วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ผวาไข้หวัดนก H7N9 ระบาดในฮ่องกง



ฮ่องกงรายงานผู้ป่วยรายที่สองจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสับไทป์ H7N9 แสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสได้มีการแพร่กระจายทั่วประเทศจีนตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. ๒๐๑๓ แล้ว เหยื่อรายรายแรกเป็นคนงานจากประเทศอินโดนีเซีย วัย ๓๘ ปีมีประวัติการเคลื่อนที่ข้ามชายแดนเพื่อจำหน่าย และฆ่าไก่ และไม่กี่วันถัดมา พบรายล่าสุดเป็นชายชราวัย ๘๐ ปี  
                ผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกวัย ๓๖ ปีมีอาการเข้าขั้นวิกฤติที่โรงพยาบาลในฮ่องกง นับตั้งแต่ตรวจพบเชื้อไวรัสในจีนแผ่นดินใหญ่ปีนี้ เชื้อไวรัส H7N9 ได้ส่งผลให้พลเมืองในจีน และไต้หวันป่วย ๑๓๙ ราย และเสียชีวิตแล้วรวม ๔๕ ราย (รัฐบาลท้องถิ่นในจีนได้เพิ่มความเข้มงวดตลาดสดในจีน และพยายามหยุดการแพร่กระจายของโรค ต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศให้หยุดการค้าขายสัตว์ปีกมีชีวิตตั้งแต่ต้นเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ไปจนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
แหล่งที่มา             South China Morning Post (10/12/13)

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เบลารุสระงับการนำเข้าไก่เนเธอร์แลนด์ และเยอรมัน



กรมควบคุมอาหาร และสัตวแพทย์ ประเทศเบลารุสระงับการนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ และเยอรมัน ภายหลังการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงต่ำ H5N3
                ภายหลังจากองค์กรโลกสำหรับสุขภาพสัตว์ได้ประกาศว่า มีการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงต่ำ H5N3 ใน Baden Wurttenberg ประเทศเยอรมัน และจังหวัด Groningen ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเวลาต่อมา ประเทศเบลารุสจึงตัดสินใจควบคุมการนำเข้าสัตว์ปีกมีชีวิต ไข่ฟัก ขนไก่ เนื้อสัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีก สารผสมที่มาจากสัตว์ปีก อุปกรณ์มือสองสำหรับการเลี้ยง และการฆ่าสัตว์ปีกจากพื้นที่ระบาดของโรคดังกล่าวทั้งหมด โดยอาศัยข้อตกลงว่าด้วย นโยบายการนำเข้าเดียวของสหภาพศุลกากรแห่งรัสเซีย เบลารุส และคาซักสถานมีข้อตกลงว่า หากมีการยกเลิกการนำเข้าโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง ประเทศทั้งหมดในกลุ่มสมาชิกก็จะยกเลิกการนำเข้าไปด้วย ดังนั้น รัสเซีย และคาซักสถานจะยกเลิกการนำเข้าเช่นเดียวกัน
แหล่งที่มา             World Poultry (9/12/13)

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

มองอนาคตธุรกิจเนื้อ และสัตว์ปีกปี ค.ศ.๒๐๑๔

อนาคตปี ค.ศ. ๒๐๑๔ ธุรกิจเนื้อ และสัตว์ปีกสหรัฐฯจะเป็นอย่างไร ทุกสิ่งดูสดใสกับการเพิ่มผลผลิต และกำไรสำหรับผู้ผลิตไก่ ท่ามกลางความมืดมน และถดถอยของความต้องการ และภาวะขาดทุนสำหรับผู้ผลิตเนื้อวัว การคาดการณ์ธุรกิจโปรตีนจากเนื้อสัตว์จาก USDA ได้แก่
P การผลิตไก่จะเพิ่มขึ้นอีก ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ โดยอัตราการบริโภคต่อคนจะเพิ่มขึ้นอีก ๑.๕ ปอนด์
P การผลิตเนื้อสุกรจะเพิ่มขึ้น ๓.๒ เปอร์เซ็นต์ โดยอัตราการบริโภคต่อคนจะเพิ่มขึ้นอีก ๑.๐ ปอนด์
P การผลิตเนื้อวัวจะลดลง ๕.๖ เปอร์เซ็นต์ โดยอัตราการบริโภคต่อคนจะลดลงอีก ๒.๗ ปอนด์
                รุ่งโรจน์ หรือถดถอยขึ้นกับว่า ผู้ประกอบการเป็นผู้ผลิตโปรตีนภาคใด ไม่เพียงทิศทางการคาดการณ์การผลิตเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยด้านการผลิต และความต้องการที่เกี่ยวข้องกับวงจรการเลี้ยง และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และผลิตภัณฑ์ และราคาของผู้ประกอบการสอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคหรือไม่ ผู้ผลิตจำเป็นต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่ท้าทาย
 P หากราคาข้าวโพด และไก่ตกลงตามที่คาดไว้ในปี ค.ศ. ๒๐๑๔ ผู้ประกอบการสามารถแสวงหาประโยชน์จากสมดุลระหว่างการผลิต และความต้องการ
P ขณะที่ ราคาเนื้อวัวสูงต่อเนื่องในปี ค.ศ. ๒๐๑๔ และ ๒๐๑๕ ผู้ผลิตไก่จะมีโอกาสได้รับอานิสงค์ส่วนแบ่งทางการตลาดนี้ได้หรือไม่
P ผู้บริโภคอาจกำลังเบื่อกับเนื้อไก่ราคาถูกที่เฟ้อจนเกินไป ผู้ประกอบการจะสามารถป้องกันความรู้สึกเช่นนี้ได้อย่างไร
  
ไก่ยังคงครอบเจ้าตลาดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ในปี ค.ศ. ๒๐๑๔
                Donnie King รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ภาคเนื้อสัตว์ปีก และอาหารปรุงเสร็จ ไทสันฟู้ด เชื่อว่า อุตสาหกรรมไก่ยังมีแนวโน้มที่ดีในปี ค.ศ. ๒๐๑๔ การผลิตไก่อาจมีข้อจำกัดขึ้นบ้างจากการผลิตลูกไก่พันธุ์ได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่ขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์จะตกลงในปี ค.ศ. ๒๐๑๔ เนื่องจาก การเก็บเกี่ยววัตถุดิบได้ปริมาณมาก ขณะที่ ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง ราคาตลาดของไก่ควรตกลงเช่นกัน การบริโภคเนื้อไก่ก็จะเพิ่มขึ้น   ตามที่ USDA คาดการณ์ว่า การผลิตไก่จะเพิ่มขึ้นอีก ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ อาจประเมินต่ำเกินไป เนื่องจาก ผู้ประกอบการสามารถขยายความสามารถการผลิตของตนเองได้อย่างรวดเร็ว  
                ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตเนื้อวัวจะเผชิญหน้ากับปีที่ยากลำบาก จำนวนวัวที่ได้จะน้อยลง ผู้ประกอบการผลิตเนื้อวัวจะต้องพบราคาสินค้าที่สูงมาก และอาจเป็นราคาเนื้อวัวที่สูงเป็นสถิติได้เลยทีเดียว เราจะได้เห็นช่องว่างระหว่างราคาเนื้อวัว หมู และไก่ ราคาเนื้อวัวจะยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายปี เป็นโปรตีนที่มีราคาสูงที่สุดในสหรัฐฯ และต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก ๒ ปีสำหรับผู้ผลิตในการเริ่มต้นวงจรการเลี้ยงฝูงใหม่

การแข่งขันระหว่างไก่ วัว และหมู
                Todd Simmons ผู้บริหารระดับสูงของ Simmons Foods ให้ความเห้นว่า กุญแจสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่คือ การมีทางวิ่งที่สวยงามเปรียบเทียบกับเนื้อแดงเป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายปี การเลี้ยงไก่มีทิศทางเติบโต และเชื่อว่า ไก่ และหมูจะได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดจากเนื้อวัวได้ในที่สุด สาเหตุสำคัญที่ทำให้การผลิตไก่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่การผลิตเนื้อวัวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง คือ ความหลากหลายในการผลิตอาหาร ผู้ประกอบการสามารถสร้างสรรค์รายการอาหารได้มากมายจากเนื้อไก่ นอกเหนือจาก การเป็นอาหารจานหลัก เนื้อไก่ยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารว่าง และอาหารประเภทอื่นๆได้อย่างหลากหลาย และสาเหตุใหญ่ที่สุด การขยายช่องว่างของราคาระหว่างเนื้อวัว และไก่ เนื้อวัวที่มีอยู่น้อยจะทำให้ราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ

ชัยชนะของไก่เหนือวัวบนชั้นวางสินค้า
                ผู้บริโภคมีทางเลือก ตอนนี้บนชั้นวางสินค้า เนื้อไก่มีมากกว่าแล้ว เนื้ออกไก่ถอดผิวหนัง/กระดูก และผลิตภัณฑ์เนื้อแดงถอดกระดูกได้ช่วงชิงพื้นที่จากเนื้อบดไปแล้ว เนื้อไก่ได้แย่งตลาดจากเนื้อวัวบด เนื่องจาก ราคาของเนื้อวัวบดเป็นสองเท่าของราคาเนื้ออกไก่ อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเนื้อวัวก็มีสินค้าที่สามารถแข่งขันกับราคาไก่ได้ แต่ผู้ประกอบการยังกลัวที่จะส่งเสริมการขาย ยกตัวอย่างเช่น เนื้อวัวบดละเอียด และเนื้อวัวไม่ติดมันบดละเอียด สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าจากเนื้อวัวที่มีความยั่งยืนมากกว่า แต่ผู้ประกอบการยังกลัวที่จะพูดถึงสินค้าเหล่านี้ เราไม่ควรมองข้ามความชื่นชอบเนื้อวัวของผู้บริโภค เราเคยเชื่อกันว่า บนจานอาหารชาวอเมริกันจะมีเนื้อวัวด้วยเสมอ แต่ในอีก ๓ ถึง ๕ ปีจากนี้ รูปแบบการบริโภคอาจเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ราคาเป็นประเด็นที่สำคัญที่ส่งผลต่อการบริโภคเนื้อวัวลดลง
                คำแนะนำให้ผู้ประกอบการไก่ต้องทบทวนคือ ชัยชนะที่มากเกินไปในการไปแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากเนื้อวัวที่เร็วเกินไป  
                อุตสาหกรรมไก่มีหน้าที่ต้องขับดันนวัตกรรมใหม่มิให้ผู้บริโภคเกิดความเบื่อหน่ายการบริโภคไก่ เมื่อใดก็ตาม ผู้บริโภคเกิดความเบื่อสินค้าอาหาร ตลาดจะเริ่มขยับตัวเพื่อหลีกหนีการใช้เนื้อไก่ หากผู้ประกอบการไก่ยังต้องการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดต่อไป เราจะต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง  
                การแข่งขันของผู้ผลิตในตลาดโลก ของสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่น่าวิตกเช่นกัน เนื่องจาก สหรัฐฯมีการควบคุมธุรกิจอย่างเคร่งครัด รวมทั้งภาษี ที่ส่งผลให้สินค้าของสหรัฐฯไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอีกต่อไป การรักษาความาสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมไก่ของสหรัฐฯ ความทางการตลาดเนื้อแดง (เนื้อส่วนขา) ให้มีราคาที่แข็งขันได้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่สหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูง และความต้องการในสหรัฐฯน้อย ความจริง ผู้ผลิตเนื้อไก่สหรัฐฯ สามารถจำหน่ายเนื้อแดงจากไก่ที่ราคาที่สามารถกำหนดได้เองเป็นเวลาหลายปี
บทสรุป
                อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่จะเป็นผู้นำการผลิตเนื้อหลักในอีกสองปีต่อจากนี้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่จะเป็นดาวโดดเด่นต่อไปอีกสองปี อุตสาหกรรมเนื้อวัวจะยังคงจำเป็นต้องดำเนินไป เพื่อเชื่อมโยงกับความต้องการของผู้บริโภค และขับเคลื่อนการบริโภคเนื้อวัวต่อไป
แหล่งที่มา             WATT Poultry USA (December 2013)


วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

โปรไบโอติกต่อสู้เชื้อคลอสตริเดียมในสัตว์ปีก



นักวิจัยได้ศึกษาเปลือกของเชื้อจุลินทรีย์โปรไบโอติก เพื่อหวังว่าจะอธิบายได้ถึงกลไกในการขับเชื้อแบคทีเรียก่อโรคจากร่างกายสัตว์ปีก
                นักวิจัยจากสถาบันวิจัยอาหารวิเคราะห์สารที่เคลือบบนเชื้อจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส จอห์นสันนีไอ ที่ทราบกันมาก่อนแล้วว่าสามารถแข่งขันกับเชื้อคลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ในทางเดินอาหารของสัตว์ปีกที่เป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษในมนุษย์ให้ออกจากทางเดินอาหารของไก่ได้ ขณะน้เป็นขั้นตอนแรกสำหรับความพยายามค้นหากลไกที่แน่นอนของเชื้อจุลินทรีย์ชนิดนี้ในการแข่งขันเพื่อขับเชื้อเชื้อโรค
                โดยการใช้เครื่อง NMR spectroscopy นักวิจัยค้นพบว่าเปลือกใช้สาร Exopolysacccharides (EPS) 2 ชนิด ที่มีโมเลกุลน้ำตาลสายยาวซึ่งเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดใช้สำหรับสร้างเป็นแคปซูลเคลือบตัวเองเอาไว้ แคปซูลนี้อาจช่วยเชื้อแบคทีเรียให้ทนทานต่อสิ่งแวดล้อม หรือการเพิ่มจำนวนเชื้อ และการเกาะยึด ผลการวิจัย พบว่า EPS จากเชื้อ 2 สายพันธุ์ที่สร้างแคปซูลมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะต่อเชื้อ แลคโตบาซิลลัส จอห์นสันนี ขณะนี้กำลังทำการวิจัยในระดับฟาร์ม เพื่อประเมินความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อ คลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ ในร่างกายสัตว์ปีก งานวิจัยขั้นต่อไปจะมุ่งค้นหาว่า โมเลกุลของ EPS ที่เคลือบบนเชื้อแบคทีเรียมีบทบาทอย่างไรต่อการเพิ่มจำนวนเชื้อ และการกำจัดเชื้อโรค
 แหล่งที่มา            World Poultry (4/12/13)

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

พบแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนมในฟาร์มสัตว์ปีกเยอรมัน



แบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะชนิดใหม่สร้างความวิตกให้กับปศุสัตว์เยอรมัน เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ดื้อยาคาร์บาพีเนม (Carbapenem) ตรวจพบในสัตว์ปีก และสุกร
                คาร์บาพีเนมส์ เป็นยาปฏิชีวนะด่านสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่มีการติดเชื้อจุลชีพขั้นรุนแรง จนถึงปัจจุบัน นำมาใช้ต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียต้านยากลุ่ม ESBL และ MRSA นักวิจัยจากมหาวิทยาอูเทค เนเธอร์แลนด์ ศ. Dick Mevius ได้แสดงความวิตกกังวลต่อการพัฒนาการดื้อยาชนิดนี้จากการแลกเปลี่ยนความดื้อยาระหว่างเชื้อแบคทีเรียต่างชนิดกัน เมื่อเร็วๆนี้มีการตีพิมพ์วารสารในปี ค.ศ. 2012 และ 2013 โดยสถาบันประเมินความเสี่ยง ประเทศเยอรมัน แสดงให้เห็นว่า การค้นพบเชื้อ อี.โคลัย ดื้อยาในฟาร์มสุกร และซัลโมเนลลาดื้อยาในฟาร์มสุกรระยะจับสองฟาร์ม รวมถึง ฟาร์มไก่เนื้อ ทำให้ ศ. Mevius กังวลว่า คาร์เบนพีเนมส์จะเล็ดลอดเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้ในที่สุด แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า การดื้อยาชนิดนี้ได้เข้าสู่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ได้อย่างไร เนื่องจาก ยาปฏิชีวนะเหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ กรณีหนึ่งในนี้ พบว่า มีบ่อระบายน้ำเสียตั้งอยู่ในใกล้กับฟาร์ม และเชื่อว่า เป็นแหล่งที่มาของการดื้อยาที่หลุดลอดเข้าสู่ฟาร์มจากบ่อระบายน้ำเสีย จนถึงปัจจุบัน ปัญหาการดื้อยาคาร์บาพีเนมอาจมิได้เกี่ยวข้องกับปัญหาของมนุษย์จากการไม่ใช้ยาอย่างถูกต้อง และสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขอนามัย การติดเชื้อดื้อยาคาร์บาพีเนมพบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แหล่งที่มา             World Poultry (3/12/13)



หวัดนกซ้ำเติม ส่งออกไก่โปแลนด์เผชิญแรงกดดันหนัก

การระบาดครั้งใหม่ของโรคไข้หวัดนกในประเทศโปแลนด์ กำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไข่ของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจบั่นทอนศักยภาพการส่งออ...