วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

โครงสร้างอุตสาหกรรมสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นรับมือหวัดนก

โครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการเผชิญการระบาดของโรคไข้หวัดนก

การศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าปัจจัยหลากหลายด้านส่งผลต่อศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมในการเตรียมความพร้อมและการตอบสนองต่อการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง นับตั้งแต่สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยุโรปพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเพียง ๑ เหตุการณ์ใหม่เท่านั้น เป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่สะท้อนถึงการชะลอตัวของการติดเชื้อตามฤดูกาลในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบการติดเชื้อรายใหม่ในนกป่าทั่วทวีปยุโรปในช่วงเวลาดังกล่าว บ่งชี้ว่าไวรัสก่อโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ อาจกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังใกล้เข้ามา

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า การรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพในระดับสูง ช่วยปกป้องสัตว์ปีกในแต่ละฟาร์มจากโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่เผยแพร่ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ปัจจัยในระดับอุตสาหกรรมที่กว้างกว่านั้นก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน ตามข้อมูลของ ราชวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์ หรืออาร์วีซี มองว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในสหราชอาณาจักร ได้แก่ การวางแผน การมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และความเสี่ยงทางการเงิน ล้วนมีผลต่อความสามารถในการรับมือกับการระบาดของโรค

จากการศึกษาของอาร์วีซี ที่ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ พบว่าการวางแผนและการประกันภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสามารถในการรับมือกับโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง ผลการศึกษาระบุว่า การเลือกที่ตั้งฟาร์มสัตว์ปีกขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหน่วยงานท้องถิ่น ต้องสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของเกษตรกร ความต้องการของชุมชนโดยรอบ และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เนื่องจากทางเลือกด้านการประกันภัยสำหรับโรคไข้หวัดนกยังมีอยู่อย่างจำกัด ความเสี่ยงทางการเงินจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดการเมื่อเกิดการระบาด และการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติหลังจากการระบาดสิ้นสุดลง นักวิจัยยังพบอีกว่า แต่ละภาคส่วนของอุตสาหกรรมสัตว์ปีก ได้แก่ ธุรกิจการผลิตเนื้อสัตว์ปีก ธุรกิจการผลิตไข่ และธุรกิจสัตว์ปีกที่เลี้ยงเพื่อการกีฬา ต่างเผชิญกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดนก ในลักษณะที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามลักษณะการผลิตของแต่ละภาคส่วน

บทความวิจัยของอาร์วีซี เรื่อง “การต่อรองระหว่างความมั่นคงและความยืดหยุ่น ความท้าทายด้านการวางแผนเพื่อการควบคุมโรคไข้หวัดนกในระบบการผลิตสัตว์ปีกของสหราชอาณาจักร” โดย เอ็ม. เฮนเนสซี และคณะ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ 

ในฤดูกาลการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงปี พ.ศ.๒๕๖๘ ถึง ๒๕๖๙ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๘ มีการยืนยันการระบาดในสัตว์ปีกของสหราชอาณาจักรรวม ๑๐๐ แห่ง ตามข้อมูลของกระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบท หรือดีฟรา โดยการระบาดทั้งหมดเกิดจากไวรัสไข้หวัดนกความรุนแรงสูงสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ ในจำนวนนี้พบการระบาด ๗๙ แห่งในอังกฤษ ๙ แห่งในสกอตแลนด์ ๗ แห่งในเวลส์ และ ๕ แห่งในไอร์แลนด์เหนือ ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรไม่พบการระบาดครั้งใหม่ในสัตว์ปีกนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา

สถานการณ์โรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกของยุโรป

               ในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ยุโรปรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์เพียง ๑ แห่ง โดยพบการระบาดในฟาร์มไก่ไข่เชิงพาณิชย์ขนาดเล็กแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวีเดน ตามรายงานอย่างเป็นทางการที่หน่วยงานสัตวแพทย์ของสวีเดนแจ้งต่อองค์การสุขภาพสัตว์โลก

               มีการยืนยันการพบไวรัสไข้หวัดนกความรุนแรงสูงสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ ในฝูงสัตว์ปีกจำนวน ๑๔๕ ตัว ในเขตเทศบาลเมืองทานุมเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม จากข้อมูลของระบบสารสนเทศโรคสัตว์ หรือเอเดิส ในวันที่ ๑๙ สิงหาคม นับเป็นการระบาดในสัตว์ปีกครั้งที่ ๓ ของสวีเดนในปีนี้ ระบบฐานข้อมูลดังกล่าวซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการยุโรป ใช้สำหรับติดตามโรคสัตว์ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและบางประเทศใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวไม่ครอบคลุมข้อมูลจากเกาะบริเตนใหญ่แต่อย่างใด

นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ยุโรปรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์รวม ๓๑๑ แห่ง โดยมี ๑๖ ประเทศรายงานการระบาดอย่างน้อย ๑ แห่ง และการระบาดทั้งหมดเกี่ยวข้องกับไวรัสไข้หวัดนกสายสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ ทั้งสิ้น โปแลนด์เป็นประเทศที่มีจำนวนการระบาดสูงสุด ๑๔๓ แห่ง รองลงมาคือเยอรมนี ๔๐ แห่ง ฝรั่งเศส ๒๐ แห่ง และอิตาลี ๑๙ แห่ง ตลอดทั้งปี พ.ศ.๒๕๖๘ มีการระบาดในกลุ่มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์รวม ๗๒๙ แห่ง ใน ๒๓ ประเทศ ระบบสารสนเทศโรคสัตว์ของคณะกรรมาธิการยุโรปจัดเก็บข้อมูลการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในสัตว์ปีกเลี้ยงหลังบ้าน ฝูงนกสวยงาม สวนสัตว์ และสถานที่เลี้ยงนกในลักษณะใกล้เคียงกัน แยกออกเป็นอีกหมวดหนึ่งภายใต้กลุ่ม “นกที่ถูกเลี้ยงกักขัง”  

พบสัตว์ป่วยรายใหม่ประปรายในนกป่าของยุโรป

นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม เป็นต้นมา ระบบสารสนเทศโรคสัตว์ของคณะกรรมาธิการยุโรป ได้บันทึกการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในประชากรนกป่ารายใหม่รวม ๑๙ ครั้งใน ๕ ประเทศของภูมิภาคยุโรป ในจำนวนนี้ ๑๓ ครั้งได้รับการยืนยันในเนเธอร์แลนด์ ส่วนที่เหลือพบในฟินแลนด์ เยอรมนี นอร์เวย์ และสวีเดน ส่งผลให้จำนวนการระบาดสะสมในนกป่าของยุโรปตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ ๑๙ สิงหาคม เพิ่มเป็น ๒,๖๗๒ ครั้งโดยมีอย่างน้อย ๓๒ ประเทศรายงานการพบโรค ทั้งนี้ มีการตรวจพบไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรงสูงสายพันธุ์ย่อยเอช ๕ เอ็น ๑ มากกว่า ๒,๖๓๐ ครั้ง ส่วนการระบาดที่เหลือระบุได้เพียงว่าเกิดจากไวรัสในกลุ่มเอช ๕ อย่างไรก็ตาม ระบบฐานข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรปไม่ได้รวมข้อมูลการระบาดจากเกาะบริเตนใหญ่ โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่าห่านป่าตัวหนึ่งที่พบตายในพื้นที่ตอนเหนือของเวลส์ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ย่อยเอช ๕ เอ็น ๑ ตามรายงานแจ้งเตือนล่าสุดที่ส่งถึงองค์การสุขภาพสัตว์โลก เนื่องจากไม่มีรายงานการระบาดใหม่ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จำนวนการระบาดสะสมในกลุ่มสัตว์ปีกที่ถูกเลี้ยงกักขังในยุโรปสำหรับปี พ.ศ.๒๕๖๙ จึงยังคงอยู่ที่ ๑๑๙ แห่งใน ๑๕ ประเทศ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง

เอกสารอ้างอิง

Linden J. 2026. Poultry industry structure affects resilience to avian flu. [Internet]. [Cited 2026 Aug 26]. Available from: https://www.wattagnet.com/poultry-meat/diseases-health/avian-influenza/news/15833384/poultry-industry-structure-affects-resilience-to-avian-flu

ภาพที่ ๑ โครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการเผชิญการระบาดของโรคไข้หวัดนก (แหล่งภาพ Alena Ozihilevich | Bigstock)


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โครงสร้างอุตสาหกรรมสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นรับมือหวัดนก

โครงสร้างอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีกส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการเผชิญการระบาดของโรคไข้หวัดนก การศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าปัจจัยหลากหลายด้านส่งผลต่...