วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จับตาอีกครั้ง! หวัดนกระบาดในกัมพูชา อินเดีย ไต้หวัน

กัมพูชา อินเดีย และไต้หวัน เป็นเพียงสามประเทศในเอเชียที่ยืนยันการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกระหว่างเดือนตุลาคม

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสงบโดยรวม อย่างไรก็ตาม มีรายงานพบฝูงสัตว์ปีกที่ให้ผลบวกต่อไวรัสสายพันธุ์ เอช ๕ เอ็น ๑ เพิ่มขึ้นอีกประเทศละ ๑ ครั้งใน กัมพูชา และ ไต้หวัน ขณะเดียวกันก็มีการบันทึกการพบเชื้อในสัตว์ป่าเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการใน ออสเตรเลีย และ สาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยเช่นกัน ในช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนกันยายน ไก่พื้นเมืองจำนวน ๓ ตัวในฟาร์มแห่งหนึ่งในเขตเมืองเถาหยวน ของไต้หวันตรวจพบเชื้อไวรัสดังกล่าว ตามรายงานอย่างเป็นทางการที่แจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ สัตว์ปีกทั้งหมดจำนวน ๒,๖๑๖ ตัวถูกกำจัด และมีการทำความสะอาดพร้อมฆ่าเชื้อสถานที่อย่างละเอียด นับเป็นการระบาดครั้งที่สองของไต้หวันที่เกี่ยวข้องกับไวรัสสายพันธุ์ย่อย นี้นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม โดยกรณีก่อนหน้านี้พบในไก่พื้นเมืองเช่นกัน แต่ตรวจพบที่โรงฆ่าสัตว์ในกรุงไทเป ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปี พ.ศ.๒๕๖๙ มีการตรวจพบไวรัสสายพันธุ์เดียวกันนี้ในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ของไต้หวันรวม ๒๑ แห่ง และในฝูงสัตว์ปีกหลังบ้านอีก ๑ แห่ง โดยพบการระบาดในพื้นที่ ๙ มณฑลและเขตปกครองของประเทศ

               ส่วนในกัมพูชา สัตว์ปีกจำนวน ๔ ตัวตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกชนิดรุนแรง สายพันธุ์เอช ๕ เอ็น ๑ในช่วงปลายเดือนกันยายน ตามรายงานที่หน่วยงานสัตวแพทย์ของประเทศแจ้งต่อ องค์การสุขภาพสัตว์โลก การสอบสวนโรคในสัตว์ปีกเริ่มขึ้นหลังจากมีการยืนยันผู้ป่วยมนุษย์รายหนึ่งในจังหวัดอุดรมีชัย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากชายแดนไทยไม่เกิน ๑๐ กิโลเมตร ต่อมา หน่วยงานของกัมพูชาได้รายงานต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก ว่าสถานการณ์การระบาดดังกล่าวได้รับการ "ควบคุมและยุติแล้ว" โดยไม่พบรายงานผู้ป่วยหรือการระบาดเพิ่มเติมอีก

สถานการณ์ HPAI ในประเทศอื่น ๆ ของเอเชีย

ฟิลิปปินส์ สำนักงานอุตสาหกรรมสัตว์ ภายใต้กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ รายงานว่าในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมาไม่พบการระบาดใหม่ของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีก จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม สถานการณ์โรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงชนิดเอช ๕ เอ็น ๑ ยังคงถูกจัดอยู่ในสถานะ "ยังมีการระบาดอยู่" ในฟาร์มไก่และ/หรือเป็ดจำนวน ๑๘ ฟาร์ม ทั้งหมดตั้งอยู่ในเทศบาลแห่งเดียวบนเกาะลูซอน

เนปาล เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสุขภาพสัตว์ของเนปาลได้แจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลกการระบาดล่าสุดของไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกได้รับการควบคุมและยุติลงแล้ว ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เนปาลรายงานการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกรวม ๙๑ ครั้ง โดยฟาร์มที่ได้รับผลกระทายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ครึ่งตะวันออกของประเทศ ส่งผลให้สัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ได้รับผลกระทบโดยตรงมากกว่า ๗๓๓,๐๐๐ ตัว ในเวลาเดียวกัน เนปาลยังได้ประกาศปิดการสอบสวนการระบาดของ ไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในนกป่าด้วย หลังจากมีนกตายรวม ๓๘ ตัวจาก ๒ พื้นที่ ใกล้กรุงกาฐมาณฑุ ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีเดียวกัน ฟาร์มที่ได้รับผลกระทบตั้งอยู่ในรัฐอานธรประเทศทางตอนใต้ของอินเดีย โดยมีการตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกความรุนแรงสูงชนิดเอช ๕ เอ็น ๑ ในฟาร์มจำนวน ๔ แห่งในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามรายงานก่อนหน้านี้ที่แจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก

จีน เมื่อต้นเดือนนี้ ทางการจีนได้รายงานย้อนหลังต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก ว่าสัตว์ป่าประมาณ ๑,๖๐๐ ตัว ไม่ได้ระบุชนิด ได้ตายลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของปีนี้ โดยจากเหตุการณ์การตายจำนวนมากดังกล่าว มีการตรวจพบไวรัสไข้หวัดนกชนิดเอช ๕ สาเหตุของการระบาด เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลสาบแห่งหนึ่งในเขตปกครองตนเองทิเบต ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน

อินเดีย สื่อท้องถิ่นของอินเดียรายงานการระบาดของไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกช่วงสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม หนังสือพิมพ์นิวอินเดียนเอ็กซ์เพรซ รายงานว่ามีไก่จำนวนประมาณ ๒,๐๐๐ตัวตาย จากโรคดังกล่าวในฟาร์มแห่งหนึ่งในพื้นที่ อนันตปุระ ฟาร์มดังกล่าวเป็นฟาร์มที่เพิ่งจัดตั้งใหม่ และเพิ่งนำไก่เข้ามาเลี้ยงจากรัฐอื่นของประเทศ หลังการยืนยันการระบาด เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินมาตรการ จำกัดการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกทันที ในพื้นที่โดยรอบฟาร์มที่เกิดโรค

อัปเดตสถานการณ์การระบาดในนกป่าของออสเตรเลีย

ในช่วง ๔ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการตรวจพบสัตว์ป่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกความรุนแรงสูง เพิ่มอีก ๔๐ ราย ตามรายงานของรัฐบาลกลางออสเตรเลีย ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ ๗๒๓ ราย โดยพบการยืนยันผลใน ๖ รัฐ รวมถึงดินแดน เจอร์วิสเบย์  ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช ๕ เอ็น ๑ ในออสเตรเลียพบมากที่สุดในนก นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่ จำนวน ๔๕๕ ตัว นอกจากนี้ยังตรวจพบการติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมป่าจำนวนเล็กน้อย ได้แก่ สุนัขจิ้งจอกแดง แมวน้ำขน แมวน้ำสิงโต ช้างทะเล และโลมา อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบการติดเชื้อไวรัส เอช ๕ เอ็น ๑ ในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ของออสเตรเลียแต่อย่างใด สำหรับประเทศนิวซีแลนด์ ยังไม่พบการระบาดในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์หรือสัตว์ปีกเลี้ยงหลังบ้านเช่นกัน และจำนวนการระบาดในนกป่ายังคงอยู่ที่ ๓ เหตุการณ์ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมปฐมภูมิ ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม

จีนพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกในคนเพิ่มอีก ๒ ราย

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์ปีก ได้รับการยืนยันทางห้องปฏิบัติการเพิ่มอีก ๒ ราย ในประเทศจีน ศูนย์พิทักษ์สุขภาพ แห่งฮ่องกง รายงานว่าผู้ป่วยทั้งสองรายตรวจพบเชื้อไวรัสเอช ๙ เอ็น ๒ ในช่วงครึ่งหลังของเดือนกันยายน โดยรายงานไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของการติดเชื้อหรืออาการปัจจุบันของผู้ป่วย ได้แก่ เด็กชายอายุ ๔ ปี จากมณฑลกุ้ยโจว และชายอายุ ๖๘ ปี จากมณฑลเหอหนาน จากกรณีล่าสุดนี้ ทำให้ในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา จีนแผ่นดินใหญ่มียอดผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ เอช ๙ เอ็น ๒ สะสมรวม ๒๒ ราย องค์การอนามัยโลก รายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี ๒๐๑๕ เป็นต้นมา เขตภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก มีผู้ติดเชื้อไวรัส เอช ๙ เอ็น ๒  สะสมรวมทั้งสิ้น ๑๘๕ ราย และมีผู้เสียชีวิต ๒ ราย ในจำนวนนี้พบว่า จีน มีผู้ป่วย ๑๘๒ ราย กัมพูชา มีผู้ป่วย ๒ ราย และเวียดนาม มีผู้ป่วย ๑ ราย ไวรัสเอช ๙ เอ็น ๒ จัดเป็นไวรัสไข้หวัดนกที่ก่อโรคความรุนแรงต่ำในสัตว์ปีก แต่มีความสำคัญด้านสาธารณสุข เนื่องจากสามารถติดเชื้อสู่คนได้เป็นครั้งคราว และยังเป็นแหล่งยีนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ในอนาคตอีกด้วย

เอกสารอ้างอิง

Linden J. 2026. Cambodia, India, Taiwan confirm new avian flu outbreaks in poultry. [Internet]. [Cited 2026 Oct 28]. Available from: https://www.wattagnet.com/poultry-meat/diseases-health/avian-influenza/news/16050265/cambodia-india-taiwan-confirm-new-avian-flu-outbreaks-in-poultry

ภาพที่ ๑ กัมพูชา อินเดีย และไต้หวัน ยืนยันการระบาดใหม่ของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงสายพันธุ์ เอช ๕ เอ็น ๑ ในสัตว์ปีก (แหล่งภาพ Fahroni | Bigstock)



วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ส่งออกไก่บราซิลสะดุด! ห้าประเทศจำกัดการนำเข้าเหตุนิวคาสเซิล

 บราซิลยืนยันการระบาดของโรคนิวคาสเซิลในฟาร์มไก่งวงขนาดเล็กที่รัฐซานตากาตารีนา ส่งผลให้หลายประเทศออกมาตรการจำกัดการนำเข้าสัตว์ปีกจากบราซิล

การระบาดของโรคนิวคาสเซิลในฟาร์มไก่งวงขนาดเล็กแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของบราซิล ส่งผลให้ ๕ ประเทศ รวมถึงจีนและเม็กซิโก ออกมาตรการจำกัดการนำเข้าสัตว์ปีกจากบราซิล กระทบต่อการค้าของประเทศผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ที่สุดของโลก ในช่วงเวลาที่ความต้องการสินค้าเพิ่มสูงขึ้นจากเทศกาลวันหยุดปลายปีในซีกโลกเหนือ กระทรวงเกษตรของบราซิลยืนยันการพบโรคดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ในฟาร์มไก่งวงเชิงพาณิชย์ที่มีไก่งวงประมาณ ๖,๐๐๐ ตัว ในเมืองโนวา อิตาเบราบา ทางตะวันตกของรัฐซานตากาตารีนา โดยมีการเก็บตัวอย่างตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน และมีผลการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้นเมื่อวันที่  ๑๔ ตุลาคม ก่อนที่จะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในอีก ๔ วันถัดมา ภายหลังการยืนยันโรค กระทรวงฯ ได้สั่งกักกันฟาร์มดังกล่าว ระงับการเคลื่อนย้ายนกในพื้นที่ และดำเนินการเฝ้าระวังสถานประกอบการสัตว์ปีกจำนวน ๑๓๓ แห่ง ใน ๔ เขตเทศบาล ได้แก่ โนวา อิตาเบราบา, อากวัส ฟรีอัส, โคโรเนล เฟรตัส และโนวา เอเรชิม เป็นระยะเวลา ๔๒ วัน นอกจากนี้ รัฐบาลกลางบราซิลมีแผนประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสุขอนามัยสัตว์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และจะดำเนินการกำจัดสัตว์ปีกทั้งหมดในฟาร์ม ตลอดจนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสถานที่อย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

จีนจำกัดนำเข้าเฉพาะรัฐเดียว ขณะที่บางประเทศใช้มาตรการเข้มงวด

โรคนิวคาสเซิลเป็นโรคไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมากในสัตว์ปีก แม้จะไม่ก่อโรคในมนุษย์ แต่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อฝูงสัตว์ปีกและนำไปสู่การระงับการค้าได้ เนื่องจากหลายประเทศกำหนดให้สินค้าสัตว์ปีกนำเข้าต้องมาจากพื้นที่ปลอดโรค ประเทศจีน เป็นผู้นำเข้าสัตว์ปีกรายใหญ่ที่สุดของบราซิลในระดับประเทศ ตกลงที่จะจำกัดมาตรการห้ามนำเข้าเฉพาะจากรัฐซานตากาตารีนา แทนการห้ามนำเข้าจากทั้งประเทศ หลังการเจรจากับรัฐบาลบราซิลภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ กระทรวงเกษตรของบราซิลระบุว่า ประเทศชิลีและซาอุดีอาระเบียก็ได้ดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกัน โดยจำกัดการนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกเฉพาะจากรัฐซานตากาตารีนาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เม็กซิโกและมาเลเซียได้ใช้มาตรการที่เข้มงวดกว่า โดยระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากบราซิลทั้งหมด โดยรัฐบาลเม็กซิโกชี้แจงว่าการระงับดังกล่าวเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้า เนื่องจากประเทศยังคงปลอดจากโรคนิวคาสเซิลและต้องการรักษาสถานะดังกล่าวไว้ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรบราซิลยังไม่ได้เปิดเผยว่าข้อจำกัดทางการค้าเหล่านี้จะถูกยกเลิกเมื่อใด และรายละเอียดขอบเขตของมาตรการจากจีนยังอยู่ระหว่างการสรุป โดยยังไม่ชัดเจนว่าจะครอบคลุมเฉพาะเนื้อสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ หรือรวมถึงสัตว์ปีกมีชีวิตและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกประเภทอื่น ๆ ด้วยหรือไม่

ในช่วงถึงเดือนกันยายนของปีนี้ สำหรับประเทศจีนเป็นตลาดสำคัญนั้น ได้นำเข้าสัตว์ปีกจากบราซิลเกือบ ๔๒๐,๐๐๐ ตัน ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน คิดเป็นประมาณ ร้อยละ ๑๐ ของการส่งออกสัตว์ปีกทั้งหมดของบราซิล ในช่วงเวลาดังกล่าว ตามข้อมูลที่กระทรวงเกษตรบราซิลอ้างถึง นาย ริคาร์โด ซานติน ประธานสมาคมโปรตีนสัตว์แห่งบราซิล องค์กรตัวแทนอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ได้มีส่วนร่วมในการหารือเกี่ยวกับการตีความและการบังคับใช้พิธีสารการค้าระหว่างบราซิลและจีนในกรณีการระบาดครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่บราซิลเผชิญกับโรคนิวคาสเซิล ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้มีการตรวจพบโรคนี้ในเมืองอันตา กอร์ดา รัฐรีโอกรันดีดูซูล ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้ตลาดส่งออกประมาณ ๔๔ ประเทศ ออกมาตรการจำกัดการนำเข้าสัตว์ปีกจากบราซิล ในครั้งนั้น จีนได้ระงับการนำเข้าสัตว์ปีกจากบราซิลทั้งประเทศ และเพิ่งยกเลิกมาตรการดังกล่าวเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า แม้การระบาดจะเกิดขึ้นในพื้นที่จำกัด แต่ผลกระทบทางการค้าสามารถยืดเยื้อได้เป็นเวลานาน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลบราซิลจึงพยายามหลีกเลี่ยงการเกิดสถานการณ์ซ้ำรอย โดยเร่งดำเนินมาตรการควบคุมและจำกัดการระบาดให้อยู่เฉพาะในรัฐซานตากาตารีนา เพื่อให้การส่งออกสัตว์ปีกจากพื้นที่อื่นของประเทศสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศให้น้อยที่สุด

เหตุใดฟาร์มไก่งวงแห่งหนึ่งในบราซิลจึงมีความสำคัญไกลเกินกว่าพรมแดนของประเทศ

บราซิลส่งออกสัตว์ปีกไปยังกว่า ๑๕๐ ประเทศทั่วโลก และสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับ ๑ ของโลกได้ ส่วนหนึ่งมาจากชื่อเสียงด้านการควบคุมสุขภาพสัตว์ที่เข้มงวด ดังนั้น การเกิดการระบาดของโรคนิวคาสเซิล แม้จะจำกัดอยู่เพียงฟาร์มขนาดเล็กแห่งเดียว ก็ยังได้รับความสนใจอย่างมากจากประเทศผู้นำเข้า ประเทศต่าง ๆ มักให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสถานะปลอดโรคของประเทศผู้ส่งออก เพราะโรคสัตว์ปีกสามารถส่งผลต่อความปลอดภัยทางการค้าและความมั่นคงด้านอาหารได้โดยตรง ขณะนี้ผู้ซื้อในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก และลาตินอเมริกา ซึ่งพึ่งพาเนื้อไก่และเนื้อไก่งวงจากบราซิลที่มีราคาสามารถแข่งขันได้ กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะมีประเทศอื่น ๆ ดำเนินมาตรการเช่นเดียวกับเม็กซิโกและมาเลเซียที่ระงับการนำเข้าจากบราซิลทั้งประเทศ หรือจะเลือกแนวทางที่จำกัดผลกระทบเฉพาะพื้นที่เหมือนจีน หากมีประเทศจำนวนมากขึ้นเลือกใช้มาตรการห้ามนำเข้าจากบราซิลทั้งประเทศ อาจส่งผลให้ปริมาณสัตว์ปีกในตลาดโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ภาวะตึงตัวด้านอุปทานรุนแรงขึ้น ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลที่ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นจากเทศกาลสำคัญต่าง ๆ

เอกสารอ้างอิง

Brazil Agriculture News. 2026. Brazil Poultry Exports Hit as Five Countries Restrict Imports Over Newcastle Disease. [Internet]. [Cited 2026 Oct 26]. Available from: https://www.global-agriculture.com/animal-health-welfare/brazil-poultry-exports-hit-as-five-countries-restrict-imports-over-newcastle-disease/

ภาพที่ ๑ การระบาดของโรคนิวคาสเซิลในฟาร์มไก่งวงขนาดเล็กแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของบราซิล  (แหล่งภาพ Brazil Agriculture News, 2026.)


วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เปิดฤดูกาลระบาด! เดนมาร์ก สหราชอาณาจักรพบหวัดนกในฟาร์ม

 ภายหลังช่วงฤดูร้อนที่สถานการณ์ไข้หวัดนกในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ค่อนข้างสงบ โรคได้กลับมาปรากฏอีกครั้งในเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร ขณะเดียวกัน บัลแกเรียก็รายงานการระบาดในฝูงสัตว์ปีกเพิ่มเติมอีกหนึ่งแห่ง

การระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดฤดูร้อน ได้รับการบันทึกพบในประเทศเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร ในสหราชอาณาจักร ไก่ไข่จำนวน ๓๐,๕๐๐ ตัว ในฟาร์มแห่งหนึ่งได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช ๕ เอ็น ๑ ชนิดรุนแรงในช่วงกลางเดือนตุลาคม ตามรายงานอย่างเป็นทางการที่แจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก โดยยังไม่ทราบแหล่งที่มาของเชื้อไวรัสที่ตรวจพบในฟาร์มตั้งอยู่ในแคว้นนอร์ธัมเบอร์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอังกฤษ

การตรวจพบการระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ที่ภาคการผลิตสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ของสหราชอาณาจักรไม่พบการระบาดติดต่อกันเป็นเวลา ๔ เดือน ส่งผลให้จำนวนการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ของบริเตนใหญ่ในปีนี้เพิ่มเป็น ๒๑ แห่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไวรัสสายพันธุ์เดียวกันได้กลับมาปรากฏในประเทศเดนมาร์กอีกครั้ง หลังจากเว้นช่วงการระบาดไปประมาณ ๕ เดือน หน่วยงานสัตวแพทย์ของเดนมาร์กได้ยืนยันการตรวจพบเชื้อดังกล่าวต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก โดยฟาร์มที่ได้รับผลกระทบเป็นฟาร์มไก่งวงประมาณ ๔๐,๐๐๐ ตัว ตั้งอยู่ในเมืองสลาเกิลเซ บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะซีแลนด์ ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านสุขภาพสัตว์ของบัลแกเรียได้ยืนยันการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง ในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์เป็นครั้งที่ ๔ ของประเทศ นับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา

ยอดการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกของยุโรปยังคงเพิ่มขึ้น

 

จนถึงปัจจุบันของปีนี้ มีการบันทึกการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรง ในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์รวม ๓๑๘ ครั้ง ครอบคลุม ๑๖ ประเทศในยุโรป ตามข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรคสัตว์ (ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ฐานข้อมูลดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมาธิการยุโรป และมีหน้าที่เฝ้าระวังโรคสัตว์ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป รวมถึงบางประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับการคัดเลือก อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ ไม่ครอบคลุมข้อมูลจากสหราชอาณาจักร กรณีล่าสุดพบการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช ๕ เอ็น ๑ ในฝูงไก่ไข่ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ตัว ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในจังหวัดสตาราซาโกรา ทางตอนกลางของประเทศบัลแกเรีย โดยการระบาดก่อนหน้านี้ที่เพิ่งได้รับการยืนยันนั้นเกิดขึ้นในจังหวัดพลอฟดิฟอยู่ติดกัน

ในทุกพื้นที่ที่มีการรายงานการระบาด พบว่าเป็นไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช ๕ เอ็น ๑ ทั้งหมด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ประเทศที่มีจำนวนการระบาดสูงที่สุดคือ โปแลนด์ โดยมีการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ ๑๔๓ แห่ง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ส่วน เยอรมนี มีการระบาดสะสม ๔๐ แห่ง และไม่มีรายงานการระบาดเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ล่าสุด ทางการฝรั่งเศสได้แจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก สถานการณ์โรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในสัตว์ปีกของประเทศได้รับการ “คลี่คลายแล้ว” เมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากมีการตรวจพบเชื้อไวรัสเอช ๕ เอ็น ๑ ในฝูงสัตว์ปีก ๓ ฝูง ภายในจังหวัดเดียวกันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน ตลอดทั้งปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มี ๒๓ ประเทศ รายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ต่อระบบฐานข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรป รวมทั้งสิ้น ๗๒๙ ครั้ง

ฝูงสัตว์ปีกหลังบ้านในแอลเบเนียพบการติดเชื้อไข้หวัดนก

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรง สายพันธุ์เอช ๕ เอ็น ๑  ในฝูงสัตว์ปีกหลังบ้านแห่งหนึ่งในประเทศแอลเบเนีย ตามรายงานที่แจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก สัตว์ปีกจำนวน ๑๕ ตัว ในเมืองดูร์เรส ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับกรุงติรานา เมืองหลวงของแอลเบเนีย ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าว โดยยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของการติดเชื้อได้ การตรวจพบเชื้อเกิดขึ้นระหว่างการเฝ้าระวังโรคในฝูงเป็ดและห่าน ทั้งนี้ ไม่พบอาการทางคลินิกของโรคในฝูงสัตว์ปีกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สัตว์ปีกทั้งหมดในฝูงได้ถูกกำจัดตามมาตรการควบคุมโรคแล้ว ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยุโรปได้ติดตามและบันทึกกรณีการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในกลุ่ม “สัตว์ปีกเลี้ยงขัง” แยกต่างหากจากฟาร์มเชิงพาณิชย์ ซึ่งครอบคลุมสัตว์ปีกหลังบ้าน ฝูงนกสวยงาม สวนสัตว์ และสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกในลักษณะใกล้เคียงกัน

เมื่อนับรวมกรณีล่าสุดในประเทศแอลเบเนีย พบว่าตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๙ จนถึงวันที่ ๒๑ ตุลาคม มีการบันทึกการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในกลุ่มสัตว์ปีกเลี้ยงขัง แล้วทั้งสิ้น ๑๒๔ ครั้ง จาก ๑๖ ประเทศ ในภูมิภาคยุโรป เพื่อเปรียบเทียบ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มี ๒๕ ประเทศ รายงานการระบาดในกลุ่มสัตว์ปีกเลี้ยงขังต่อระบบของคณะกรรมาธิการยุโรปรวมทั้งสิ้น ๑๗๕ ครั้ง

พบการติดเชื้อในนกป่ากระจายทั่วทวีปยุโรป

ข้อมูล ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ระบุว่า ๓๓ ประเทศในยุโรป ได้รายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดรุนแรงในประชากรนกป่ารวม ๒,๗๒๗ ครั้ง ต่อระบบของคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อเปรียบเทียบ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีการบันทึกการระบาดในนกป่ารวม ๔,๗๕๑ ครั้ง จาก ๓๔ ประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ มีการตรวจพบไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรงสายพันธุ์เอช ๕ เอ็น ๑ ในการระบาดจำนวน ๒,๖๗๕ ครั้ง โดยในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานการตรวจพบเชื้อจากหลายประเทศ ได้แก่ เบลเยียม เดนมาร์ก เอสโตเนีย เยอรมนี อิตาลี ลัตเวีย เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โรมาเนีย และเซอร์เบีย สำหรับการระบาดที่เหลือ มีการตรวจพบไวรัสในกลุ่มเอช ๕ สายพันธุ์อื่น ๆ ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา รวมถึง ๑๒ กรณี ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสสายพันธุ์เอช ๕ เอ็น ๕ ในเยอรมนี ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ ทั้งนี้ ระบบฐานข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรปไม่ได้ครอบคลุมข้อมูลจากสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการรายงานต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลกว่าพบนกป่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช ๕ เอ็น ๑ หรือ เอช ๕ เอ็น ๕ ใน ๔ พื้นที่ของสหราชอาณาจักร

เอกสารอ้างอิง

Linden J. 2026. Denmark, U.K. record season’s first farm avian flu outbreaks. [Internet]. [Cited 2026 Oct 26]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/diseases-health/news/15837968/newcastle-disease-virus-discovered-in-brazilian-turkeys

ภาพที่ ๑ เปิดฤดูกาลเดนมาร์ก สหราชอาณาจักรพบหวัดนกในฟาร์ม (แหล่งภาพ Trend Design | Bigstock)



วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569

จับตาบราซิล หลังพบนิวคาสเซิลในไก่งวง

 ตามข้อมูลขององค์การสุขภาพสัตว์โลก บราซิลได้รับการรับรองสถานะปลอดโรคนิวคาสเซิลมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๗

ตามรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ได้มีการยืนยันการพบเชื้อในเขตเทศบาลโนวา อิตาเบราบา รัฐซานตากาตารีนา ประเทศบราซิล ในช่วงปลายเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างจากไก่งวงภายใต้โครงการเฝ้าระวังเชิงรุก ตามแผนเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกและโรคนิวคาสเซิลแห่งชาติ โดยแม้ว่าไก่งวงดังกล่าวจะไม่แสดงอาการทางคลินิกใด ๆ แต่ผลการตรวจคัดกรองที่รายงานเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ พบว่าให้ผลเป็นบวกต่อเชื้อที่กำลังเฝ้าระวัง

ในวันเดียวกัน สัตวแพทย์ภาครัฐได้ดำเนินการสอบสวนทางระบาดวิทยาและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม ส่งผลให้สามารถยืนยันการพบเชื้อไวรัสโรคนิวคาสเซิลได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม แหล่งที่มาของการติดเชื้อยังไม่สามารถระบุได้ โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “ไม่ทราบสาเหตุหรือยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน” รายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ระบุว่า ได้มีการกำหนดเขตควบคุมโรคและบังคับใช้มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์แล้ว ขณะที่มาตรการควบคุมเพิ่มเติมที่วางแผนดำเนินการประกอบด้วย

·      การกำจัดสัตว์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

·      การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

·      การติดตามย้อนกลับแหล่งที่มาและการเคลื่อนย้าย

·      การเฝ้าระวังโรคทั้งภายในและภายนอกเขตจำกัดโรค

·      การกำจัดซากสัตว์ ผลพลอยได้ และของเสียที่อาจปนเปื้อนเชื้อ

ตามข้อมูลของ องค์การสุขภาพสัตว์โลก การตรวจพบครั้งนี้นับเป็น การยืนยันการพบเชื้อไวรัสโรคนิวคาสเซิลครั้งแรกของบราซิลนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๗

นิวคาสเซิลในสเปน

ในรายงานอีกฉบับหนึ่ง องค์การสุขภาพสัตว์โลกยืนยันการเกิดโรคนิวคาสเซิลในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์แห่งหนึ่งในประเทศสเปน โดยพบการระบาดในฝูงไก่เนื้อจำนวน ๒๙,๐๐๐ ตัว ที่เมืองอิกูเอรูเอลา จากข้อมูลขององค์การสุขภาพสัตว์โลก สเปนมีฝูงสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบจากโรคนิวคาสเซิลแล้วรวม ๔๕ ฝูง นับตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นต้นมา

นิวคาสเซิลในฮังการี

ฮังการีสูญเสียฝูงสัตว์ปีกจากโรคนิวคาสเซิลแล้วรวม ๙ ฝูง โดยกรณีล่าสุดที่รายงานต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลกเกิดขึ้นในฝูงสัตว์ปีกหลังบ้านจำนวน ๓๗ ตัว นับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา ฮังการีมีสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดและถูกกำจัดรวมแล้วมากกว่า ๔๐๕,๐๐๐ ตัว ตามข้อมูลของ องค์การสุขภาพสัตว์โลก ก่อนเดือนกันยายน ฮังการีไม่เคยมีรายงานการตรวจพบโรคนิวคาสเซิลในประเทศมาก่อน

เอกสารอ้างอิง

Graber R. 2026. Newcastle disease virus discovered in Brazilian turkeys. [Internet]. [Cited 2026 Oct 20]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/diseases-health/news/15837968/newcastle-disease-virus-discovered-in-brazilian-turkeys

ภาพที่ ๑ รายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ได้มีการยืนยันการพบเชื้อในเขตเทศบาลโนวา อิตาเบราบา รัฐซานตากาตารีนา ประเทศบราซิล (แหล่งภาพ DavidRockDesign | Bigstock)






วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เทคโนโลยีเซนเซอร์แสงเพื่อการควบคุมคุณภาพเนื้อสัตว์ปีกอย่างรวดเร็ว

โครงการวิจัยยุโรปมูลค่ากว่า ๒๘๐ ล้านบาท เดินหน้าทดสอบเซนเซอร์โฟโตนิกส์ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมสัตว์ปีก ตั้งแต่ความปลอดภัยของอาหารสัตว์ คุณภาพเนื้อไก่ ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้อย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยของยุโรปมีเป้าหมายที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสัตว์ปีกได้รับข้อมูลด้าน คุณภาพ ความปลอดภัย และการสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยี เซนเซอร์โฟโตนิกส์มาใช้ในขั้นตอนสำคัญต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่การผลิต โครงการเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด โดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ตูร์คู ประเทศฟินแลนด์ เป็นผู้ประสานงานหลัก จะพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่อาศัยการใช้แสงหลายช่วงความยาวคลื่น เพื่อวัดคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นหรือประเมินได้ด้วยสายตามนุษย์ ภายใต้โครงการนี้ จะมีการทดสอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกจำนวน ๖ กรณีศึกษา ในประเทศสเปน อิตาลี และนอร์เวย์ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตอาหารสัตว์ การผลิตสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของยุโรปยังคงมีบทบาทสำคัญและดำเนินการในขนาดที่ใหญ่ โดยสหภาพยุโรปมีการผลิตเนื้อสัตว์ปีกมากกว่า ๑๔.๔ ล้านตันต่อปี ขณะที่การบริโภคเนื้อสัตว์ปีกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก ๒๔.๒ กิโลกรัมต่อคน เป็น ๒๕.๘ กิโลกรัมต่อคน ภายในปี ๒๕๗๘ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมสัตว์ปีกยังเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกสร้างการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมในยุโรปประมาณ ๓.๗ ล้านตำแหน่ง ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทและเสริมศักยภาพตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม คณะผู้วิจัยระบุว่าการติดตามตรวจสอบด้านคุณภาพและความปลอดภัยยังมีความกระจัดกระจายอยู่พอสมควร ในระดับฟาร์ม ผู้ผลิตมีการติดตามคุณภาพอาหารสัตว์ สภาพการเลี้ยง และพยายามลดความเครียดของสัตว์เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ปีก แต่ในขั้นตอนถัดไปของห่วงโซ่การผลิต การตรวจสอบหลายส่วนยังอาศัยการตรวจด้วยสายตา การประเมินโดยบุคลากร และการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ใช้เวลานานและต้องใช้ทรัพยากรมาก

จากความปลอดภัยของอาหารสัตว์สู่คุณภาพเนื้อสัตว์ปีก

โครงการเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด มีเป้าหมายเพื่อศึกษาว่าเทคโนโลยีโฟโตนิกส์จะสามารถให้ข้อมูลที่รวดเร็วและทันท่วงทีมากขึ้นได้หรือไม่ โดยมีแนวทางการประยุกต์ใช้ที่หลากหลาย ได้แก่ การตรวจหาสารพิษจากเชื้อราที่เป็นอันตรายในวัตถุดิบอาหารสัตว์ การตรวจจับเชื้อก่อโรคและสารตกค้างจากยาระหว่างกระบวนการผลิต การประเมินโครงสร้างและคุณภาพของเนื้อสัตว์ รวมถึงการตรวจพบความผิดปกติด้านคุณภาพ การติดตามและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์โปรตีนที่ผลิตจากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก

นอกจากนี้ โครงการยังมีแผนผสานข้อมูลจากเซนเซอร์โฟโตนิกส์เข้ากับข้อมูลจากเซนเซอร์ชนิดอื่น ๆ และแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างระบบข้อมูลแบบเรียลไทม์สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก “การมีข้อมูลแบบเรียลไทม์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าจะช่วยให้การตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการผลิตทำได้รวดเร็ว แม่นยำ และใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย เดวิด โอลิวา หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเชิงปัญญา แห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ตูร์คู ประเทศฟินแลนด์ และหัวหน้าโครงการวิจัยเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด

ศักยภาพที่ต่อยอดได้มากกว่าการผลิตสัตว์ปีก

แม้อุตสาหกรรมสัตว์ปีกจะเป็นพื้นที่ทดสอบหลักของโครงการ แต่พันธมิตรในโครงการเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้สามารถขยายผลไปสู่ภาคการผลิตอาหารและเกษตรกรรมอื่นๆ ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมสุกร อุตสาหกรมนมและผลิตภัณฑ์นม รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นสนามทดสอบที่สำคัญและมีความท้าทายสูงสำหรับโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของเราคือการพัฒนาโซลูชันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร เพื่อยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ และให้ข้อมูลสถานการณ์การผลิตที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นแบบเรียลไทม์มากขึ้นในทุกขั้นตอน” กล่าวโดย เดวิด โอลิวา หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเชิงปัญญาแห่ง มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ตูร์คู ประเทศฟินแลนด์

กลุ่มความร่วมมือวิจัยระดับยุโรป

โครงการเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการฮอริซอน ยุโรปของสหภาพยุโรป และมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในเดือน กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยงบประมาณรวมประมาณ ๒๘๐ ล้านบาท โครงการนี้เป็นความร่วมมือขององค์กรจากทั่วยุโรปจำนวน ๒๑ องค์กร ประกอบด้วยสถาบันวิจัย ๗ แห่ง วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ๙ แห่ง บริษัทขนาดใหญ่ ๔ แห่ง และเอเวคซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ปีกของยุโรป เอเวค มีบทบาทสำคัญในฐานะตัวแทนของผู้ผลิตเนื้อสัตว์ปีกที่ครอบคลุมการผลิตประมาณ ร้อยละ ๙๕ ของปริมาณเนื้อสัตว์ปีกทั้งหมดในสหภาพยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง และช่วยให้ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับการผลิตเชิงพาณิชย์

เอกสารอ้างอิง

McDougal T. 2026. Light-based sensors target faster poultry quality control. [Internet]. [Cited 2026 Oct 17]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/light-based-sensors-target-faster-poultry-quality-control



วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ราโบแบงค์มอง อุตสาหกรรมสัตว์ปีกโลกเติบโตต่อเนื่อง

 การผลิตสัตว์ปีกทั่วโลกกำลังขยายตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ราโบแบงค์ เตือนว่าผู้ผลิตอาจเสี่ยงต่อการทำให้สภาวะตลาดเสียสมดุล หากยังคงเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการควบคุม ในรายงานแนวโน้มอุตสาหกรรมสัตว์ปีกรายไตรมาสฉบับล่าสุด ธนาคารได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของการผลิตสัตว์ปีกทั่วโลกในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นร้อยละ ๓.๕ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความกังวลเรื่องภาวะอุปทานส่วนเกินในหลายภูมิภาคผู้ผลิตรายสำคัญของโลก

ตามรายงานไตรมาส ๔ ของราโบแบงค์ อุตสาหกรรมสัตว์ปีกยังคงได้รับประโยชน์จากการที่เนื้อสัตว์ปีกมีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับโปรตีนจากสัตว์ชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปกำลังทำให้ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ในบางตลาด ปัจจัยดังกล่าวเริ่มส่งผลให้ความต้องการบริโภคลดลง และก่อให้เกิดแรงกดดันต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น

ราโบแบงค์ ระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของการผลิตสัตว์ปีกไม่ได้ส่งผลให้สภาวะตลาดมีความแข็งแกร่งในทุกพื้นที่เสมอไป โดยปัญหาอุปทานส่วนเกิน กำลังกลายเป็นความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหลายตลาดสำคัญ ประเทศจีนมีการผลิตสัตว์ปีกเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๙.๕ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๙ เป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญแรงกดดันมากที่สุด ร่วมกับ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เวียดนาม และแอฟริกาใต้ ราโบแบงค์เห็นว่าผู้ผลิตในภูมิภาคเหล่านี้อาจจำเป็นต้องชะลอแผนการขยายกำลังการผลิต เพื่อฟื้นฟูความสมดุลของตลาดระหว่างอุปสงค์และอุปทาน และลดความเสี่ยงจากภาวะผลผลิตล้นตลาดในอนาคต

ในทางตรงกันข้าม ตลาดใน สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร อินเดีย รัสเซีย และฟิลิปปินส์ ยังคงมีผลประกอบการค่อนข้างดี ขณะที่สถานการณ์ใน ประเทศไทยและอินโดนีเซีย ก็ปรับตัวดีขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราโบแบงค์ เตือนว่า ผู้ผลิตทั่วโลกไม่ควรมองโลกในแง่ดีต่อแผนการขยายการผลิตมากเกินไป เนื่องจากตลาดยังคงมีความผันผวนสูง และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคาสินค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาค

ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

ประเด็นสำคัญที่น่ากังวลในช่วงหลายเดือนข้างหน้าคือ การปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของต้นทุนการผลิต โดยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ธัญพืช พืชน้ำมัน และพลังงาน ต่างปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ การจัดซื้อวัตถุดิบ การกำหนดสูตรอาหารสัตว์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จึงกลายเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก

ผลกระทบของโรคไข้หวัดนก

ความเสี่ยงจากโรคยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่อุตสาหกรรมสัตว์ปีกทั่วโลกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าโรคไข้หวัดนกจะส่งผลกระทบในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกใต้ที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้ความสนใจได้เปลี่ยนไปสู่ประเทศในซีกโลกเหนือ เนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงสภาพอากาศหนาวเย็น

ราโบแบงค์ ระบุว่า การระบาดของโรคไข้หวัดนกอาจกลับมาส่งผลกระทบต่อการผลิตสัตว์ปีกและการค้าระหว่างประเทศได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ธนาคารคาดว่าการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกจะมีความเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเริ่มนำโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น

การค้าสัตว์ปีกโลก

ด้านการค้า การส่งออกสัตว์ปีกทั่วโลกเติบโตอย่างโดดเด่นถึง ร้อยละ ๑๐ ในไตรมาสที่ ๒ ของปี ค.ศ. ๒๐๒๖ แม้ว่าสภาวะการค้าระหว่างประเทศจะยังคงเผชิญความท้าทายหลายประการ โดย บราซิล และ จีน เป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการค้ามากที่สุด อย่างไรก็ตาม รูปแบบการค้าโลกอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ภายหลังจากที่บราซิลถูกระงับการส่งออกเข้าสู่ตลาด สหภาพยุโรปเป็นการชั่วคราว ราโบแบงค์ คาดว่า บราซิลจะปรับเปลี่ยนทิศทางการส่งออกสัตว์ปีกไปยังตลาดอื่น ได้แก่ สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เม็กซิโก ตะวันออกกลาง และ ตลาดภายในประเทศ มากขึ้น อาจส่งผลให้ราคาสัตว์ปีกลดลง เนื่องจากผู้ส่งออกต้องแข่งขันกันเพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด

ขณะเดียวกัน ประเทศไทย และยูเครน คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการที่บราซิลไม่สามารถส่งออกเข้าสู่ตลาดยุโรปได้ชั่วคราว โดยมีโอกาสเพิ่มการส่งออกและขยายส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคดังกล่าวมากขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาในอนาคต

เมื่อมองไปข้างหน้า ราโบแบงค์ คาดว่าตลาดสัตว์ปีกโลกจะได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงาน ความเสี่ยงจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกในซีกโลกเหนือ การขยายบทบาทของจีนในตลาดส่งออกสัตว์ปีกโลก และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่     นอกจากนี้ ความพยายามของบราซิลในการกลับเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปอีกครั้ง ยังคาดว่าจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางของตลาดสัตว์ปีกโลก โดยปัจจัยทั้งหมดดังกล่าวมีแนวโน้มทำให้ตลาดสัตว์ปีกทั่วโลกยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วต่อเนื่องไปจนถึงปี ค.ศ. ๒๐๒๗

สำหรับผู้ผลิตสัตว์ปีก ความท้าทายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการขยายการผลิตกับสภาวะตลาดที่แท้จริง เนื่องจากความผันผวนของต้นทุน ความเสี่ยงจากโรคไข้หวัดนก และการเปลี่ยนแปลงของกระแสการค้าโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๙ และต่อเนื่องเข้าสู่ปี พ.ศ. ๒๕๗๐

เอกสารอ้างอิง

van Es-Sahota S. 2026. Rabobank: Poultry markets face growing pains despite strong global growth. [Internet]. [Cited 2026 Oct 8]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/rabobank-poultry-markets-face-growing-pains-despite-strong-global-growth

ภาพที่ ๑ การผลิตสัตว์ปีกทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ผลิตกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากภาวะอุปทานส่วนเกิน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการค้าโลก(แหล่งภาพ Koos Groenewold)



วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569

เทคโนโลยีอัจฉริยะระบุเชื้อก่อโรค

 งานวิจัยนี้เน้นที่เชื้อ เอนเทอโรคอคคัส ซีโครัม แต่เทคนิคนี้สามารถประยุกต์ใช้กับเชื้อก่อโรคอื่นๆ ได้

กระบวนการเรียนรู้ของเครื่องจักรที่สามารถทำนายได้ด้วยความแม่นยำประมาณร้อยละ ๙๐ ถึง ๙๕ ว่าสายพันธุ์แบคทีเรียชนิดใดมีแนวโน้มก่อให้เกิดโรคในสัตว์ปีก อาจช่วยให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกตรวจพบการติดเชื้อที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่โรคจะแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร ฟรอนเทียร์ส อิน ไมโครไบโอโลจี มุ่งศึกษาเชื้อ เอนเทอโรคอคคัส ซีโครัม ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดความสูญเสียในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

คณะนักวิจัยได้วิเคราะห์จีโนมของแบคทีเรียจำนวน ๒๕๙ สายพันธุ์ ประกอบด้วยเชื้อ ๓๔ ไอโซเลต ที่เก็บจากฟาร์มสัตว์ปีกในรัฐอาร์คันซอส์ และจีโนมอีก ๒๒๕ ชุด ที่เผยแพร่สู่สาธารณะในฐานข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  จากทั้งหมดนี้ มี ๑๑๐ สายพันธุ์ ที่ถูกจัดเป็นเชื้อประจำถิ่นหรือเชื้อที่ไม่ก่อโรค และ ๙๕ สายพันธุ์ที่ถูกจัดเป็นเชื้อก่อโรคใช้เป็นข้อมูลสำหรับฝึกและทดสอบแบบจำลองการทำนายของระบบเรียนรู้ของเครื่อง

โครงการวิจัยนี้นำโดย อรัณยัก โกสวามี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลการเกษตร แห่งสถานีวิจัยการเกษตรอาร์คันซอส์ เป็นหน่วยงานวิจัยในสังกัด กองการเกษตร มหาวิทยาลัยอาร์คันซอส์ งานวิจัยดังกล่าวดำเนินการร่วมกับบริษัท ค็อบบ์ เจเนติกส์ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อาร์คันซอส์ รีเสิร์ช อัลไลแอนซ์

ถอดรหัสความสัมพันธ์ของยีน

เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่องจักรช่วยให้นักวิจัยตรวจพบรูปแบบการเรียงตัวของยีน หรือที่เรียกว่า “ย่านพันธุกรรม” เป็นเบาะแสสำคัญในการทำนายว่าแบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์มีศักยภาพในการก่อโรคในสัตว์ปีก หรือเป็นเพียงเชื้อที่ไม่ก่ออันตราย

การหาลำดับจีโนมช่วยให้นักวิจัยสามารถตรวจพบ ยีนดื้อยาต้านจุลชีพ และ เส้นทางเมแทบอลิซึม ของแบคทีเรียได้ ขณะเดียวกัน เครื่องมือที่ชื่อว่า “ไอแลนด์วิวเวอร์” ยังช่วยตรวจหาบริเวณ “เกาะการก่อโรค” หรือส่วนของจีโนมที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการก่อโรคได้อีกด้วย จากนั้น คณะวิจัยได้นำเทคนิคที่เรียกว่า การวิเคราะห์แคสเซตสู่เวกเตอร์ ดัดแปลงมาจากเทคโนโลยีประมวลผลภาษาธรรมชาติ มาใช้ศึกษาความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนต่างๆ แทนการพิจารณายีนแต่ละตัวแยกจากกัน ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของการทำงานร่วมกันของยีนที่เกี่ยวข้องกับการก่อโรคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น “เราไม่ได้มองเฉพาะยีนตัวใดตัวหนึ่ง แต่เรากำลังพิจารณาปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนทั้งหมด” โกสวามีกล่าว ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่เครื่องมือการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการพยากรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจำนวน ๒ ระบบ โดยโกสวามีระบุว่า แบบจำลองดังกล่าวได้รับการเปรียบเทียบกับวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ยังสามารถระบุ ชุดลายเซ็นทางพันธุกรรมจำนวน ๒๐ ยีน ที่มีความเกี่ยวข้องกับแบคทีเรียสายพันธุ์ก่อโรค เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยเทคนิค พีซีอาร์และวิธีการวินิจฉัยอื่น ๆ ต่อไป

โค้ดต้นแบบที่ใช้ในงานวิจัยนี้ได้รับการออกแบบให้มีโครงสร้างแบบแยกส่วน และเปิดเผยสู่สาธารณะบน กิตฮับ โดยมียอดดาวน์โหลดประมาณ ๔๐๐ ถึง ๕๐๐ ครั้ง “คุณจะรู้ได้ว่าเครื่องมือวิเคราะห์มีคุณค่าเมื่อมีการนำไปประยุกต์ใช้ในระบบอื่น” โกสวามีกล่าว เขายังเปิดเผยอีกว่ามีกลุ่มนักวิจัยอีกคณะหนึ่งได้นำวิธีการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาพฤติกรรมทางสังคมของผึ้ง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพเทคนิคนี้ที่สามารถนำไปใช้ได้กว้างกว่าการศึกษาด้านจุลชีววิทยาและโรคสัตว์ปีกเพียงอย่างเดียว

เอกสารอ้างอิง

Doughman E. 2026. Machine learning could ID disease-causing poultry bacteria. [Internet]. [Cited 2026 Jul 23]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/diseases-health/news/15835732/machine-learning-could-id-diseasecausing-poultry-bacteria

ภาพที่ ๑ เทคโนโลยีอัจฉริยะระบุเชื้อก่อโรค (แหล่งภาพ Coffeemill | Shutterstock.com)



จับตาอีกครั้ง! หวัดนกระบาดในกัมพูชา อินเดีย ไต้หวัน

กัมพูชา อินเดีย และไต้หวัน เป็นเพียงสามประเทศในเอเชียที่ยืนยันการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกระหว่างเดือนตุลาคม ในช่วงเดือน...