วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ผลกระทบวัคซีนหวัดนกต่อการค้าสัตว์ปีกสหรัฐฯ

 แทนที่จะคาดเดาว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง หรือโครงการนำร่องจะส่งผลต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของสหรัฐอย่างไร หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช ควรปรึกษากับประเทศคู่ค้าโดยตรง

ถ้อยแถลงของนายสัตวแพทย์ จอห์น คลิฟฟอร์ด ที่ปรึกษาด้านการค้าสัตวแพทย์และนโยบายของ สภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐ ในงาน ชิคเคน มาร์เก็ตติ้ง ซัมมิต พ.ศ.๒๕๖๙  หมอคลิฟฟอร์ด เรียกร้องให้ หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ เปิดเผยโครงการนำร่องการให้วัคซีนไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงสำหรับไก่ไข่ ได้ถูกนำเสนอให้หน่วยงานพิจารณาโดย ยูไนเต็ด เอ้ก โปรดิวเซอร์ส หรือยูอีพีและ อเมริกัน เอ้ก บอร์ด หรือเออีบี

หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ ติดต่อทั้งอุตสาหกรรมหลายครั้ง พร้อมชุดคำถามเฉพาะเพื่อพัฒนาแนวทางการฉีดวัคซีน ถือว่าประสบความสำเร็จ และส่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้านสัตว์ของแต่ละรัฐตรวจทาน ต่อด้วยกระทรวงเกษตรและคณะกรรมการเกษตรให้ตรวจทาน แล้วจึงส่งมาให้อุตสาหกรรมตรวจทานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และภาคอุตสาหกรรมก็ส่งคำตอบกลับไปให้ภายในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมปีนี้ “ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่ได้ยินอะไรจากพวกเขาอีกเลย

ในการประชุมสมาคมผู้ผลิตไข่แห่งสหรัฐอเมริกาปีนี้ เป็นการจัดแบบออนไลน์เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม นั้น เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ “คณะกรรมการฯได้อนุมัติข้อเสนอให้ หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ ดำเนินการปรึกษาอย่างเป็นทางการกับประเทศคู่ค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ เกี่ยวกับผลกระทบด้านการค้าจากโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนก หรือโครงการนำร่องที่อาจเกิดขึ้น” คำร้องนี้ขอให้ หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐ นำเสนอแนวทางการให้วัคซีนที่เสนอไว้ต่อประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ และขอรับความเห็นอย่างเป็นทางการ ว่าการดำเนินโครงการลักษณะนี้จะ ส่งผลต่อการเข้าถึงตลาดของผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกและไข่ของสหรัฐฯ อย่างไร

การ์ริสันเน้นย้ำว่า คำร้องของสภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐ ต่อกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นการสนับสนุนให้มีการให้วัคซีนไข้หวัดนก หรือโครงการนำร่องแต่อย่างใด และกล่าวต่อว่า “ผมคิดว่า หน่วยงานตรวจสอบสุขภาพสัตว์และพืช กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับคำร้องของสภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐฯ เพราะสภาการส่งออกสัตว์ปีกและไข่สหรัฐฯ เป็นตัวแทนของทุกภาคส่วนการส่งออกในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของสหรัฐฯ ตั้งแต่เนื้อสัตว์ปีก ไข่ ผลิตภัณฑ์ไข่ ไปจนถึงพันธุกรรมสัตว์ปีก การทราบว่าประเทศคู่ค้าจะตอบสนองต่อรายละเอียดของแผนที่เสนออย่างไร จะช่วยให้การวิเคราะห์ต้นทุน ผลประโยชน์แม่นยำขึ้น และอาจให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนใด ๆ ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักทางการค้าได้” โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เป็นโรคประจำถิ่นในนกน้ำอพยพ และได้แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว อุตสาหกรรมสัตว์ปีกทั่วโลกจำเป็นต้อง ร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายนี้ เพราะโรคนี้ จะไม่หายไปเอง

เอกสารอ้างอิง

O'Keefe.  2026. What impact would HPAI vaccination have on US poultry trade?. [Internet]. [Cited 2026 Aug 18]. Available from: https://www.wattagnet.com/blogs/food-safety-processing-perspective/blog/15832799/hpai-vaccination-impact-on-us-poultry-trade

ภาพที่ ๑ โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เป็นโรคประจำถิ่นใน นกน้ำอพยพทั่วโลก และยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง การให้วัคซีนอาจเป็นองค์ประกอบที่จำเป็น เพิ่มเติมจากมาตรการกำจัดโรค ในสัตว์ปีกเลี้ยงภายในประเทศ (แหล่งภาพ Raevsky Lab | Bigstock.com)



วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รัสเซียปิดเส้นทางส่งสัตว์ปีกอียู

 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม หน่วยงานบริการสัตวแพทย์ของรัฐรัสเซีย รอสเซลโคซนาดซอร์ ได้ประกาศ ห้ามการขนส่งเนื้อสัตว์ปีกจากสหภาพยุโรป รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หลายรายการ ผ่านดินแดนของรัสเซีย

มาตรการนี้จะ สกัดกั้นการขนส่งผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกที่ผลิตในสหภาพยุโรปไม่ให้ผ่านดินแดนรัสเซีย โดยข้อจำกัดดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไป จนกว่าจะมีการเจรจากับคณะกรรมาธิการยุโรป เกี่ยวกับ ข้อกล่าวหาการละเมิดกฎระเบียบ ที่รัสเซียอ้างว่าเกิดขึ้น

รอสเซลโคซนาดซอร์ ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ป้องกันการแพร่กระจายของโรคสัตว์ และ คุ้มครองผู้บริโภคในรัสเซีย หน่วยงานกำกับดูแลด้านสัตวแพทย์ของรัสเซียอ้างถึงกรณีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ การขนส่งผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีกที่มีต้นทางจากเยอรมนีผ่านโปแลนด์อย่างผิดกฎหมาย โดยสินค้าดังกล่าว ผ่านพรมแดนด้วยเอกสารสุขอนามัยปลอม ก่อนถูกส่งต่อไปยังอุซเบกิสถานผ่านรัสเซีย “จากการวิเคราะห์ภายหลัง และคำตอบจากหน่วยงานสัตวแพทย์ของเยอรมนี ไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ส่ง หรือแหล่งที่มาที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ได้

การส่งออกไปเอเชียกลางได้รับผลกระทบ

อีลยา กรัชเชนคอฟ นักวิเคราะห์การเมืองและประธานศูนย์พัฒนานโยบายภูมิภาค ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรัฐของรัสเซีย TASS ว่า ต้นทุนหลักจากมาตรการห้ามทรานซิตครั้งนี้จะตกอยู่กับซัพพลายเออร์ยุโรปและผู้ซื้อในเอเชียกลาง บริษัทสัตว์ปีกยุโรปมีฐานที่แข็งแกร่งในตลาดเอเชียกลางมาโดยตลอด โดยส่วนใหญ่ใช้เส้นทางผ่านรัสเซียเป็นช่องทางหลักในการส่งออก

ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ การส่งออกชิ้นส่วนไก่แช่แข็งและเครื่องในจากสหภาพยุโรปไปยังอุซเบกิสถานยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการค้าของภูมิภาคเอเชียกลาง มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ ๙๑๕,๘๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นปริมาณกว่า ๔๐,๔๑๔ ตัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าสหภาพยุโรปยังคงรักษาตำแหน่งซัพพลายเออร์รายใหญ่ของอุซเบกิสถาน เคียงคู่กับตุรกีในหมวดผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ โปแลนด์ถือเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้อย่างแท้จริง โดยมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง ๕๒๘,๒๐๐,๐๐๐ บาท และปริมาณกว่า ๒๔,๙๒๒ ตัน เพียงประเทศเดียวก็ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมดจากสหภาพยุโรปไปยังอุซเบกิสถาน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางการค้าที่ยาวนานและความต้องการสินค้าโปรตีนสัตว์จากยุโรปในภูมิภาคนี้  นอกจากนี้ สัตว์ปีกจากยุโรปยังเป็นซัพพลายเออร์ให้กับตลาดของ คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และคาซัคสถาน อีกด้วย กรัชเชนคอฟกล่าวว่า “ซัพพลายเออร์ยุโรปจะต้องมองหาเส้นทางขนส่งทางเลือก แบกรับต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น หรืออาจต้องเปลี่ยนผู้จัดส่งเป็นการชั่วคราว

ยกระดับการคว่ำบาตร

กรัชเชนคอฟกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า แม้จะถูกมองว่าเป็น สัญญาณของการยกระดับมาตรการตอบโต้ แต่ในเวลาเดียวกัน การตัดสินใจของรัสเซียก็มี นัยทางการเมืองที่กว้างกว่า โดยอธิบายว่า “รัสเซียกำลังแสดงให้เห็นว่าตนยังคงเป็นพื้นที่สำคัญด้านโลจิสติกส์และกฎระเบียบ ระหว่างยุโรปกับประเทศต่าง ๆ ในยูเรเชีย” มาตรการนี้ยังสะท้อนว่า ความขัดแย้งด้านมาตรการคว่ำบาตร กำลังค่อย ๆ ขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ ๆอย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่า “ยังเร็วเกินไปที่จะตีความเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการยกระดับทางการเมืองครั้งใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นควรถูกมองว่าเป็นข้อเรียกร้องที่เข้มงวดขึ้น เพื่อให้ห่วงโซ่อุปทานมีความโปร่งใสมากขึ้น และเพื่อให้หน่วยงานสัตวแพทย์ยุโรปรับผิดชอบต่อสินค้าที่ผ่านดินแดนรัสเซีย

เอกสารอ้างอิง

Vorotnikov V.  2026. Russia bans transit of EU poultry. [Internet]. [Cited 2026 Aug 17]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/russia-bans-transit-of-eu-poultry

ภาพที่ ๑ การส่งออกสัตว์ปีกของสหภาพยุโรปไปยังเอเชียกลางอาจเผชิญความปั่นป่วน หลังรัสเซียประกาศห้ามการขนส่งผ่านดินแดน (แหล่งภาพ Benjamin Ruiz)



วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ซูเปอร์มาร์เก็ตไร้ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากสัตว์

 งานเอสไอเอวีเอส ในเซาเปาลู ประเทศบราซิล ได้นำเสนอแนวคิดที่แปลกใหม่และน่าสนใจ เพื่อให้เห็นภาพว่า “ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรเวลาซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต หากไม่มีอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์

งานงานแสดงสินค้าโปรตีนสัตว์นานาชาติ หรือเอสไอเอวีเอส  ที่จัดขึ้นในนครเซาเปาลู ประเทศบราซิล ในสัปดาห์นี้ สมาคมโปรตีนสัตว์บราซิลได้เสนอไอเดียโดดเด่น โดยจัดพื้นที่นิทรรศการพิเศษสำหรับโปรเจกต์ที่ชื่อว่า “ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์” เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นภาพจริงว่าหากไม่มีอุตสาหกรรมโปรตีนสัตว์ ชีวิตประจำวันของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร ถ้าไม่มีผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์เลย เวลาหมอไปจ่ายตลาดแล้วหยิบของใส่ถุงตอนคิดเงิน จะเหลืออะไรอยู่บ้างในถุงของเรา? แล้วรายการซื้อของจะเหลือกี่อย่างกันแน่? มาลองดูแบบรวดเร็วกันสักหน่อย

ขณะเดินชมพื้นที่นิทรรศการ สิ่งแรกที่เรานึกถึงก็คือ แน่นอนว่าในตู้แช่จะไม่มีเนื้อสัตว์เลย ไม่ว่าจะเป็นไก่ หมู เนื้อวัว หรือปลา รวมถึงแฮม ไส้กรอก ซาลามี่ และเนื้อแปรรูปต่าง ๆ และแน่นอน ตู้แช่ทั้งหมดว่างเปล่า มีเพียงป้ายบอกว่า “ไม่มีเนื้อสัตว์ที่นี่” แต่เมื่อเดินต่อไปตามชั้นวางสินค้า ก็พบว่าไม่มีไข่ นมและผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด เช่น ชีส โยเกิร์ต หรือเนย นอกจากนี้ยังไม่มีพาสต้า เพราะมีไข่เป็นส่วนประกอบ ขนมปัง น้ำซุปไก่ ปลากระป๋องทูน่า มายองเนส คุกกี้ หรือซุปสำเร็จรูปเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ไม่มีเบียร์เลย เพราะกระบวนการทำให้เบียร์ใสต้องใช้โปรตีนจากสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการผลิต ไม่มีช็อกโกแลตหรือขนมหวาน เพราะมีส่วนผสมของนม ไม่มีอาหารสำเร็จรูปแบบเพิ่มมูลค่า เช่น พาสต้าแช่แข็งหรือพิซซ่า ชั้นสุดท้ายที่เดินไปคือชั้นสินค้ากลุ่มดูแลร่างกาย ก็พบว่าไม่มีสบู่ เพราะการผลิตสบู่ต้องใช้ไขมันสัตว์ ไม่มียาสีฟัน แชมพู หรือครีมบำรุงผิว แม้แต่ผงซักฟอกสำหรับซักผ้า หรือผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มก็ไม่มีเช่นกัน

บางซูเปอร์มาร์เก็ตอาจมีโซนร้านขายยาอยู่ด้วย ดังนั้นเราจะไม่สามารถหาวัคซีนได้เลย เพราะการผลิตวัคซีนต้องเพาะเลี้ยงไวรัสในไข่ตัวอ่อน ไข่ปลอดเชื้อหรือเอสพีเอฟ และบางชนิดยังใช้ซีรัมเลือดโคในกระบวนการผลิตด้วย นับเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมมาก และควรนำไปทำซ้ำในหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในภาคอุตสาหกรรมโปรตีนสัตว์เท่านั้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทำความรู้จักกับอุตสาหกรรม และเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่มันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น มันคือชีวิตจริง

เอกสารอ้างอิง

Ruiz B.  2026. A supermarket without any animal-protein-origin products?. [Internet]. [Cited 2026 Aug 7. Available from: https://www.wattagnet.com/blogs/latin-america-poultry-at-a-glance/blog/15831922/a-supermarket-without-any-animalproteinorigin-products

ภาพที่ ๑ งานแสดงซูเปอร์มาร์เก็ตไร้ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากสัตว์ (แหล่งภาพ Benjamin Ruiz)



วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะเผยผลกระทบความร้อนและอายุต่อไก่เนื้อ

 งานวิจัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชั่น ขั้นสูงได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกชุดใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของไก่เนื้อตลอดช่วงการเลี้ยงผลิต ช่วยให้ผู้ผลิตไก่เนื้อมีเครื่องมือใหม่ในการติดตามสวัสดิภาพ ตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และจัดการความเครียดจากความร้อนได้

นักวิจัยได้ติดตามไก่เนื้อรอส ๓๐๘ จำนวน ๑,๑๒๐ ตัว ตลอดสี่รอบการผลิต โดยใช้ระบบติดตามแบบหลายกล้อง สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของไก่ตั้งแต่อายุ ๘ ถึง ๔๐ วัน เทคโนโลยีนี้สามารถวัดระดับความเคลื่อนไหว พฤติกรรมการกิน และพฤติกรรมการดื่มได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ได้ภาพรวมที่ไม่เคยมีมาก่อนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของไก่เนื้อเมื่อไก่เติบโตขึ้น

ผลการศึกษายืนยันข้อสังเกตหลายอย่างที่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่คุ้นเคยกันดี พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าการเฝ้าติดตามแบบอัตโนมัติ สามารถเปลี่ยนวิธีการประเมินสวัสดิภาพสัตว์ในโรงเรือนเชิงพาณิชย์ได้อย่างไร หนึ่งในข้อสรุปที่ชัดเจนที่สุดคือ อายุมีผลอย่างมากต่อระดับกิจกรรมของไก่เนื้อ เมื่อไก่โตขึ้น การเคลื่อนไหวโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กิจกรรมความเข้มสูง เช่น การวิ่ง เริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ ๑๕ วัน และลดลงเร็วกว่ากิจกรรมความเข้มต่ำอื่นๆ เมื่อถึงอายุประมาณ ๓๐ วัน ระดับกิจกรรมในทุกประเภทลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ตามที่นักวิจัยซึ่งนำทีมโดยศาสตราจารย์ แพทริเซีย โซสเตอร์ จากภาควิชาพยาธิชีววิทยา เภสัชวิทยา และสัตวแพทย์สัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกนต์ ระบุไว้ ผลการศึกษานี้สะท้อนความเป็นจริงทางชีววิทยาของไก่เนื้อสมัยใหม่ เมื่อไก่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวจะใช้พลังงานมากขึ้นตามไปด้วย และไก่จะหันไปใช้พลังงานกับการเจริญเติบโตมากกว่าการเคลื่อนที่ ผลลัพธ์ที่ได้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า พบว่าการลดลงของกิจกรรมในไก่ที่มีอายุมากขึ้นเกี่ยวข้องกับความท้าทายด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพกระดูกที่แย่ลง สำหรับผู้ผลิตไก่เนื้อ ข้อค้นพบนี้มีความสำคัญ เพราะระดับกิจกรรมอาจทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าได้ หากพบว่ารูปแบบกิจกรรมเบี่ยงเบนไปจากที่ควรเป็นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาสวัสดิภาพที่กำลังก่อตัว เช่น ขาอ่อนแรง โรคขา หรือปัญหาด้านการจัดการ

ความเครียดจากความร้อนทำให้พฤติกรรมไก่เปลี่ยนไป 

งานวิจัยยังให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับการตอบสนองของไก่ต่อความเครียดจากความร้อนด้วย ในช่วงที่อุณหภูมิภายในโรงเรือนสูงถึงประมาณ ๒๙ ถึง ๓๐ องศาเซลเซียส ไก่ใช้เวลาอยู่บริเวณจุดดื่มน้ำมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และใช้เวลาอยู่บริเวณจุดให้อาหารลดลง ระดับกิจกรรมโดยรวมไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากความร้อน แทนที่จะลดความเคลื่อนไหวลงอย่างชัดเจน ไก่ดูเหมือนจะปรับการใช้เวลาใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการดื่มน้ำมากขึ้น และลดกิจกรรมการกินลง

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ชี้ให้เห็นโอกาสเชิงปฏิบัติที่สำคัญสำหรับผู้เลี้ยงไก่ การติดตามการใช้จุดดื่มน้ำและจุดให้อาหารอาจเป็นตัวชี้วัดความเครียดจากความร้อนได้ไวกว่าเพียงการดูระดับกิจกรรมเพียงอย่างเดียว การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพฤติกรรมการดื่มน้ำร่วมกับการไปที่จุดให้อาหารลดลง อาจทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าไก่กำลังเริ่มรับมือกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ยาก

งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของไก่มีจังหวะรายวันที่ชัดเจน ระดับกิจกรรมมักสูงที่สุดในช่วงเช้าและช่วงกลางวัน ก่อนจะลดลงในช่วงหลังของวัน ในช่วงที่เกิดความเครียดจากความร้อน กิจกรรมการกินจะลดลงในขณะที่อุณหภูมิยังคงสูง แต่จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเย็นเมื่อสภาพแวดล้อมกลับมาเป็นปกติ การค้นพบนี้สอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้เลี้ยงไก่ที่มักสังเกตเห็นว่าไก่จะชดเชยการกินอาหารที่ลดลงในช่วงกลางวันด้วยการกินมากขึ้นในช่วงเย็น ผลลัพธ์ดังกล่าวตอกย้ำความสำคัญของการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม และการจัดให้ไก่มีโอกาสฟื้นตัวหลังจากเผชิญความเครียดจากความร้อน

เอไอช่วยติดตามสวัสดิภาพไก่ได้อย่างต่อเนื่อง 

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของงานวิจัยนี้คือเทคโนโลยีที่ใช้ ระบบดังกล่าวประกอบด้วยกล้อง ๔ ตัวร่วมกับอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถติดตามไก่ได้โดยอัตโนมัติ นักวิจัยสามารถทำการติดตามได้อย่างแม่นยำสูง แม้ขนาดตัวของไก่จะเปลี่ยนแปลงอย่างมากตลอดช่วงการเลี้ยง ๖ สัปดาห์ แตกต่างจากการประเมินสวัสดิภาพแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยการสังเกตด้วยมือเป็นครั้งคราว ระบบอัตโนมัติสามารถเฝ้าติดตามได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รบกวนฝูงไก่ เปิดโอกาสให้ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ผิดปกติได้ล่วงหน้า ก่อนที่ความผิดปกตินั้นจะปรากฏให้เห็นผ่านผลผลิตหรืออัตราการตาย

นักวิจัยเสนอว่า ในอนาคต ระบบการเลี้ยงสัตว์แบบแม่นยำ อาจช่วยแจ้งเตือนผู้เลี้ยงถึงความท้าทายด้านสวัสดิภาพที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากความร้อน ความผิดปกติของอุปกรณ์ การระบาดของโรค หรือปัญหาด้านการเคลื่อนไหวของไก่ การเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างฉับพลันของระดับกิจกรรม รูปแบบการกินที่ผิดปกติ หรือการใช้จุดดื่มน้ำที่เปลี่ยนไป ล้วนสามารถเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง งานวิจัยนี้ทำภายใต้สภาพการทดลองที่มีความหนาแน่นการเลี้ยงค่อนข้างต่ำ จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมภายใต้สภาพการผลิตเชิงพาณิชย์ ระบบที่ใช้ยังติดตามเพียง ๓ พฤติกรรมหลัก และไม่ได้ประเมินตัวชี้วัดสวัสดิภาพอื่น ๆ เช่น การคลุกฝุ่น การหอบ หรือการกระพือปีก ถึงแม้จะมีข้อจำกัดดังกล่าว งานวิจัยนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการติดตามไก่เนื้อแบบอัตโนมัติ ในขณะที่ผู้ผลิตไก่ต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในการแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานสวัสดิภาพที่ดีควบคู่กับประสิทธิภาพการผลิต เทคโนโลยีที่สามารถติดตามพฤติกรรมไก่ได้อย่างต่อเนื่องจึงมีแนวโน้มจะมีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

เอกสารอ้างอิง

McDougal T.  2026. Smart cameras reveal how broilers respond to heat stress and ageing. [Internet]. [Cited 2026 Aug 9. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/new-insights-into-broiler-welfare-and-heat-stress-revealed-by-smart-cameras

ภาพที่ ๑ ระบบติดตามพฤติกรรมไก่เนื้อแบบหลายกล้องที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอสามารถติดตามพฤติกรรมไก่ตั้งแต่อายุ ๘ ถึง ๔๐ วัน เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงกับการเจริญเติบโต สวัสดิภาพ และความเครียดจากความร้อน (แหล่งภาพ Boerderij)



วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569

บทเรียนการเรียกคืนอาหารล่าสุดต่ออุตสาหกรรมไก่

 การระบาดของโรคอาหารเป็นพิษในช่วงฤดูร้อนปีนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นแผนป้องกันที่เข้มงวดและรัดกุมมากขึ้น

ไข่ไก่สด สลัดไก่ และแรปไก่ ล้วนถูกเรียกคืนด้านความปลอดภัยอาหารในปีนี้ และแทบทุกกรณี สาเหตุไม่ได้มาจากตัวผลิตภัณฑ์ไก่เอง แต่เป็นเชื้อ ซัลโมเนลลา และ ไซโคลสปอรา ที่ปนเปื้อนมากับวัตถุดิบจากภายนอกโรงงาน

มีการตรวจพบเชื้อ ซัลโมเนลลา สองครั้งในระดับใหญ่ ครั้งแรกในไข่ไก่สดที่เชื่อมโยงกับการระบาดมีผู้ป่วย ๙๘ ราย และล่าสุดพบในวัตถุดิบที่ถูกเรียกคืน ทำให้สลัดไก่ที่มีส่วนผสมของพริกฮาลาปีโญและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกอื่น ๆ ถูกดึงเข้าสู่การสอบสวนกรณีเชื้อ  ซัลโมเนลลา จาเวียนา

ในขณะเดียวกันเชื้อ ไซโคลสปอรา เป็นโปรโตซัวก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร อยู่ในกลุ่มคอกซิเดีย ก็ปนเปื้อนมาจากผักกาดหอมเข้าสู่ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกผ่านเส้นทางเดียวกัน เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม หน่วยงาน หน่วยงานบริการความปลอดภัยอาหารและการตรวจสอบของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนด้านสาธารณสุขสำหรับสลัดและแรปเนื้อสัตว์ปีกมากกว่า ๒๔ ครั้งที่ผลิตโดยใช้ผักกาดหอมโรมานซึ่งปนเปื้อน ไซโคลสปอรา

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการระบาดในวงกว้างที่ทำให้มีผู้ป่วยเกือบสองพันคน โดยมีความเชื่อมโยงกับผักกาดหอมจากบริษัทเทย์เลอร์ฟาร์ม บริษัทนี้ยังเกี่ยวข้องกับการระบาดจากพริกฮาลาปีโญที่กล่าวถึงข้างต้นด้วย  ตอนนี้ไม่มีใครอยากอยู่ในทีมประชาสัมพันธ์และทีมความปลอดภัยอาหารของบริษัทที่เกี่ยวข้องเหล่านี้เลย ในทุกกรณี ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกไม่ได้เป็นต้นตอของการปนเปื้อน แต่เป็นเพียงพาหะนำส่งการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการก่อนถึงโรงงาน

ไม่ใช่ทุกเหตุการณ์ในฤดูร้อนปีนี้ที่มีต้นตอมาจากเชื้อก่อโรค ในเดือนมิถุนายน เอฟซิส ได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เนื้ออกไก่แบบไม่มีกระดูกรสฮันนีดีฌง หลังพบว่า มีไข่ที่ไม่ได้ประกาศบนฉลาก การเกิดเหตุนี้น่าจะเป็นความผิดพลาดในหมวดการดำเนินงานเดียวกับกรณีไข่และพริกฮาลาปีโญก่อนหน้า คือเกิดจาก ความบกพร่องในขั้นตอนการตรวจสอบซัพพลายเออร์หรือการควบคุมฉลาก มากกว่าจะเป็นสาเหตุระบบเดียวที่ชัดเจน

 

บทเรียนต่อผู้ประกอบการแปรรูปอาหาร

เมื่อมองภาพรวม เหตุการณ์การเรียกคืนสินค้าในช่วงฤดูร้อนนี้ไม่ได้ชี้ไปที่ผู้กระทำผิดเพียงรายเดียว แต่สะท้อนถึงจุดควบคุมสามส่วนที่แตกต่างกัน ได้แก่ การจัดการเชื้อก่อโรคในระดับฟาร์ม การตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ และการตรวจสอบความถูกต้องของฉลากและบรรจุภัณฑ์ แต่ละส่วนเกิดความล้มเหลวขึ้นอย่างอิสระในเหตุการณ์สำคัญที่เป็นข่าวในฤดูร้อนนี้

สำหรับผู้ประกอบการแปรรูปเนื้อสัตว์ เหตุเตือนกรณีพริกฮาลาปีโญเป็นเครื่องย้ำเตือนว่า แม้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเอฟซิส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากประวัติการเรียกคืนของวัตถุดิบที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่อาหารพร้อมรับประทานจำนวนมากเริ่มใช้วัตถุดิบจากผักและผลิตภัณฑ์นม ที่มาจากซัพพลายเชนภายนอกอุตสาหกรรมเนื้อและสัตว์ปีกแบบดั้งเดิม

เอฟซิส ระบุว่ารายการผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับพริกฮาลาปีโญอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อการตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบยังคงดำเนินต่อไป และโครงการทดสอบเชื้อ ซัลโมเนลลา แบบนำร่องของหน่วยงานก็อาจถูกตั้งคำถามว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะตรวจจับการปนเปื้อนที่เกี่ยวข้องกับไข่หรือพริกฮาลาปีโญได้เร็วกว่านี้หรือไม่ โดยภาพรวม เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำความสำคัญของการมีระบบความปลอดภัยอาหารที่เข้มแข็งในองค์กร เพราะการป้องกันไม่ให้เกิดโรคจากอาหารย่อมดีกว่าการต้องแก้สถานการณ์ย้อนหลังเมื่อเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นไปแล้ว

 

เอกสารอ้างอิง

Doughman E. 2026. What the 2026 food safety recalls teach the poultry industry. [Internet]. [Cited 2026 Jul 24. Available from: https://www.wattagnet.com/blogs/poultry-tech-trends/blog/15832098/what-the-2026-food-safety-recalls-teach-the-poultry-industry

ภาพที่ ๑ บทเรียนการเรียกคืนอาหารล่าสุดต่ออุตสาหกรรมไก่     (แหล่งภาพ Waldemarus I iStockimage.com)



วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

โปแลนด์เข้าสู่วิกฤตไข่ครั้งใหม่ หลังหวัดนกระบาดหนัก

 ผู้ผลิตไข่ในยุโรปตะวันออกกำลัง ส่งสัญญาณเตือนถึงความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงและโรคนิวคาสเซิล ด้วยจำนวนแม่ไก่ไข่หลายล้านตัวที่ถูกทำลายในโปแลนด์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สมาคมอุตสาหกรรมจึงเตือนผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคให้เตรียมรับมือกับปริมาณไข่ที่ลดลงและราคาที่สูงขึ้น

พาเวล พอดสตาฟกา ประธานสหพันธ์เลี้ยงสัตว์ปีกและผู้ผลิตไข่แห่งชาติของโปแลนด์ เตือนว่าโรคติดเชื้อเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมไข่ของประเทศ

ยอดความสูญเสียที่เพิ่มขึ้น 

การฟื้นฟูฝูงแม่ไก่ไข่ต้องใช้เวลาราว ๖ ถึง ๙ เดือน หมายความว่าบางฟาร์มยังไม่สามารถฟื้นตัวจากการระบาดเมื่อปีที่แล้ว ที่ทำให้ต้องทำลายสัตว์ปีกไปประมาณ ๒๐ ล้านตัว “ปีนี้ การระบาดของโรคไข้หวัดนกส่งผลกระทบต่อแม่ไก่ไข่จำนวน ๔.๘๘ ล้านตัว เทียบกับจำนวนแม่ไก่ไข่ทั่วประเทศที่มีอยู่ราว  ๓๘ ถึง ๔๒ ล้านตัว การทำลายแม่ไก่ไข่ในครั้งนี้เท่ากับการสูญเสียศักยภาพการผลิตประมาณร้อยละ ๑๒ หนึ่งแม่ไก่ไข่ผลิตไข่เฉลี่ย ๓๐๐ ถึง ๓๕๐ ฟองต่อปี ดังนั้นเรากำลังพูดถึงการสูญเสียไข่ประมาณ ๑๒๐ ถึง ๑๓๕ ล้านฟองต่อเดือน” พอดสตาฟกา กล่าว พร้อมเสริมว่าขนาดของความสูญเสียครั้งนี้มหาศาลมาก

แนวโน้มที่เลวร้ายขึ้น 

ตัวแทนอุตสาหกรรมคาดว่าจำนวนแม่ไก่ไข่ที่สูญเสียทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย ๕.๕ ถึง ๖ ล้านตัวภายในสิ้นปีนี้ อุปทานไข่ที่จำกัดมีแนวโน้มว่าจะทำให้ราคายังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายปีที่ผ่านมา และจะยิ่งเพิ่มการแข่งขันในการแย่งชิงวัตถุดิบระหว่างผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตอาหาร หากจำนวนแม่ไก่ไข่ที่สูญเสียมีมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตลาดอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลนไข่เกรดอุตสาหกรรม ผลที่ตามมา คือ ผงไข่และผลิตภัณฑ์ไข่แปรรูปอื่นๆ มีแนวโน้มว่าจะมีราคาสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การนำเข้าไข่และผลิตภัณฑ์ไข่อาจเพิ่มขึ้น ตามคำกล่าวของพอดสตาฟกา

ผลกระทบที่แตกต่างกัน 

ตามที่พอดสตาฟกาอธิบาย ลักษณะการผลิตสัตว์ปีกทำให้โรคต่างชนิดส่งผลต่อแต่ละส่วนของอุตสาหกรรมไม่เหมือนกัน โรคไข้หวัดนกส่งผลกระทบต่อฟาร์มแม่ไก่ไข่ขนาดใหญ่ เป็นหลัก ขณะที่โรคนิวคาสเซิลมีผลกระทบมากกว่าในอุตสาหกรรมไก่เนื้อ อย่างไรก็ตาม ภาคเนื้อไก่ก็อาจเผชิญความท้าทายเช่นกัน เนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อเกิดบ่อยขึ้นในฟาร์มสัตว์ปีกของโปแลนด์ พอดสตาฟกาไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบ เช่น ราคาเนื้อไก่ที่สูงขึ้น และ ข้อจำกัดเพิ่มเติมจากตลาดส่งออกสำคัญ

เอกสารอ้างอิง

Vorotnikov V. 2026. Poland may be heading into a new egg crisis as bird flu decimates farms. [Internet]. [Cited 2026 Jul 24. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/poland-may-be-heading-into-a-new-egg-crisis-as-bird-flu-decimates-farms

ภาพที่ ๑ การฟื้นฟูฝูงแม่ไก่ไข่ต้องใช้เวลาราว ๖ ถึง ๙ เดือน หมายความว่าบางฟาร์มยังไม่สามารถฟื้นตัวจากการระบาดเมื่อปีที่แล้ว ที่ทำให้ต้องทำลายสัตว์ปีกไปประมาณ ๒๐ ล้านตัว(แหล่งภาพ Koos Groenewold)



วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เปรู-สเปนพบการติดเชื้อโรคนิวคาสเซิลในสัตว์ปีก

 องค์การสุขภาพสัตว์โลก รายงานการระบาดครั้งใหม่ในทั้งสองประเทศ โดยเปรูพบจำนวนฝูงสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเท่าที่เคยมี

โรคนิวคาสเซิลในเปรู 

ฝูงไก่เนื้อเชิงพาณิชย์ในประเทศเปรูพบการติดเชื้อนิวคาสเซิล เป็นการยุติช่วงเวลาประมาณหกเดือนที่ไม่มีการตรวจพบไวรัสในประเทศ ตามรายงานฉบับใหม่ขององค์การเพื่อสุขภาพสัตว์โลก ระบุว่า รายล่าสุดได้รับการยืนยันในเดือนกรกฎาคมที่แคว้นอาเรกีปา ผู้ประกอบการฟาร์มรายงานว่าไก่ในฝูงมีอาการระบบทางเดินหายใจ เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพสัตว์ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง และผลตรวจด้วยวิธีเรียลไทม์พีซีอาร์พบผลบวกต่อเชื้อนิวคาสเซิล

มีสัตว์ปีกที่ไวต่อการติดเชื้อจำนวน ๔๖๔,๕๘๘ ตัว อยู่ในฝูงดังกล่าว โดยในจำนวนนี้ ๓๕,๙๗๕ ตัว ได้ตายลง องค์การเพื่อสุขภาพสัตว์โลกรายงานว่า ไก่เนื้อจำนวน ๔๒๘,๖๑๓ ตัวที่เหลือ ถูก “ฆ่าเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์” มาตรการด้านสุขอนามัยที่นำมาใช้ ตามรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ได้แก่ การกักกันโรค การเฝ้าระวัง การจำกัดการเคลื่อนย้าย การทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และการเตรียมการสำหรับการทำลายฝูง ถือเป็นรายที่แห่งที่สามในประเทศเปรูที่ได้รับผลกระทบจากโรคนิวคาสเซิลตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๐๒๕ เป็นต้นมา กรณีล่าสุดนี้ทำให้จำนวนสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบจากโรคในประเทศเพิ่มเป็น ๗๑๘,๕๙๓ ตัว

โรคนิวคาสเซิลในสเปน 

กรณีล่าสุดของการติดเชื้อโรคนิวคาสเซิลในประเทศสเปนที่องค์การสุขภาพสัตว์โลกรายงาน คือฝูงสัตว์ปีกจำนวน ๓๕,๐๐๐ ตัว ระบุเพียงว่าเป็น “สัตว์ปีกเลี้ยงในบ้าน” ตั้งอยู่ในพื้นที่ซานตา มาเรีย ลา เรอัล เด เนบา ในเหตุการณ์นี้ มีสัตว์ปีก ๒,๓๑๗ ตัว ตาย ส่วนสัตว์ปีกที่เหลือในฝูงถูกทำลายทั้งหมด กรณีนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากมีฝูงสัตว์ปีกอีกฝูงหนึ่งในพื้นที่เดียวกันได้รับผลกระทบ โดยฝูงนั้นมีจำนวน ๕,๔๐๐ ตัว สเปนยังคงดำเนินการควบคุมโรคนิวคาสเซิลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๐๒๕ โดยจนถึงขณะนี้มีฝูงสัตว์ปีกได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า ๓๐ ฝูง ก่อนปี พ.ศ. ๒๐๒๕ ประเทศสเปนปลอดจากโรคนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๐๒๒

เอกสารอ้างอิง

Graber R. 2026. Newcastle disease detected in poultry flocks in Peru, Spain. [Internet]. [Cited 2026 Aug 4]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/diseases-health/news/15831615/newcastle-disease-detected-in-poultry-flocks-in-peru-spain

ภาพที่ ๑ เปรู-สเปนพบการติดเชื้อโรคนิวคาสเซิลในสัตว์ปีก (แหล่งภาพ Roy Graber | DALL-E)



ผลกระทบวัคซีนหวัดนกต่อการค้าสัตว์ปีกสหรัฐฯ

  แทนที่จะคาดเดาว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง หรือโครงการนำร่องจะส่งผลต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของสหรัฐอย่างไร หน่...