บราซิลกำลังเผชิญความขัดแย้งภายในระหว่างผู้เลี้ยงสัตว์ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ และรัฐบาลกลาง เกี่ยวกับกฎการใช้สารเร่งการเจริญเติบโตในกระบวนการผลิตโปรตีนสัตว์ ความขัดแย้งนี้เริ่มรุนแรงขึ้นหลังจากสหภาพยุโรปสั่งห้ามนำเข้าเนื้อจากบราซิล ทำให้ประเด็นว่าบราซิลควรปรับมาตรฐานให้เข้มงวดขึ้นตามข้อกำหนดของยุโรปกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นที่ถกเถียงอย่างหนัก
แรงกดดันจากตลาดยุโรปเกิดขึ้นหลังจากสหภาพยุโรปถอดชื่อบราซิลออกจากรายชื่อประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกเข้าสู่ตลาดยุโรปในเดือนพฤษภาคม
และคาดว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ช่วงต้นเดือนกันยายน
แม้สัดส่วนการส่งออกเนื้อสัตว์ของบราซิลไปยุโรปจะไม่มากนัก โดยยุโรปเป็นปลายทางเพียงร้อยละ
๔.๓ ของการส่งออกไก่ ร้อยละ ๖ ของการส่งออกเนื้อวัว
และมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของการส่งออกเนื้อสุกร
แต่การถูกถอดออกจากรายชื่อก็สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองและเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างชัดเจน
แม้ยุโรปจะเป็นตลาดที่มีสัดส่วนการนำเข้าเนื้อสัตว์จากบราซิลไม่มากนัก
แต่ก็ยังถูกมองว่าเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์
เพราะเป็นช่องทางสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
และยังเป็นมาตรฐานอ้างอิงด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ในทางปฏิบัติ
สหภาพยุโรปต้องการหลักฐานยืนยันว่าเนื้อสัตว์ถูกผลิตโดยไม่ใช้สารเร่งการเจริญเติบโตที่เป็นยาต้านจุลชีพตลอดทั้งกระบวนการผลิต
นับตั้งแต่เกิดข้อพิพาท
บราซิลยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ใช้สารเหล่านี้ในสินค้าที่ส่งออกไปยุโรป อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานที่สหภาพยุโรปรับรองสำหรับการพิสูจน์ว่ามีการปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว
ปัญหาเกี่ยวข้องกับระบบการตรวจสอบย้อนกลับ
การทำระบบตรวจสอบย้อนกลับให้ครบทุกขั้นตอนในห่วงโซ่การผลิตจะต้องใช้เวลา
การดำเนินการในอุตสาหกรรมไก่และสุกรสามารถทำได้ค่อนข้างง่ายกว่า
แต่สำหรับโคเนื้อจะมีความซับซ้อนมากกว่าและอาจต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะทำได้ครบถ้วน รัฐบาลกลางบราซิลได้สั่งห้ามสารเร่งการเจริญเติบโตเพิ่มเติมหลายชนิดระหว่างการเจรจาที่ตึงเครียด
และผลักดันให้อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม
เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป
สารที่ถูกสั่งห้ามใหม่ได้แก่ avoparcin,
bacitracin, zinc bacitracin, bacitracin methylene di-salicylate
และ virginiamycin แม้ว่าจำนวนสารที่ได้รับอนุญาตให้ใช้จะลดลงเรื่อย
ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แต่ยังคงมีสารต้านจุลชีพบางชนิดที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นสารเร่งการเจริญเติบโตในระบบการผลิตสัตว์
อาริโอวัลโด ซานี ประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมอาหารสัตว์บราซิล ระบุว่ายาต้านจุลชีพที่ถูกจัดเป็นกลุ่ม
“มีความสำคัญอย่างยิ่ง” หรือ “มีความสำคัญสูง” ต่อการแพทย์มนุษย์
ได้ถูกสั่งห้ามใช้โดยสมบูรณ์แล้ว
แม้จะมีการสั่งห้ามสารหลายชนิด
แต่ยังมีสารบางประเภทที่ถูกจัดว่าเป็นเพียง “มีความสำคัญ”
ซึ่งยังคงได้รับอนุญาตให้ใช้ต่อไป ในกลุ่มสารที่ยังใช้ได้ในตลาดภายในประเทศ อาริโอวัลโด ซานี ระบุว่ามีโซเดียมโมเนนซิน ซาลิโนมัยซิน นาราซิน และลาซาโลซิด
องค์กรอุตสาหกรรมรายใหญ่ เช่น สมาคมโปรตีนสัตว์บราซิล (ABPA) และสมาคมผู้ส่งออกเนื้อวัวบราซิล
(Abiec) ได้เสนอให้มีการสั่งห้ามสารยาปฏิชีวนะที่เหลือทั้งหมด
โดยส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกระทรวงเกษตรบราซิล (MAPA) แม้แต่โจสลีย์
บาติสตา ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเจบีเอส และซีอีโอระดับโลกของบริษัท กิลแบร์โต โทมาโซนี
ก็ได้เรียกร้องต่อประธานาธิบดีลูอิซ
อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ให้ดำเนินมาตรการดังกล่าวด้วย
ข้อเสนอนี้ทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพสัตว์ประหลาดใจ
เพราะสมาคมต่างๆ
ต้องการส่งสัญญาณให้ทางการยุโรปเห็นว่าบราซิลกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการยกเลิกการใช้สารเหล่านี้ในระบบการผลิตปศุสัตว์
แต่ท่าทีดังกล่าวกลับไม่ใช่สิ่งที่ผู้เลี้ยงสัตว์คาดคิดมาก่อน
และสร้างความกังวลในภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ผู้ผลิตแสดงความกังวล
ฝ่ายผู้ผลิตออกมาแสดงความกังวล
โดยเกษตรกรให้เหตุผลว่าการสั่งห้ามยาบางชนิดจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
และอาจกระทบต่อประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ องค์กรผู้ผลิตอย่างน้อย ๑๔
แห่งได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับประเด็นนี้ ฟรานซิสโก
มันซี ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของสมาคมผู้เลี้ยงโครัฐมาตูโกรสโซ
ระบุว่าข้อกำหนดของตลาดใดตลาดหนึ่งไม่ควรถูกนำมาใช้กับทั้งประเทศ
เขากล่าวกับหนังสือพิมพ์ว่า เมื่อยุโรปต้องการข้อกำหนดเพิ่มเติม
เราเชื่อว่าควรพิจารณาเป็นรายกรณี บราซิลสามารถแยกสินค้าที่จะส่งออกไปยุโรปได้
และเราก็ต้องการให้บริการตลาดนั้น แต่เราไม่สามารถยอมรับให้สมาคมผู้ส่งออกเนื้อวัวบราซิล
เรียกร้องให้ทั้งประเทศต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ลูกค้ารายเดียวเป็นผู้กำหนด
เอกสารอ้างอิง
Azevedo A.
2026. Brazil: Domestic dispute on banning growth promoters
to meet EU rules. [Internet]. [Cited 2026 Jul 21].
Available from: https://www.foodagribusiness.world/agribusiness/brazil-domestic-dispute-on-banning-growth-promoters-to-meet-eu-rules
ภาพที่ ๑ การถกเถียงเรื่องการยกเลิกการใช้สารเร่งการเจริญเติบโตที่เป็นยาปฏิชีวนะยังคงเป็นประเด็นร้อนในบราซิล
ภาพนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวกำลังถูกจับตามองอย่างมากในภาคปศุสัตว์ของประเทศ
โดยเฉพาะเมื่อมีแรงกดดันจากตลาดยุโรปที่ต้องการมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดขึ้น (แหล่งภาพ
Sindirações)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น