โครงการวิจัยยุโรปมูลค่ากว่า ๒๘๐ ล้านบาท เดินหน้าทดสอบเซนเซอร์โฟโตนิกส์ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมสัตว์ปีก ตั้งแต่ความปลอดภัยของอาหารสัตว์ คุณภาพเนื้อไก่ ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้อย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยของยุโรปมีเป้าหมายที่จะช่วยให้ผู้ผลิตสัตว์ปีกได้รับข้อมูลด้าน
คุณภาพ ความปลอดภัย และการสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
โดยนำเทคโนโลยี เซนเซอร์โฟโตนิกส์มาใช้ในขั้นตอนสำคัญต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่การผลิต โครงการเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด
โดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ตูร์คู ประเทศฟินแลนด์ เป็นผู้ประสานงานหลัก
จะพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่อาศัยการใช้แสงหลายช่วงความยาวคลื่น
เพื่อวัดคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ไม่สามารถมองเห็นหรือประเมินได้ด้วยสายตามนุษย์ ภายใต้โครงการนี้
จะมีการทดสอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกจำนวน ๖ กรณีศึกษา
ในประเทศสเปน อิตาลี และนอร์เวย์ ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตอาหารสัตว์
การผลิตสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย
ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพ
ความปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของยุโรปยังคงมีบทบาทสำคัญและดำเนินการในขนาดที่ใหญ่
โดยสหภาพยุโรปมีการผลิตเนื้อสัตว์ปีกมากกว่า ๑๔.๔ ล้านตันต่อปี
ขณะที่การบริโภคเนื้อสัตว์ปีกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก ๒๔.๒ กิโลกรัมต่อคน เป็น ๒๕.๘
กิโลกรัมต่อคน ภายในปี ๒๕๗๘ นอกจากนี้
อุตสาหกรรมสัตว์ปีกยังเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
โดยห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกสร้างการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมในยุโรปประมาณ
๓.๗ ล้านตำแหน่ง ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทและเสริมศักยภาพตลาดส่งออก อย่างไรก็ตาม
คณะผู้วิจัยระบุว่าการติดตามตรวจสอบด้านคุณภาพและความปลอดภัยยังมีความกระจัดกระจายอยู่พอสมควร
ในระดับฟาร์ม ผู้ผลิตมีการติดตามคุณภาพอาหารสัตว์ สภาพการเลี้ยง
และพยายามลดความเครียดของสัตว์เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ปีก
แต่ในขั้นตอนถัดไปของห่วงโซ่การผลิต การตรวจสอบหลายส่วนยังอาศัยการตรวจด้วยสายตา
การประเมินโดยบุคลากร และการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ใช้เวลานานและต้องใช้ทรัพยากรมาก
จากความปลอดภัยของอาหารสัตว์สู่คุณภาพเนื้อสัตว์ปีก
โครงการเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด
มีเป้าหมายเพื่อศึกษาว่าเทคโนโลยีโฟโตนิกส์จะสามารถให้ข้อมูลที่รวดเร็วและทันท่วงทีมากขึ้นได้หรือไม่
โดยมีแนวทางการประยุกต์ใช้ที่หลากหลาย ได้แก่ การตรวจหาสารพิษจากเชื้อราที่เป็นอันตรายในวัตถุดิบอาหารสัตว์
การตรวจจับเชื้อก่อโรคและสารตกค้างจากยาระหว่างกระบวนการผลิต การประเมินโครงสร้างและคุณภาพของเนื้อสัตว์
รวมถึงการตรวจพบความผิดปกติด้านคุณภาพ การติดตามและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์โปรตีนที่ผลิตจากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
นอกจากนี้
โครงการยังมีแผนผสานข้อมูลจากเซนเซอร์โฟโตนิกส์เข้ากับข้อมูลจากเซนเซอร์ชนิดอื่น ๆ
และแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างระบบข้อมูลแบบเรียลไทม์สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
“การมีข้อมูลแบบเรียลไทม์ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าจะช่วยให้การตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการผลิตทำได้รวดเร็ว
แม่นยำ และใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” กล่าวโดย เดวิด โอลิวา หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเชิงปัญญา แห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ตูร์คู
ประเทศฟินแลนด์ และหัวหน้าโครงการวิจัยเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด
ศักยภาพที่ต่อยอดได้มากกว่าการผลิตสัตว์ปีก
แม้อุตสาหกรรมสัตว์ปีกจะเป็นพื้นที่ทดสอบหลักของโครงการ
แต่พันธมิตรในโครงการเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้สามารถขยายผลไปสู่ภาคการผลิตอาหารและเกษตรกรรมอื่นๆ
ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมสุกร อุตสาหกรมนมและผลิตภัณฑ์นม
รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ “อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นสนามทดสอบที่สำคัญและมีความท้าทายสูงสำหรับโครงการนี้
อย่างไรก็ตาม
เป้าหมายของเราคือการพัฒนาโซลูชันที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวางตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร
เพื่อยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ และให้ข้อมูลสถานการณ์การผลิตที่ถูกต้อง
แม่นยำ และเป็นแบบเรียลไทม์มากขึ้นในทุกขั้นตอน” กล่าวโดย เดวิด โอลิวา หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเชิงปัญญาแห่ง
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ตูร์คู ประเทศฟินแลนด์
กลุ่มความร่วมมือวิจัยระดับยุโรป
โครงการเซนเซอร์โฟร์ฟู้ด
ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการฮอริซอน ยุโรปของสหภาพยุโรป
และมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในเดือน กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยงบประมาณรวมประมาณ ๒๘๐
ล้านบาท โครงการนี้เป็นความร่วมมือขององค์กรจากทั่วยุโรปจำนวน ๒๑ องค์กร
ประกอบด้วยสถาบันวิจัย ๗ แห่ง วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ๙ แห่ง บริษัทขนาดใหญ่
๔ แห่ง และเอเวคซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนภาคอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ปีกของยุโรป เอเวค มีบทบาทสำคัญในฐานะตัวแทนของผู้ผลิตเนื้อสัตว์ปีกที่ครอบคลุมการผลิตประมาณ
ร้อยละ ๙๕ ของปริมาณเนื้อสัตว์ปีกทั้งหมดในสหภาพยุโรป
สะท้อนให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง
และช่วยให้ผลการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับการผลิตเชิงพาณิชย์
เอกสารอ้างอิง
McDougal
T. 2026. Light-based sensors target faster poultry quality
control. [Internet]. [Cited 2026 Oct 17]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/light-based-sensors-target-faster-poultry-quality-control

