การผลิตสัตว์ปีกทั่วโลกกำลังขยายตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ราโบแบงค์ เตือนว่าผู้ผลิตอาจเสี่ยงต่อการทำให้สภาวะตลาดเสียสมดุล หากยังคงเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการควบคุม ในรายงานแนวโน้มอุตสาหกรรมสัตว์ปีกรายไตรมาสฉบับล่าสุด ธนาคารได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของการผลิตสัตว์ปีกทั่วโลกในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นร้อยละ ๓.๕ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความกังวลเรื่องภาวะอุปทานส่วนเกินในหลายภูมิภาคผู้ผลิตรายสำคัญของโลก
ตามรายงานไตรมาส ๔ ของราโบแบงค์
อุตสาหกรรมสัตว์ปีกยังคงได้รับประโยชน์จากการที่เนื้อสัตว์ปีกมีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับโปรตีนจากสัตว์ชนิดอื่น
อย่างไรก็ตาม
สภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปกำลังทำให้ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น
โดยเฉพาะในภูมิภาคที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ในบางตลาด
ปัจจัยดังกล่าวเริ่มส่งผลให้ความต้องการบริโภคลดลง
และก่อให้เกิดแรงกดดันต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น
ราโบแบงค์ ระบุว่า
การเติบโตอย่างรวดเร็วของการผลิตสัตว์ปีกไม่ได้ส่งผลให้สภาวะตลาดมีความแข็งแกร่งในทุกพื้นที่เสมอไป
โดยปัญหาอุปทานส่วนเกิน กำลังกลายเป็นความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหลายตลาดสำคัญ ประเทศจีนมีการผลิตสัตว์ปีกเพิ่มขึ้น
ร้อยละ ๙.๕ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๙
เป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญแรงกดดันมากที่สุด ร่วมกับ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น
เวียดนาม และแอฟริกาใต้ ราโบแบงค์เห็นว่าผู้ผลิตในภูมิภาคเหล่านี้อาจจำเป็นต้องชะลอแผนการขยายกำลังการผลิต
เพื่อฟื้นฟูความสมดุลของตลาดระหว่างอุปสงค์และอุปทาน
และลดความเสี่ยงจากภาวะผลผลิตล้นตลาดในอนาคต
ในทางตรงกันข้าม ตลาดใน
สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร อินเดีย รัสเซีย และฟิลิปปินส์
ยังคงมีผลประกอบการค่อนข้างดี ขณะที่สถานการณ์ใน ประเทศไทยและอินโดนีเซีย
ก็ปรับตัวดีขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราโบแบงค์ เตือนว่า
ผู้ผลิตทั่วโลกไม่ควรมองโลกในแง่ดีต่อแผนการขยายการผลิตมากเกินไป
เนื่องจากตลาดยังคงมีความผันผวนสูง
และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคาสินค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาค
ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
ประเด็นสำคัญที่น่ากังวลในช่วงหลายเดือนข้างหน้าคือ
การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของต้นทุนการผลิต โดยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์
ธัญพืช พืชน้ำมัน และพลังงาน ต่างปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้
การจัดซื้อวัตถุดิบ การกำหนดสูตรอาหารสัตว์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
จึงกลายเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
ผลกระทบของโรคไข้หวัดนก
ความเสี่ยงจากโรคยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่อุตสาหกรรมสัตว์ปีกทั่วโลกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
แม้ว่าโรคไข้หวัดนกจะส่งผลกระทบในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกใต้ที่ผ่านมา
แต่ในขณะนี้ความสนใจได้เปลี่ยนไปสู่ประเทศในซีกโลกเหนือ
เนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงสภาพอากาศหนาวเย็น
ราโบแบงค์ ระบุว่า
การระบาดของโรคไข้หวัดนกอาจกลับมาส่งผลกระทบต่อการผลิตสัตว์ปีกและการค้าระหว่างประเทศได้อีกครั้ง
นอกจากนี้
ธนาคารคาดว่าการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกจะมีความเข้มข้นมากขึ้น
เนื่องจากหลายประเทศเริ่มนำโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น
การค้าสัตว์ปีกโลก
ด้านการค้า
การส่งออกสัตว์ปีกทั่วโลกเติบโตอย่างโดดเด่นถึง ร้อยละ ๑๐ ในไตรมาสที่ ๒ ของปี
ค.ศ. ๒๐๒๖ แม้ว่าสภาวะการค้าระหว่างประเทศจะยังคงเผชิญความท้าทายหลายประการ โดย
บราซิล และ จีน เป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการค้ามากที่สุด อย่างไรก็ตาม
รูปแบบการค้าโลกอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ภายหลังจากที่บราซิลถูกระงับการส่งออกเข้าสู่ตลาด สหภาพยุโรปเป็นการชั่วคราว
ราโบแบงค์ คาดว่า บราซิลจะปรับเปลี่ยนทิศทางการส่งออกสัตว์ปีกไปยังตลาดอื่น ได้แก่
สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เม็กซิโก ตะวันออกกลาง และ ตลาดภายในประเทศ มากขึ้น อาจส่งผลให้ราคาสัตว์ปีกลดลง
เนื่องจากผู้ส่งออกต้องแข่งขันกันเพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด
ขณะเดียวกัน ประเทศไทย
และยูเครน
คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการที่บราซิลไม่สามารถส่งออกเข้าสู่ตลาดยุโรปได้ชั่วคราว
โดยมีโอกาสเพิ่มการส่งออกและขยายส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคดังกล่าวมากขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาในอนาคต
เมื่อมองไปข้างหน้า
ราโบแบงค์ คาดว่าตลาดสัตว์ปีกโลกจะได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่
ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงาน
ความเสี่ยงจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกในซีกโลกเหนือ
การขยายบทบาทของจีนในตลาดส่งออกสัตว์ปีกโลก
และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ นอกจากนี้
ความพยายามของบราซิลในการกลับเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปอีกครั้ง
ยังคาดว่าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางของตลาดสัตว์ปีกโลก
โดยปัจจัยทั้งหมดดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้ตลาดสัตว์ปีกทั่วโลกยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วต่อเนื่องไปจนถึงปี
ค.ศ. ๒๐๒๗
สำหรับผู้ผลิตสัตว์ปีก
ความท้าทายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการขยายการผลิตกับสภาวะตลาดที่แท้จริง
เนื่องจากความผันผวนของต้นทุน ความเสี่ยงจากโรคไข้หวัดนก
และการเปลี่ยนแปลงของกระแสการค้าโลก
ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๙
และต่อเนื่องเข้าสู่ปี พ.ศ. ๒๕๗๐
เอกสารอ้างอิง
van
Es-Sahota S. 2026. Rabobank: Poultry
markets face growing pains despite strong global growth. [Internet].
[Cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/rabobank-poultry-markets-face-growing-pains-despite-strong-global-growth
ภาพที่ ๑ การผลิตสัตว์ปีกทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
แต่ผู้ผลิตกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากภาวะอุปทานส่วนเกิน
ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการค้าโลก(แหล่งภาพ Koos Groenewold)
