วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เปรู-สเปนพบการติดเชื้อโรคนิวคาสเซิลในสัตว์ปีก

 องค์การสุขภาพสัตว์โลก รายงานการระบาดครั้งใหม่ในทั้งสองประเทศ โดยเปรูพบจำนวนฝูงสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเท่าที่เคยมี

โรคนิวคาสเซิลในเปรู 

ฝูงไก่เนื้อเชิงพาณิชย์ในประเทศเปรูพบการติดเชื้อนิวคาสเซิล เป็นการยุติช่วงเวลาประมาณหกเดือนที่ไม่มีการตรวจพบไวรัสในประเทศ ตามรายงานฉบับใหม่ขององค์การเพื่อสุขภาพสัตว์โลก ระบุว่า รายล่าสุดได้รับการยืนยันในเดือนกรกฎาคมที่แคว้นอาเรกีปา ผู้ประกอบการฟาร์มรายงานว่าไก่ในฝูงมีอาการระบบทางเดินหายใจ เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพสัตว์ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง และผลตรวจด้วยวิธีเรียลไทม์พีซีอาร์พบผลบวกต่อเชื้อนิวคาสเซิล

มีสัตว์ปีกที่ไวต่อการติดเชื้อจำนวน ๔๖๔,๕๘๘ ตัว อยู่ในฝูงดังกล่าว โดยในจำนวนนี้ ๓๕,๙๗๕ ตัว ได้ตายลง องค์การเพื่อสุขภาพสัตว์โลกรายงานว่า ไก่เนื้อจำนวน ๔๒๘,๖๑๓ ตัวที่เหลือ ถูก “ฆ่าเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์” มาตรการด้านสุขอนามัยที่นำมาใช้ ตามรายงานขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ได้แก่ การกักกันโรค การเฝ้าระวัง การจำกัดการเคลื่อนย้าย การทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และการเตรียมการสำหรับการทำลายฝูง ถือเป็นรายที่แห่งที่สามในประเทศเปรูที่ได้รับผลกระทบจากโรคนิวคาสเซิลตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๐๒๕ เป็นต้นมา กรณีล่าสุดนี้ทำให้จำนวนสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบจากโรคในประเทศเพิ่มเป็น ๗๑๘,๕๙๓ ตัว

โรคนิวคาสเซิลในสเปน 

กรณีล่าสุดของการติดเชื้อโรคนิวคาสเซิลในประเทศสเปนที่องค์การสุขภาพสัตว์โลกรายงาน คือฝูงสัตว์ปีกจำนวน ๓๕,๐๐๐ ตัว ระบุเพียงว่าเป็น “สัตว์ปีกเลี้ยงในบ้าน” ตั้งอยู่ในพื้นที่ซานตา มาเรีย ลา เรอัล เด เนบา ในเหตุการณ์นี้ มีสัตว์ปีก ๒,๓๑๗ ตัว ตาย ส่วนสัตว์ปีกที่เหลือในฝูงถูกทำลายทั้งหมด กรณีนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากมีฝูงสัตว์ปีกอีกฝูงหนึ่งในพื้นที่เดียวกันได้รับผลกระทบ โดยฝูงนั้นมีจำนวน ๕,๔๐๐ ตัว สเปนยังคงดำเนินการควบคุมโรคนิวคาสเซิลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๐๒๕ โดยจนถึงขณะนี้มีฝูงสัตว์ปีกได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า ๓๐ ฝูง ก่อนปี พ.ศ. ๒๐๒๕ ประเทศสเปนปลอดจากโรคนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๐๒๒

เอกสารอ้างอิง

Graber R. 2026. Newcastle disease detected in poultry flocks in Peru, Spain. [Internet]. [Cited 2026 Aug 4]. Available from: https://www.wattagnet.com/broilers-turkeys/diseases-health/news/15831615/newcastle-disease-detected-in-poultry-flocks-in-peru-spain

ภาพที่ ๑ เปรู-สเปนพบการติดเชื้อโรคนิวคาสเซิลในสัตว์ปีก (แหล่งภาพ Roy Graber | DALL-E)



วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

หนึ่งศตวรรษแห่งการต่อสู้กับโรคนิวคาสเซิล

 โรคนิวคาสเซิลเป็นปัญหากวนใจวงการสัตว์ปีกมายาวนานกว่าร้อยปี หนึ่งร้อยปีก่อน บนเกาะชวาในประเทศอินโดนีเซีย สัตวแพทย์ได้บันทึกโรคทำลายล้างในสัตว์ปีก ต่อมาจะเป็นที่รู้จักทั่วโลกในชื่อโรคนิวคาสเซิล ตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ไวรัสนี้ยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่สุดของสุขภาพสัตว์ปีกทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และนวัตกรรมด้านการควบคุมโรค

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ การสัมมนานานาชาติที่จัดโดยบริษัทซีวา ได้รวบรวมนักวิทยาศาสตร์ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากหลายทวีปมาร่วมกัน งานนี้จัดขึ้นที่เมืองโบกอร์ จังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ที่โรคนิวคาสเซิลถูกค้นพบเป็นครั้งแรก การประชุมครั้งนี้จึงเป็นทั้งการรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตและเป็นการเรียกร้องให้ลงมือปฏิบัติ เพื่อทบทวนบทเรียนที่ได้รับและเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต การสัมมนา “Guards of the Century” เน้นให้เห็นว่าโรคนิวคาสเซิลมีบทบาทสำคัญเพียงใดในการผลักดันพัฒนาการของวิทยาศาสตร์สัตวแพทย์สมัยใหม่

แหล่งกำเนิดของโรคนิวคาสเซิล

อินโดนีเซียคือแหล่งกำเนิดของโรคที่กลายเป็นปัญหาระดับโลก ประเทศนี้มีบทบาทพิเศษในเรื่องราวของโรคนิวคาสเซิล ไม่เพียงเพราะเป็นสถานที่ที่มีการบรรยายลักษณะโรคทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ แต่ยังเป็นประเทศที่ยังต้องเผชิญกับโรคนี้จนถึงปัจจุบัน “อินโดนีเซียไม่ได้เพียงรับมือกับโรคนิวคาสเซิลในวันนี้เท่านั้น” ดร. เฮนดรา วิบาวา ผู้อำนวยการกองสุขภาพสัตว์ กระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย กล่าว “แต่ยังเป็นสถานที่ที่โลกได้เรียนรู้การจำแนกโรคนี้ทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกด้วย” การระบาดในยุคอาณานิคมช่วงแรก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและวิถีชีวิตของผู้คน จนกระตุ้นให้มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยในเมืองโบกอร์ ต่อมากลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ห้องปฏิบัติการเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนแนวคิดจากการรักษาด้วยสารเคมีไปสู่การป้องกันด้วยภูมิคุ้มกัน เป็นความก้าวหน้าทางแนวคิดที่ยังคงเป็นพื้นฐานของยุทธศาสตร์ควบคุมโรคในปัจจุบัน

งานวิจัยในช่วง พุทธทศวรรษ ๒๔๗๗ ถึง ๒๔๘๐ แสดงให้เห็นบทเรียนสำคัญอีกประการหนึ่ง ไวรัสโรคนิวคาสเซิลมีความทนทานอย่างน่าทึ่ง สามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายและแพร่กระจายทางอ้อมได้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องทบทวนแนวคิดด้านชีวความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด นานก่อนที่คำว่าความปลอดภัยทางชีวภาพจะถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย

แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งศตวรรษ โรคนิวคาสเซิลยังคงเป็นโรคประจำถิ่นในอินโดนีเซีย ข้อมูลการเฝ้าระวังแสดงให้เห็นว่าจำนวนสัตว์ป่วยลดลงโดยรวมในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แต่การระบาดยังคงเกิดขึ้นอย่างน้อยใน ๑๕ จังหวัด ปัจจัยเสี่ยงได้แก่การทำฟาร์มรายย่อย การมีมาตรการชีวความปลอดภัยที่อ่อนแอ ความยากจน และการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกอย่างเข้มข้น “หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเราคือการรายงานโรคที่ต่ำกว่าความเป็นจริง” วิบาวา กล่าว “โรคนิวคาสเซิลมักถูกมองว่าเป็นโรคไม่รุนแรง และอาการทางคลินิกคล้ายกับการติดเชื้ออื่น ๆ ทำให้การตอบสนองล่าช้า” อินโดนีเซียจึงได้กำหนดให้โรคนิวคาสเซิลเป็นโรคสัตว์ที่ต้องรายงาน เพื่อเสริมสร้างภาระหน้าที่ในการรายงานและการประสานงานระดับชาติ การให้วัคซีนยังคงเป็นแกนหลักของการควบคุมโรค โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ และระบบข้อมูลสุขภาพสัตว์แบบดิจิทัลที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเตือนภัยล่วงหน้า

อินโดนีเซียยังได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตวัคซีนระดับภูมิภาคอีกด้วย “ตอนนี้เรามีกำลังการผลิตมากกว่า ๑ พันล้านโดสต่อปี” วิบาวา กล่าว “รวมถึงวัคซีนที่พัฒนาจากเชื้อไวรัสท้องถิ่นด้วย” ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกส่งออกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อินโดนีเซียมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นในด้านสุขภาพสัตว์ระดับโลก

พลิกความลึกลับให้เป็นวิทยาศาสตร์

               หากอินโดนีเซียคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวโรคนิวคาสเซิล สหราชอาณาจักร ก็เป็นสถานที่ที่ทำให้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโรคนี้เริ่มตื่นตัวขึ้น ศาสตราจารย์เอียน บราวน์ หัวหน้ากลุ่มวิทยาไวรัสสัตว์ปีกแห่งสถาบันเพอร์ไบรต์ ได้ย้อนทบทวนงานวิจัยหลายทศวรรษที่ห้องปฏิบัติการเวย์บริดจ์ อันเก่าแก่ และอธิบายว่าความสับสนในช่วงแรกค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความกระจ่างชัดอย่างไร “ในช่วงทศวรรษ พ.ศ. ๒๔๖๓ การระบาดใกล้ท่าเรือนิวคาสเซิลตีความได้ยากมาก” เขาเล่า “เครื่องมือวินิจฉัยมีจำกัด และโรคมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการติดเชื้ออื่นในสัตว์ปีก” การทดลองที่เวย์บริดจ์ ในเวลาต่อมาช่วยเปิดทางสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ โดยแสดงให้เห็นว่าสาเหตุของโรคเป็นไวรัสที่สามารถผ่านตัวกรองได้ ไม่ใช่แบคทีเรีย เป็นความเข้าใจที่พลิกโฉมวิชาไวรัสวิทยาสัตวแพทย์อย่างแท้จริง ความก้าวหน้าที่ตามมา เช่น การเพาะเลี้ยงไวรัสในไข่มีตัวอ่อน และการใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ได้ปูทางไปสู่การพัฒนาวัคซีนเชื้อเป็นที่มีประสิทธิภาพ

“ภายในพุทธทศวรรษ ๒๕๑๓ การให้วัคซีนได้เข้ามาแทนที่การทำลายสัตว์ปีกจำนวนมากในฐานะยุทธศาสตร์หลักในการควบคุมโรค” บราวน์กล่าว ช่วยลดการระบาดในสหราชอาณาจักรลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม โรคนิวคาสเซิลไม่เคยหายไปอย่างสิ้นเชิง การกลับเข้ามาเป็นครั้งคราวผ่านผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกนำเข้า นกเลี้ยง และนกพิราบป่า ตอกย้ำความสำคัญของมาตรการชีวความปลอดภัยและการควบคุมการค้าระหว่างประเทศต่อมา เครื่องมือระดับโมเลกุลช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถแยกสายพันธุ์วัคซีนออกจากไวรัสภาคสนาม และระบุเครื่องหมายทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรคได้ “เครื่องมือเหล่านั้นเปลี่ยนทุกอย่างไปเลย” เขากล่าว “มันทำให้เราติดตามไวรัสได้อย่างแม่นยำ”

ไขความหมายของไวรัสที่ไม่รู้จักพรมแดน

ดร. คิริล เอ็ม. ดิมิทรอฟ รองผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการวินิจฉัยโรคสัตว์ มหาวิทยาลัยเทกซัส เอแอนด์เอ็ม ให้ความสนใจกับความท้าทายสำคัญของยุคปัจจุบันสำหรับการจัดจำแนกไวรัสที่ยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องข้ามทวีปได้อย่างไร เขาอธิบายว่า “โรคนิวคาสเซิลไม่เคยเป็นไวรัสที่นิ่งหรือคงที่เลย ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา เราเห็นการระบาดใหญ่ระดับโลกหลายระลอก แต่ละระลอกถูกขับเคลื่อนโดยจีโนไทป์ที่แตกต่างกัน”

ความหลากหลายทางพันธุกรรมนี้ทำให้เกิดความสับสน ระบบการจำแนกแบบเก่าอาศัยลำดับพันธุกรรมเพียงบางส่วนหรือใช้เกณฑ์ที่ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ชื่อเรียกทับซ้อนกันและยากต่อการเปรียบเทียบงานวิจัยระหว่างกัน “นักวิทยาศาสตร์มักพูดถึงไวรัสชนิดเดียวกัน แต่ใช้คำศัพท์ต่างกัน” ดิมิทรอฟกล่าว เพื่อแก้ปัญหานี้ เขาและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญนานาชาติจากกว่าสิบห้าประเทศใช้เวลานานกว่าทศวรรษในการพัฒนาระบบการตั้งชื่อที่เป็นหนึ่งเดียวและสอดคล้องกันทั่วโลก ปัจจุบันระบบนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยอิงจากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมและเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเชิงวิชาการเท่านั้น” เขาเน้นย้ำ “ภาษากลางที่ใช้ร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเฝ้าระวังโรค การประเมินวัคซีน การตัดสินใจด้านการค้า และการตอบสนองต่อการระบาด” เครื่องมือสมัยใหม่ เช่น เรียลไทม์พีซีอาร์ การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม และชีวสารสนเทศ ได้เปลี่ยนโฉมงานวิจัยโรคนิวคาสเซิล ทำให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่างสายพันธุ์รุนแรงและไม่รุนแรงได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องพึ่งการทดสอบในสัตว์เพียงอย่างเดียว ดิมิทรอฟเน้นว่า การจำแนกไวรัสเป็นพื้นฐานของทุกการตัดสินใจด้านการควบคุมโรค “โรคนิวคาสเซิลยังคงเป็นหนึ่งในโรคสัตว์ปีกที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก” เขาสรุป “ไวรัสยังคงวิวัฒนาการต่อไป แต่ด้วยความร่วมมือระดับโลกและระบบที่ใช้ร่วมกัน เรามีความพร้อมสำหรับอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้ามากกว่าที่เคยมีในร้อยปีที่ผ่านมา

นวัตกรรมด้านวัคซีน

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนวิธีที่อุตสาหกรรมสัตว์ปีกมองการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต่อสู้กับโรคนิวคาสเซิล มีเพียงไม่กี่เทคโนโลยีที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนเท่ากับวัคซีนเวกเตอร์ มีเส้นทางการพัฒนาครอบคลุมกว่าสี่ทศวรรษของการทดลอง การปรับปรุง และการพิสูจน์ผลในภาคสนามจริง

ดร. อัตสึชิ ยาสุดะ และ ดร. โมโตะ เอซากิ จากบริษัท ซีวา ประเทศญี่ปุ่น ได้ย้อนรอยประวัติการพัฒนาวัคซีนเวกเตอร์ ตั้งแต่ช่วงทดลองในยุค พ.ศ.๒๕๒๓ จนถึงแพลตฟอร์มที่ออกแบบอย่างซับซ้อนในปัจจุบัน ยาสุดะเล่าว่า งานวิจัยยุคแรกมุ่งเน้นไปที่เวกเตอร์ไวรัสฝีดาษ  มีข้อได้เปรียบสำคัญคือ สามารถแทรกดีเอ็นเอจากภายนอกเข้าไปได้ค่อนข้างง่าย ทำให้แอนติเจนที่ช่วยป้องกันโรคสามารถถูกแสดงออกในร่างกายเจ้าบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม คำมั่นทางวิทยาศาสตร์ก็มาพร้อมกับความซับซ้อนด้านกฎระเบียบ ต้องมีการศึกษาทดลองในสัตว์อย่างกว้างขวางเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นแอนติเจน และความสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตามด้วยการหารือยาวนานกับหน่วยงานกำกับดูแล” ยาสุดะกล่าว “ต้องใช้เวลาราวแปดปีในการหารือก่อนที่เราจะได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯได้ในที่สุด” การอนุมัติในปี พ.ศ.๒๕๓๗ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์ในเวลาต่อมา และเป็นการยืนยันว่าวัคซีนเวกเตอร์แบบรีคอมบิแนนต์เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงและสามารถขยายการผลิตได้ ต่อยอดจากพื้นฐานนี้ เอซากิอธิบายว่า วัคซีนเวกเตอร์ โดยเฉพาะวัคซีนที่ใช้เอชวีทีเป็นเวกเตอร์ ถูกออกแบบด้วยความแม่นยำสูงกว่ามากในปัจจุบัน เขาเน้นว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลัก ๓ อย่าง ได้แก่ ตำแหน่งการแทรก การเลือกแอนติเจน และความแรงของโปรโมเตอร์  ถ้าเลือกตำแหน่งแทรกผิด อาจทำให้การจำลองตัวของไวรัสลดลงและทำให้ความสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันอ่อนลงได้” เขากล่าว

การเลือกแอนติเจนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การเลือกยีนของเชื้อโรคที่จะนำมาแสดงผลในเวกเตอร์ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ขณะเดียวกัน โปรโมเตอร์เป็นตัวกำหนดว่าปริมาณโปรตีนแอนติเจนจะถูกสร้างขึ้นในร่างกายเจ้าบ้านมากน้อยเพียงใด “มันควบคุมว่าร่างกายสัตว์เจ้าบ้านจะผลิตโปรตีนมากแค่ไหน” เอซากิอธิบาย ทีมของเขาทดสอบโครงสร้างวัคซีนมากกว่ายี่สิบแบบแบบก่อนจะคัดเลือกแบบที่มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพที่สุด ปัจจุบันถูกใช้ทั่วโลก

มองไปข้างหน้า เอซากิได้อธิบายทิศทางอนาคตของวัคซีนเวกเตอร์ชนิดเอชวีทีการพัฒนาวัคซีนเวกเตอร์ เอชวีที ในอนาคตจะผสานการออกแบบแอนติเจนขั้นสูงที่สนับสนุนด้วยปัญญาประดิษฐ์และชีวสารสนเทศ” เขากล่าว แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนด้วยข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ขั้นสูง

จากห้องแล็บสู่ฟาร์ม

               แม้จะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่โรคนิวคาสเซิลยังคงเป็นความท้าทายแบบถิ่นกำเนิดในหลายภูมิภาค ศ. วิลมอส ปาลยา ผู้เชี่ยวชาญด้านสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ของซีวา ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของวัคซีนเชื้อเป็นและวัคซีนเชื้อตายแบบดั้งเดิม “วัคซีนนิวคาสเซิลแบบดั้งเดิมสามารถป้องกันอาการป่วยทางคลินิกได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือการปล่อยไวรัสออกสู่สิ่งแวดล้อมภายหลังได้” เขาเตือน ศ. ปาลยาเน้นถึงข้อได้เปรียบด้านภูมิคุ้มกันของเทคโนโลยีรีคอมบิแนนเอชวีที-เอฟ วัคซีนเวกเตอร์มูน เอ็นดี ให้แบบฉีดเข้าไข่ฟัก หรือในลูกไก่อายุวันเดียว ได้แสดงศักยภาพสูงในการสร้างภูมิคุ้มกันแบบออกฤทธิ์ตั้งแต่ระยะแรกและยาวนานตลอดชีวิต แม้ในสภาวะที่มีแอนติบอดีจากแม่อยู่ก็ตาม และไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางระบบหายใจ ความสามารถในการป้องกันตั้งแต่ต้นขณะลดการแพร่กระจายของไวรัสนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในพื้นที่ที่โรคเป็นปัญหาเรื้อรัง

               ความสำคัญของการควบคุมการแพร่เชื้อได้รับการเน้นย้ำเพิ่มเติมโดย ดร. เจ.เอ. (อาร์ยัน) สเตเกมัน ศาสตราจารย์ด้านสุขภาพสัตว์ฟาร์มแห่งมหาวิทยาลัยอูเทรคต์ “ถ้าคุณป้องกันการแพร่เชื้อได้ คุณก็ป้องกันโรคได้เช่นกัน” เขาอธิบาย โดยใช้ข้อมูลจากไก่เนื้อเชิงพาณิชย์ที่สัมผัสกับไวรัสนิวคาสเซิล ชนิดรุนแรงจีโนไทป์ ๗ เขาแสดงให้เห็นว่าวัคซีนรีคอมบิแนนเอชวีที-เอฟ สามารถลดอัตราการแพร่เชื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยลดการปล่อยไวรัสและทำให้ช่วงเวลาที่สัตว์ติดเชื้อสั้นลง ท้ายที่สุด ดร. มาร์เซโล พานิอาโก ที่ปรึกษาของซีวา ได้นำเสนอข้อมูลการทดสอบป้อนเชื้อพิษทับอย่างกว้างขวาง ยืนยันประสิทธิภาพของ เอชวีที-เอฟ ต่อเชื้อไวรัสนิวคาสเซิลในจีโนไทป์ที่เกิดขึ้นใหม่ ผลลัพธ์แสดงให้เห็นถึงการป้องกันที่สม่ำเสมอและสูงสุดในทุกจีโนไทป์ พร้อมการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระยะแรกและยาวนานตลอดชีวิต “วัคซีนจะได้ผลก็ต่อเมื่อถูกใช้ให้ถูกต้อง” เขากล่าวย้ำ พร้อมเน้นบทบาทของการวินิจฉัย การติดตาม และการเฝ้าระวังโรค หลังจากหนึ่งศตวรรษที่ต้องอยู่ร่วมกับโรคนิวคาสเซิล ไวรัสนี้ยังคงเป็นความท้าทายระดับโลก แต่เป็นความท้าทายที่เราเข้าใจได้ดีกว่าที่เคยเป็นมา ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องกันว่า การควบคุมโรคในศตวรรษต่อไปจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำเอานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในภาคสนามอย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

Dahlan M. 2026. Newcastle disease has been a nuisance for a hundred years. [Internet]. [Cited 2026 Jul 28]. Available from: https://www.foodagribusiness.world/poultry/newcastle-disease-has-been-a-nuisance-for-a-hundred-years

ภาพที่ ๑ ด้วยความสามารถในการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายและการแพร่กระจายทางอ้อม ไวรัสโรคนิวคาสเซิลได้บังคับให้นักวิทยาศาสตร์ต้องคิดใหม่เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ นานก่อนที่คำนี้จะถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย (แหล่งภาพ Ton Kastermans)



เปรู-สเปนพบการติดเชื้อโรคนิวคาสเซิลในสัตว์ปีก

  องค์การสุขภาพสัตว์โลก รายงานการระบาดครั้งใหม่ในทั้งสองประเทศ โดยเปรูพบจำนวนฝูงสัตว์ปีกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเท่าที่เคยมี โรคนิวคาสเซิ...