชือด เพราะถือว่าเป็นวิธีที่มีมนุษยธรรมมากกว่าและทำให้สัตว์เครียดน้อยกว่าวิธีอื่น หลังจากนั้น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกนำไปแปรรูปเป็นน้ำแข็งแห้งสำหรับบรรจุภัณฑ์แบบคอมโบ ใช้ผสมในก๊าซบรรยากาศดัดแปลง เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา และใช้ในตู้แช่แข็งแบบไครโอเจนิกเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ เช่น อกไก่ ให้แข็งตัวอย่างรวดเร็ว

               เพราะโรงงานแปรรูปไก่มักดำเนินงานโดยแทบไม่มีความสามารถ ในการสำรองแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เลย แม้การขาดแคลนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพียงช่วงสั้นๆ ก็สามารถทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดได้ ถ้าต้องหยุดโรงงานแค่กะเดียว ผลกระทบจะย้อนกลับไปหมดทั้งระบบ โฮลโยกกล่าว พร้อมระบุว่าความล่าช้านั้นสามารถส่งผลไปถึงโรงฟักไข่ด้วย ทำไมซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จึงมีความเสี่ยง ความเปราะบางนี้เกิดจากวิธีการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ต้น ไม่มีใครผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้โดยตรง โฮลโยกอธิบาย เราผลิตแอมโมเนียเพื่อใช้เป็นแอมโมเนีย เราผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเอทานอล ส่วนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นเพียงผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตทั้งสองอย่างนั้นเท่านั้น

ถ้าโรงงานผลิตเอทานอลหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุง หรือราคาก๊าซธรรมชาติสูงจนทำให้การผลิตแอมโมเนียไม่คุ้มต้นทุน ซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็อาจหายไปแบบแทบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าได้” เขากล่าว โฮลโยกยังชี้ให้เห็นแรงกดดันอื่นที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงาน ตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไปจนถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล

อุตสาหกรรมเคยเห็นตัวอย่างของความไม่มั่นคงนั้นมาแล้วในปี พ.ศ.๒๕๖๕ เมื่อเกิดการหยุดชะงักของซัพพลาย ปัญหาการปนเปื้อน และการปิดโรงงาน โฮลโยกเรียกว่าเป็น บาดแผลระดับผิวเผิน ของอุตสาหกรรม เขากล่าวว่า แม้ซัพพลายจะกลับมามีเสถียรภาพแล้ว แต่ก็เห็นได้ชัดเจนมากว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะยังเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ

วิธีการทำงานของระบบดักจับคาร์บอนจากอากาศหรือดีเอซี การผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในสถานที่สามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีอย่างดีเอซี ระบบเหล่านี้จะดึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ โดยตรงจากอากาศรอบตัวผ่านกระบวนการแยกทางเคมี ทำให้ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เกรดอาหาร ที่สะอาดกว่า แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จากหลุมฝังกลบหรือก๊าซชีวภาพ มักมีสารปนเปื้อน เช่น ซัลเฟอร์และไฮโดรคาร์บอน

บทสรุป

               การผลิตแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในโรงงานด้วยเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจากอากาศหรือดีซีเอ ช่วยให้โรงงานแปรรูปไก่มีทางออกจากปัญหาซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีความผันผวน ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงานของโรงงาน และช่วยป้องกันการหยุดสายการผลิตที่มีต้นทุนสูงจากการหยุดเดินเครื่องของโรงงานผลิตแอมโมเนียและเอทานอล

·      แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นสิ่งจำเป็นในทุกขั้นตอนของการแปรรูปไก่ ตั้งแต่การทำสลบไก่อย่างมีมนุษยธรรม ไปจนถึงการใช้ในน้ำแข็งแห้ง การบรรจุภัณฑ์แบบบรรยากาศดัดแปลงหรือเอ็มเอพี และการแช่แข็งแบบไครโอเจนิก 

·      ซัพพลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในปัจจุบันมีความเปราะบาง เพราะเป็นเพียงผลพลอยได้จากการผลิตแอมโมเนียและเอทานอล ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นโดยตั้งใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักแบบฉับพลัน 

·      แม้การขาด แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เพียงช่วงสั้น ๆ ก็สามารถทำให้โรงงานไก่ทั้งโรงหยุดการผลิต และส่งผลกระทบย้อนกลับไปถึงโรงฟักไข่ เนื่องจากโรงงานมีความสามารถสำรอง น้อยมาก 

·      เทคโนโลยีดักจับคาร์บอนจากอากาศหรือดีเอซี สามารถดึง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศโดยตรงเพื่อผลิต แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เกรดอาหารภายในโรงงาน ซึ่งสะอาดกว่าซัพพลายจากหลุมฝังกลบหรือก๊าซชีวภาพ 

·      วิกฤตซัพพลาย แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์  ในปี พ.ศ.๒๕๖๕ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีระบบผลิต แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในโรงงาน โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจะเกิดขึ้นอีก เนื่องจากความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงาน

เอกสารอ้างอิง

Doughman E. 2026. On-site CO2 supply could fix poultry plant shortages. [Internet]. [Cited 2026 Aug 20]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/processing-slaughter/news/15832992/onsite-co2-supply-could-fix-poultry-plant-shortages

ภาพที่ ๑ การจัดการแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ภายในโรงงานไก่       (แหล่งภาพ PicsFive | BigStock.com)



วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569

นิวคาสเซิลระบาดในยุโรป

 ไก่เนื้อในเยอรมนีมากกว่า ๔๖,๐๐๐ ตัวที่สูญเสียไปจากโรคนิวคาสเซิล และตั้งแต่เดือนธันวาคมปี พ.ศ.๒๕๖๘ ประเทศเยอรมนีได้สูญเสียฝูงไก่ไปแล้วมากกว่า ๓๐ ฝูงจากการระบาดของโรคนี้ สเปนสูญเสียไก่เนื้อมากกว่า ๔๖,๐๐๐ ตัวจากโรคนิวคาสเซิลในการระบาดครั้งใหญ่ครั้งที่สองของเดือนนี้ในเมืองอาเรบาโล สะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาระบาดอย่างรุนแรงของโรค ส่งผลกระทบต่อฝูงไก่มากกว่า ๓๐ ฝูงตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี พ.ศ.๒๕๖๘ แม้ว่าสถานการณ์ในโปแลนด์และเยอรมนีจะเริ่มผ่อนคลายลง แต่สเปนยังคงเป็นประเทศในยุโรปที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้ ในเหตุการณ์ล่าสุด มีไก่เนื้อจำนวน ๔๖,๓๙๐ ตัวถูกทำลาย โดยมีไก่ ๙๕๙ ตัวตายจากโรค และอีก ๔๕,๔๓๑ ตัวถูกทำลายเพื่อควบคุมการระบาด นี่เป็นการระบาดครั้งที่สองในอาเรบาโลในเดือนเดียวกัน หลังจากกรณีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคมที่ส่งผลกระทบต่อไก่ ๓๙,๐๐๐ ตัว สเปนเผชิญกับโรคนิวคาสเซิลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.๒๕๖๘ และมีฝูงไก่ได้รับผลกระทบรวมมากกว่า ๓๐ ฝูง ขณะที่โปแลนด์มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายงานยืนยันการพบโรคครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน ส่วนเยอรมนีสูญเสียฝูงไก่ไปแล้ว ๓๘ ฝูงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และไม่มีรายงานการพบโรคเพิ่มเติมหลังจากเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โรคนิวคาสเซิลยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสัตว์ปีกในสเปน โดยล่าสุดมีกรณีที่ทำให้ไก่เนื้อจำนวน ๔๖,๓๙๐ ตัวได้รับผลกระทบ  ตามรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ฝูงไก่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเมืองอาเรบาโล ในเหตุการณ์นี้มีไก่ ๙๕๙ ตัวตาย และไก่ที่เหลืออีก ๔๕,๔๓๑ ตัวถูกทำลายเพื่อควบคุมโรค สเปนยังคงต่อสู้กับโรคนิวคาสเซิลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๐๒๕ โดยจนถึงขณะนี้มีฝูงไก่ได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า ๓๐ ฝูง ก่อนปี ๒๐๒๕ ประเทศสเปนปลอดจากโรคนี้มาตั้งแต่ปี ๒๐๒๒

สถานการณ์โรคนิวคาสเซิลในโปแลนด์เริ่มผ่อนคลายลง

 หลังจากที่ประเทศโปแลนด์ เคยได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่มีการยืนยันพบโรคครั้งแรกในเดือนกันยายน ปี ๒๐๒๔ อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจาก องค์การสุขภาพสัตว์โลก  ที่ยืนยันการพบโรคในโปแลนด์เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากโปแลนด์มีจำนวนการระบาดของโรคนิวคาสเซิลสูงมาก องค์การสุขภาพสัตว์โลก จึงแยกรายงานออกเป็นรายภูมิภาค และเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ได้เผยแพร่รายงานฉบับสุดท้ายสำหรับภูมิภาคชลอนสก์และพอดคาร์แพคเคีย เป็นสัญญาณว่าการระบาดในพื้นที่ทั้งสองแห่งนั้นได้รับการแก้ไขแล้ว

ประเทศเยอรมนีเป็นอีกชาติเดียวในยุโรปที่ยังมีรายงานยืนยันการพบโรคนิวคาสเซิลในช่วงล่าสุด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ล่าสุดที่ องค์การสุขภาพสัตว์โลก  รายงานเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ในครั้งนั้นมีการติดเชื้อใน ๑๐ ฝูง นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เยอรมนีสูญเสียฝูงไก่ไปแล้วทั้งสิ้น ๓๘ ฝูงจากโรคนี้

เอกสารอ้างอิง

Graber R. 2026. More than 46,000 German broilers lost to Newcastle disease. [Internet]. [Cited 2026 Aug 21]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/diseases-health/news/15833126/more-than-46000-german-broilers-lost-to-newcastle-disease

ภาพที่ ๑ นิวคาสเซิลระบาดในยุโรป      (แหล่งภาพ Farm & Food Care)



เอไอบนสมาร์ทโฟนตรวจซัลโมเนลลาในสัตว์ปีก

 ผลเบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี แต่เครื่องมือนี้ยังต้องปรับปรุงเพิ่มเติม

งานวิจัยแนวคิดเบื้องต้นจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียระบุว่า อนาคตของการตรวจหาเชื้อซัลโมเนลลาในโรงเรือนสัตว์ปีกอาจง่ายเพียงแค่ถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟน เชื้อ ซัลโมเนลลา เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคอาหารเป็นพิษในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ไข้ และปวดท้อง และผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกถือเป็นหนึ่งในแหล่งการติดเชื้อในคนที่สำคัญที่สุด

การตรวจหาเชื้อก่อโรคให้ได้อย่างรวดเร็วในฟาร์มเป็นสิ่งสำคัญต่อการยกระดับความปลอดภัยอาหาร และช่วยป้องกันการปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานปัจจุบันสำหรับการตรวจเชื้อในฟาร์ม คือการเก็บตัวอย่างขี้เลื่อยหรือมูลสัตว์ แล้วส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการทดสอบทางจุลชีววิทยา วิธีนี้มีความแม่นยำสูง แต่ต้องใช้แรงงานมาก มีค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลาหลายวันในการทราบผล ทำให้ กั๋วหมิง ลี่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากภาควิชาวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกและสถาบันปัญญาประดิษฐ์ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย และ อะเดลูโมลา โอลาไดน์เด นักจุลชีววิทยาวิจัยจากศูนย์วิจัยสัตว์ปีกแห่งชาติ หน่วยงานวิจัยการเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ หันมาศึกษาว่าเอไอและระบบมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์จะสามารถเป็นทางเลือกที่รวดเร็วและใช้งานได้จริงมากกว่าเดิมหรือไม่

เป้าหมายการตรวจหาเชื้อซัลโมเนลลาให้เร็วขึ้น

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักสองประการ ได้แก่ การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำนายการมีอยู่ของเชื้อซัลโมเนลลาจากภาพถ่ายมูลไก่บนพื้นรองนอนที่ถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน และการทดสอบว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของไก่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางพฤติกรรมของการติดเชื้อได้หรือไม่  แบบจำลองเอไอทำงานได้ดีมากเมื่อฝึกและทดสอบด้วยภาพมูลไก่จากภูมิภาคเดียวกัน โดยให้ความแม่นยำมากกว่าร้อยละ ๙๓ แต่เมื่อใช้กับภาพจากภูมิภาคอื่น ความแม่นยำลดลงอย่างมากเหลือเพียงร้อยละ ๔๐ ถึง ๖๐ สะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างด้านสิ่งแวดล้อมและความแตกต่างตามภูมิภาคสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของแบบจำลองได้อย่างชัดเจน ลี่กล่าวเตือนว่า “เราสามารถตรวจสอบความถูกต้องของบางส่วนได้ แต่เรายังต้องคิดต่อว่าจะเพิ่มคุณลักษณะอะไรเพื่อให้การตรวจจับดีขึ้นและเพิ่มความแม่นยำ” พร้อมเสริมว่าแบบจำลองนี้มีศักยภาพ แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในภาคสนาม การแยกแยะเชื้อซัลโมเนลลาจากโรคอื่นๆ ยังเพิ่มความยากอีกระดับหนึ่ง เพราะหลายโรคสามารถทำให้มูลไก่มีการเปลี่ยนแปลงของสี ความเหลว หรือมีเลือดปนได้เช่นกัน “โรคบางชนิดมีลักษณะของมูลที่เหมือนกัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ยังต้องหาวิธีแก้ไข ในอีกส่วนหนึ่งของการศึกษา นักวิจัยพบว่าไก่สุขภาพดีมีรูปแบบการเคลื่อนไหวตามจังหวะเวลาที่ปกติ ขณะที่ไก่ที่ติดเชื้อซัลโมเนลลามีความแตกต่างของรูปแบบการเคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัด ผลลัพธ์นี้บ่งชี้ว่าการเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องอาจถูกพัฒนาให้เป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพเชิงดิจิทัลเพิ่มเติมสำหรับการตรวจการติดเชื้อในอนาคต

การเปิดให้เข้าถึง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป 

ทีมวิจัยได้เปิดเผยซอฟต์แวร์โค้ดและแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนบนกิตฮับเพื่อให้ผู้พัฒนาในอุตสาหกรรมและด้านเทคโนโลยีรายอื่นสามารถนำแพลตฟอร์มไปต่อยอดได้ ขณะนี้ทีมกำลังดำเนินการเพื่อขอรับทุนสนับสนุนเพิ่มเติมจาก สำนักวิจัยการเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐ และแหล่งทุนอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงความละเอียดของกล้อง ขยายการเก็บข้อมูล และลดช่องว่างด้านความแม่นยำระหว่างภูมิภาค ลี่และโอลาไดน์เด ยังมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากฟาร์มเชิงพาณิชย์ คาดว่าข้อมูลจากฟาร์มจริงจะมีอัตราการพบเชื้อซัลโมเนลลาสูงกว่าที่ตรวจพบในโรงเรือนทดลองที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเน้นว่าการทำให้กระบวนการเก็บข้อมูลในฟาร์มเชิงพาณิชย์มีมาตรฐานเดียวกัน และการควบคุมความแปรปรวนของข้อมูลภาพเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสมาคมไก่เนื้อและไข่สหรัฐ และสำนักวิจัยการเกษตร กระทรวงเกษตรสหรัฐ

เอกสารอ้างอิง

Doughman D. 2026. Smartphone AI could one day flag Salmonella in poultry. [Internet]. [Cited 2026 Aug 19]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/food-safety/news/15832849/smartphone-ai-could-one-day-flag-salmonella-in-poultry

ภาพที่ ๑ เอไอบนสมาร์ทโฟนตรวจซัลโมเนลลาในฟาร์มสัตว์ปีก      (แหล่งภาพ rzoze19 I Shutterstock.com)



วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ผลกระทบวัคซีนหวัดนกต่อการค้าสัตว์ปีกสหรัฐฯ

 แทนที่จะคาดเดาว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง หรือโครงการนำร่องจะส่งผลต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของสหรัฐอย่างไร หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช ควรปรึกษากับประเทศคู่ค้าโดยตรง

ถ้อยแถลงของนายสัตวแพทย์ จอห์น คลิฟฟอร์ด ที่ปรึกษาด้านการค้าสัตวแพทย์และนโยบายของ สภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐ ในงาน ชิคเคน มาร์เก็ตติ้ง ซัมมิต พ.ศ.๒๕๖๙  หมอคลิฟฟอร์ด เรียกร้องให้ หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ เปิดเผยโครงการนำร่องการให้วัคซีนไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงสำหรับไก่ไข่ ได้ถูกนำเสนอให้หน่วยงานพิจารณาโดย ยูไนเต็ด เอ้ก โปรดิวเซอร์ส หรือยูอีพีและ อเมริกัน เอ้ก บอร์ด หรือเออีบี

หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ ติดต่อทั้งอุตสาหกรรมหลายครั้ง พร้อมชุดคำถามเฉพาะเพื่อพัฒนาแนวทางการฉีดวัคซีน ถือว่าประสบความสำเร็จ และส่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้านสัตว์ของแต่ละรัฐตรวจทาน ต่อด้วยกระทรวงเกษตรและคณะกรรมการเกษตรให้ตรวจทาน แล้วจึงส่งมาให้อุตสาหกรรมตรวจทานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และภาคอุตสาหกรรมก็ส่งคำตอบกลับไปให้ภายในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมปีนี้ “ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่ได้ยินอะไรจากพวกเขาอีกเลย

ในการประชุมสมาคมผู้ผลิตไข่แห่งสหรัฐอเมริกาปีนี้ เป็นการจัดแบบออนไลน์เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม นั้น เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ “คณะกรรมการฯได้อนุมัติข้อเสนอให้ หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ ดำเนินการปรึกษาอย่างเป็นทางการกับประเทศคู่ค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ เกี่ยวกับผลกระทบด้านการค้าจากโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนก หรือโครงการนำร่องที่อาจเกิดขึ้น” คำร้องนี้ขอให้ หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ นำเสนอแนวทางการให้วัคซีนที่เสนอไว้ต่อประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ และขอรับความเห็นอย่างเป็นทางการ ว่าการดำเนินโครงการลักษณะนี้จะ ส่งผลต่อการเข้าถึงตลาดของผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกและไข่ของสหรัฐฯ อย่างไร

การ์ริสันเน้นย้ำว่า คำร้องของสภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐ ต่อกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นการสนับสนุนให้มีการให้วัคซีนไข้หวัดนก หรือโครงการนำร่องแต่อย่างใด และกล่าวต่อว่า “ผมคิดว่า หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับคำร้องของสภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐฯ เพราะสภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐฯ เป็นตัวแทนของทุกภาคส่วนการส่งออกในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของสหรัฐฯ ตั้งแต่เนื้อสัตว์ปีก ไข่ ผลิตภัณฑ์ไข่ ไปจนถึงพันธุกรรมสัตว์ปีก การทราบว่าประเทศคู่ค้าจะตอบสนองต่อรายละเอียดของแผนที่เสนออย่างไร จะช่วยให้การวิเคราะห์ต้นทุน ผลประโยชน์แม่นยำขึ้น และอาจให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนใด ๆ ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักทางการค้าได้” โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เป็นโรคประจำถิ่นในนกน้ำอพยพ และได้แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว อุตสาหกรรมสัตว์ปีกทั่วโลกจำเป็นต้อง ร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายนี้ เพราะโรคนี้ จะไม่หายไปเอง

เอกสารอ้างอิง

O'Keefe.  2026. What impact would HPAI vaccination have on US poultry trade?. [Internet]. [Cited 2026 Aug 18]. Available from: https://www.wattagnet.com/blogs/food-safety-processing-perspective/blog/15832799/hpai-vaccination-impact-on-us-poultry-trade

ภาพที่ ๑ โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เป็นโรคประจำถิ่นใน นกน้ำอพยพทั่วโลก และยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง การให้วัคซีนอาจเป็นองค์ประกอบที่จำเป็น เพิ่มเติมจากมาตรการกำจัดโรค ในสัตว์ปีกเลี้ยงภายในประเทศ (แหล่งภาพ Raevsky Lab | Bigstock.com)



วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รัสเซียปิดเส้นทางส่งสัตว์ปีกอียู

 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม หน่วยงานบริการสัตวแพทย์ของรัฐรัสเซีย รอสเซลโคซนาดซอร์ ได้ประกาศ ห้ามการขนส่งเนื้อสัตว์ปีกจากสหภาพยุโรป รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หลายรายการ ผ่านดินแดนของรัสเซีย

มาตรการนี้จะ สกัดกั้นการขนส่งผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกที่ผลิตในสหภาพยุโรปไม่ให้ผ่านดินแดนรัสเซีย โดยข้อจำกัดดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไป จนกว่าจะมีการเจรจากับคณะกรรมาธิการยุโรป เกี่ยวกับ ข้อกล่าวหาการละเมิดกฎระเบียบ ที่รัสเซียอ้างว่าเกิดขึ้น

รอสเซลโคซนาดซอร์ ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ป้องกันการแพร่กระจายของโรคสัตว์ และ คุ้มครองผู้บริโภคในรัสเซีย หน่วยงานกำกับดูแลด้านสัตวแพทย์ของรัสเซียอ้างถึงกรณีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ การขนส่งผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีกที่มีต้นทางจากเยอรมนีผ่านโปแลนด์อย่างผิดกฎหมาย โดยสินค้าดังกล่าว ผ่านพรมแดนด้วยเอกสารสุขอนามัยปลอม ก่อนถูกส่งต่อไปยังอุซเบกิสถานผ่านรัสเซีย “จากการวิเคราะห์ภายหลัง และคำตอบจากหน่วยงานสัตวแพทย์ของเยอรมนี ไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ส่ง หรือแหล่งที่มาที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ได้

การส่งออกไปเอเชียกลางได้รับผลกระทบ

อีลยา กรัชเชนคอฟ นักวิเคราะห์การเมืองและประธานศูนย์พัฒนานโยบายภูมิภาค ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรัฐของรัสเซีย TASS ว่า ต้นทุนหลักจากมาตรการห้ามทรานซิตครั้งนี้จะตกอยู่กับซัพพลายเออร์ยุโรปและผู้ซื้อในเอเชียกลาง บริษัทสัตว์ปีกยุโรปมีฐานที่แข็งแกร่งในตลาดเอเชียกลางมาโดยตลอด โดยส่วนใหญ่ใช้เส้นทางผ่านรัสเซียเป็นช่องทางหลักในการส่งออก

ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ การส่งออกชิ้นส่วนไก่แช่แข็งและเครื่องในจากสหภาพยุโรปไปยังอุซเบกิสถานยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการค้าของภูมิภาคเอเชียกลาง มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ ๙๑๕,๘๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นปริมาณกว่า ๔๐,๔๑๔ ตัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าสหภาพยุโรปยังคงรักษาตำแหน่งซัพพลายเออร์รายใหญ่ของอุซเบกิสถาน เคียงคู่กับตุรกีในหมวดผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ โปแลนด์ถือเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้อย่างแท้จริง โดยมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง ๕๒๘,๒๐๐,๐๐๐ บาท และปริมาณกว่า ๒๔,๙๒๒ ตัน เพียงประเทศเดียวก็ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมดจากสหภาพยุโรปไปยังอุซเบกิสถาน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางการค้าที่ยาวนานและความต้องการสินค้าโปรตีนสัตว์จากยุโรปในภูมิภาคนี้  นอกจากนี้ สัตว์ปีกจากยุโรปยังเป็นซัพพลายเออร์ให้กับตลาดของ คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และคาซัคสถาน อีกด้วย กรัชเชนคอฟกล่าวว่า “ซัพพลายเออร์ยุโรปจะต้องมองหาเส้นทางขนส่งทางเลือก แบกรับต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น หรืออาจต้องเปลี่ยนผู้จัดส่งเป็นการชั่วคราว

ยกระดับการคว่ำบาตร

กรัชเชนคอฟกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า แม้จะถูกมองว่าเป็น สัญญาณของการยกระดับมาตรการตอบโต้ แต่ในเวลาเดียวกัน การตัดสินใจของรัสเซียก็มี นัยทางการเมืองที่กว้างกว่า โดยอธิบายว่า “รัสเซียกำลังแสดงให้เห็นว่าตนยังคงเป็นพื้นที่สำคัญด้านโลจิสติกส์และกฎระเบียบ ระหว่างยุโรปกับประเทศต่าง ๆ ในยูเรเชีย” มาตรการนี้ยังสะท้อนว่า ความขัดแย้งด้านมาตรการคว่ำบาตร กำลังค่อย ๆ ขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ ๆอย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่า “ยังเร็วเกินไปที่จะตีความเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการยกระดับทางการเมืองครั้งใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นควรถูกมองว่าเป็นข้อเรียกร้องที่เข้มงวดขึ้น เพื่อให้ห่วงโซ่อุปทานมีความโปร่งใสมากขึ้น และเพื่อให้หน่วยงานสัตวแพทย์ยุโรปรับผิดชอบต่อสินค้าที่ผ่านดินแดนรัสเซีย

เอกสารอ้างอิง

Vorotnikov V.  2026. Russia bans transit of EU poultry. [Internet]. [Cited 2026 Aug 17]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/russia-bans-transit-of-eu-poultry

ภาพที่ ๑ การส่งออกสัตว์ปีกของสหภาพยุโรปไปยังเอเชียกลางอาจเผชิญความปั่นป่วน หลังรัสเซียประกาศห้ามการขนส่งผ่านดินแดน (แหล่งภาพ Benjamin Ruiz)



วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ซูเปอร์มาร์เก็ตไร้ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากสัตว์

 งานเอสไอเอวีเอส ในเซาเปาลู ประเทศบราซิล ได้นำเสนอแนวคิดที่แปลกใหม่และน่าสนใจ เพื่อให้เห็นภาพว่า “ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรเวลาซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต หากไม่มีอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์

งานงานแสดงสินค้าโปรตีนสัตว์นานาชาติ หรือเอสไอเอวีเอส  ที่จัดขึ้นในนครเซาเปาลู ประเทศบราซิล ในสัปดาห์นี้ สมาคมโปรตีนสัตว์บราซิลได้เสนอไอเดียโดดเด่น โดยจัดพื้นที่นิทรรศการพิเศษสำหรับโปรเจกต์ที่ชื่อว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์” เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นภาพจริงว่าหากไม่มีอุตสาหกรรมโปรตีนสัตว์ ชีวิตประจำวันของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร ถ้าไม่มีผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์เลย เวลาหมอไปจ่ายตลาดแล้วหยิบของใส่ถุงตอนคิดเงิน จะเหลืออะไรอยู่บ้างในถุงของเรา? แล้วรายการซื้อของจะเหลือกี่อย่างกันแน่? มาลองดูแบบรวดเร็วกันสักหน่อย

ขณะเดินชมพื้นที่นิทรรศการ สิ่งแรกที่เรานึกถึงก็คือ แน่นอนว่าในตู้แช่จะไม่มีเนื้อสัตว์เลย ไม่ว่าจะเป็นไก่ หมู เนื้อวัว หรือปลา รวมถึงแฮม ไส้กรอก ซาลามี่ และเนื้อแปรรูปต่าง ๆ และแน่นอน ตู้แช่ทั้งหมดว่างเปล่า มีเพียงป้ายบอกว่า “ไม่มีเนื้อสัตว์ที่นี่” แต่เมื่อเดินต่อไปตามชั้นวางสินค้า ก็พบว่าไม่มีไข่ นมและผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด เช่น ชีส โยเกิร์ต หรือเนย นอกจากนี้ยังไม่มีพาสต้า เพราะมีไข่เป็นส่วนประกอบ ขนมปัง น้ำซุปไก่ ปลากระป๋องทูน่า มายองเนส คุกกี้ หรือซุปสำเร็จรูปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ไม่มีเบียร์เลย เพราะกระบวนการทำให้เบียร์ใสต้องใช้โปรตีนจากสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการผลิต ไม่มีช็อกโกแลตหรือขนมหวาน เพราะมีส่วนผสมของนม ไม่มีอาหารสำเร็จรูปแบบเพิ่มมูลค่า เช่น พาสต้าแช่แข็งหรือพิซซ่า ชั้นสุดท้ายที่เดินไปคือชั้นสินค้ากลุ่มดูแลร่างกาย ก็พบว่าไม่มีสบู่ เพราะการผลิตสบู่ต้องใช้ไขมันสัตว์ ไม่มียาสีฟัน แชมพู หรือครีมบำรุงผิว แม้แต่ผงซักฟอกสำหรับซักผ้า หรือผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มก็ไม่มีเช่นกัน

บางซูเปอร์มาร์เก็ตอาจมีโซนร้านขายยาอยู่ด้วย ดังนั้นเราจะไม่สามารถหาวัคซีนได้เลย เพราะการผลิตวัคซีนต้องเพาะเลี้ยงไวรัสในไข่ตัวอ่อน ไข่ปลอดเชื้อหรือเอสพีเอฟ และบางชนิดยังใช้ซีรัมเลือดโคในกระบวนการผลิตด้วย นับเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมมาก และควรนำไปทำซ้ำในหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในภาคอุตสาหกรรมโปรตีนสัตว์เท่านั้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทำความรู้จักกับอุตสาหกรรม และเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่มันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น มันคือชีวิตจริง

เอกสารอ้างอิง

Ruiz B.  2026. A supermarket without any animal-protein-origin products?. [Internet]. [Cited 2026 Aug 7. Available from: https://www.wattagnet.com/blogs/latin-america-poultry-at-a-glance/blog/15831922/a-supermarket-without-any-animalproteinorigin-products

ภาพที่ ๑ งานแสดงซูเปอร์มาร์เก็ตไร้ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากสัตว์ (แหล่งภาพ Benjamin Ruiz)



เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...