วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

สิงค์โปร์เลี้ยงไก่ปราศจากยาปฏิชีวนะ



บริษัทผู้เลี้ยงไก่ในสิงค์โปร์ Kee Song Brothers Poultry เป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประสบความสำเร็จในการผลิตลูกไก่ในระดับขนาดใหญ่ได้ โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ
                ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา คุณ August Kee Song พยายามศึกษา และแสวงหาความเป็นไปได้ โดยการเชิญบริษัทต่างชาติหกบริษัทในอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และเภสัชกรรมมาให้คำปรึกษา ก่อนที่จะเริ่มทดลองผลิตลูกไก่ ๑๘๐,๐๐๐ ตัวส่งให้กับฟาร์ม Johor โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาโดย ดร. Chia Tet Fatt ผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีชีวภาพแห่ง Otemchi ผลการเลี้ยง แสดงให้เห็นว่า ลูกไก่ที่ผลิตขึ้นมาโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์แลกโตบาซิลลัสของตนเอง ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ดีนิยมใช้ในการผลิตโยเกิร์ต และชีส มีอัตราการเลี้ยงรอดสูงถึง ๙๘ ถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์เปรียบเทียบกับลูกไก่ที่ให้ยาปฏิชีวนะที่มีอัตราการเลี้ยงรอดเพียง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาท้องเสียน้อยกว่าอีกด้วย และขจัดผลเสียของการใช้ยาปฏิชีวนะในระยะยาว เนื่องจาก การใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์จะทำให้เชื้อเกิดการต้านทานเพิ่มมากขึ้น    
แหล่งที่มา:            World Poultry (11/3/14)    

วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2557

ใช้แบคเทอริโอฝาจเพิ่มคุณภาพ By-product เนื้อดิบ



มูลค่าสินค้าจากเนื้อสัตว์ทั่วโลกมูลค่าหลายพันล้านเหรียญต่อปี ทั้งการเลี้ยง การเชือด และการแปรรูป ทำให้มีผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ (By-products) จากสินค้าทั้งหัว เท้า เครื่องใน และขน ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้เหล่านี้มักปนเปื้อน และบูดเน่า ส่งกลิ่นเหม็น
                จุลชีพจากผิวหนัง ลำไส้ อุปกรณ์การแปรรูป และสิ่งแวดล้อม มักปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากการผลิต เนื่องจาก กระบวนการผลิตที่เร่งรีบ และอุณหภูมิแวดล้อม การบูดเน่ามักร่วมกับการผลิตกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เนื่องจาก จุลชีพบางชนิดมีการผลิตแก๊สไข่เน่าขึ้นมา โดยเฉพาะในโรงเรนเดอริง ปริมาณแก๊สอาจสูงจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อคนงาน เนื่องจาก ความเป็นพิษตามธรรมชาติของแก๊ส    
                การควบคุมการบูดเน่า และเชื้อโรคในเนื้อดิบเป็น มีการประยุกต์ใช้วิธีการถนอมอาหารด้วยวิธีต่างๆ เช่น การหีบห่อภายใต้สุญญากาศ แบคทีเรียผลิตกรดแล็กติก น้ำมันระเหยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เกลือไนไตรต กรดอินทรีย์ และยาปฏิชีวนะ แต่การใช้วิธีการทางชีวภาพอย่างแบคเทอริฝาจ ในผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากเนื้อดิบ ยังไม่เคยมีการศึกษามาก่อน แบคเทอริโอฝาจค้นพบในปี ค.ศ. ๑๙๑๕ สำหรับการควบคุมเชื้อโรคในมนุษย์มาแล้วเป็นเวลานาน แม้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการบำบัดด้วยฝาจ ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น และคุณสมบัติการจับกันระหว่างฝาจ และเซลล์แบคทีเรีย การใช้แบคเทอริโอฝาจในการควบคุมจุลชีพที่เป็นสาเหตุของการบูดเน่า และยืดอายุผลิตภัณฑ์เนื้อมีรายงานว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยใช้แบคเทอริโอฝาจรวมเป็นคอคเทลในการควบคุมแก๊สไข่เน่ากับผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้จากสัตว์ปีกในห้องปฏิบัติการ และระบบเรือนกระจก แล้วสร้างสภาวะจำลองระหว่างการขนส่ง และภายในโรงเรนเดอริง ในห้องปฏิบัติการ การบำบัดด้วยฝาจกับเนื้อไก่สด เนื้อไก่บูดเสีย ลำไส้ไก่ และขนไก่ช่วยลดการผลิตแก๊สไข่เน่าลงได้ประมาณ ๒๕ ถึง ๖๙ เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิระหว่าง ๒๐ ถึง ๓๗ องศาเซลเซียส ในห้องเรือนกระจก การบำบัดด้วยฝาจประสบความสำเร็จในการลดแก๊สเน่าลงได้ ๓๐ ถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ในเครื่องในไก่ และขน ผลการทดลองครั้งนี้ แสดงว่า ฝาจคอคเทล สามารถลดการผลิตแก๊สไข่เน่าลงได้อย่างมีนัยสำคัญในเนื้อดิบที่อุณภูมิห้อง ช่วยสร้างความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน และผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่สูงขึ้น โดยเสียคุณค่าทางโภชนการน้อยลงสำหรับอุตสาหกรรมเรนเดอริง
แหล่งที่มา:            World Poultry (11/3/14)    


วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

แล็บวิจัยในเกาหลีใต้เจอหวัดนกชนิดใหม่ H5N8



เชื้อไวรัสไข้หวัดนกอันตรายสับไทป์ H5N8 ระบาดที่สถาบันสัตววิทยาแห่งชาติ (NIAS) ในเกาหลีใต้ รัฐบาลสั่งทำลายสัตว์ปีกทั้งหมด ได้แก่ แม่ไก่จำนวน ๑๑,๐๐๐ ตัว และเป็ด จำนวน ๕,๐๐๐ ตัว จากความเสียหายที่เกิดขึ้น ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ต้องย้ายสถานที่เลี้ยงสัตว์ และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูก่อนกลับมาเลี้ยงฝูงใหม่ได้
                นาย คิม ซุง อิล หัวหน้าทีมฉุกเฉิน สังกัดหน่วยงานการพัฒนาชนบท กล่าวว่า ต้องใช้เวลามากกว่า ๙๕ สัปดาห์ จึงจะลงไก่ฝูงใหม่ได้ แล้วกลับคืนสู่งานวิจัยตามปรกติได้ พบห่านป่าตายจากเชื้อไวรัสไกลจากวิทยาลัยไปประมาณ ๑๐ กิโลเกตรใกล้กับกรุงโซล เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ในวิทยาลัย NIAS ต่างระดมมือกันทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และพยายามกีดกันนกป่าจากศูนย์วิจัยเลี้ยงสัตว์ปีกทั้งสามแห่ง แม้กระนั้น ก็ยังพบเป็ดป่าตาย ๓๐ ตัวเมื่อวันที่ ๒ มีนาคมที่ผ่านมาที่วิทยาลัย Cheonan ห่างไปทางใต้ของกรุงโซลลงไป ๘๕ กิโลเมตร วันถัดมา เจ้าพนักงานปศุสัตว์ยืนยันสาเหตุการตายมาจากเชื้อไวรัส H5N8 จึงสั่งการทำลายทันที เสร็จไปแล้วเมื่อวันที่ ๔ มีนาคมที่ผ่านมานี้  
                นายลี จุน วัน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร กล่าวว่า เส้นทางที่มีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่วิทยาลัยได้มี สามเส้นทางคือ นกป่า ยานพาหนะ และการส่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเลี้ยงสัตว์ ขณะนี้ กำลังหาสาเหตุของการติดเชื้อ สำหรับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ H5N8 ไม่เคยเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต นับตั้งแต่มีการพบเชื้อไวรัสในฟาร์มที่เกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา แม้ว่าจะมีความพยายามควบคุมโรคอย่างเต็มที่ แต่เชื้อไวรัสก็ยังคงมีการแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว มีการรายงานโรคระบาดมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อในมนุษย์
แหล่งที่มา:            Science Magazine (5/3/14)    

แผนลดแคมไพโลแบคเตอร์ในสหราชอาณาจักร



ระดมภาคส่วนต่างๆในอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีก NFU, FSA, Defra ผู้ประกอบการโรงงาน ร้านค้าปลีก และผู้ผลิต ร่วมกันทำข้อตกลงในการวางมาตรการกำจัดเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ในเนื้อไก่ดิบ
                การประชุมล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา การประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกันระหว่างภาครัฐ และอุตสาหกรรมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นในการลดเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ โดยอาศัยข้อมูลจากโครงการวิจัย และการทดลองที่กำลังดำเนินการในปัจจุบัน เพื่อแสวงหาวิธีการที่ดีที่สุดในการควบคุมเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ในฟาร์ม โรงงาน ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการบรรจุ การให้ความรู้กับผู้บริโภค และสร้างความตระหนักในการจัดการ และเก็บเนื้อไก่ดิบ
                ความจริงแล้ว แคมไพโลแบคเตอร์มิใช่ปัญหาใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีก เชื้อชนิดนี้มีความซับซ้อนจากการปรับเปลี่ยนตัวเองไปตามสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมได้ทุ่มเทงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหานี้ และเชื่อว่า จะมีแนวทางแก้ปัญหานี้ได้ในไม่ช้า การประชุมเชิงปฏิบัติการกลุ่มเป็นตัวอย่างของการร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค ถึงตอนนี้อาจยังไม่มีกระสุนวิเศษสำหรับการแก้ปัญหาได้ทันที แต่ผู้บริโภคสามารถมั่นใจได้ว่า ไก่จะยังคงเป็นอาหารโปรตีนที่มีความปลอดภัยหากมีการปรุงสุกอย่างทั่วถึง เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของโรคอาหารเป็นพิษในสหราชอาณาจักร จึงมีความจำเป็นต้องมีการร่วมมือกันในการแสวงหาวิถีทางแก้ไขในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อาหาร เพื่อลดการระดับการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ดิบ จำเป็นต้องมีข้อตกลงกันภายในภาคอุตสาหกรรม และรัญ โดยเฉพาะ การสร้างความตระหนักให้กับผู้บริโภคในการจัดการอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ รวมถึง เนื้อไก่ดิบ  
แหล่งที่มา:            World Poultry (3/3/14)    

การใช้สูตรอาหารโปรตีนต่ำในไก่พันธุ์



อาหารโปรตีนต่ำสำหรับไก่พันธุ์เนื้อส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกาย ระหว่างการเลี้ยงในระยะรุ่น ส่งผลดีต่อการฟักระหว่างช่วงแรกของการให้ผลผลิต และผลผลิตไข่ในช่วงที่สองของการวางไข่
นักวิจัยด้านปศุสัตว์ในเนเธอร์แลนด์ ได้ศึกษาผลของการใช้อาหารโปรตีนสองสูตร ได้แก่ สูตรอาหารโปรตีนสูง และต่ำระหว่างการเลี้ยงในระยะรุ่นต่อการกินอาหาร โครงสร้างร่างกายเมื่อสิ้นสุดระยะการเลี้ยงไก่รุ่น และประสิทธิภาพการให้ผลผลิตในไก่พันธุ์เนื้อเพศเมีย โดยใช้ลูกไก่พันธุ์รอส ๓๐๘ ใช้เพศเมียทั้งหมด ๒,๘๘๐ ตัว แบ่งเป็น ๓๖ กรง เลี้ยงจนถึงอายุ ๖๐ สัปดาห์
ผลของการใช้อาหารโปรตีนต่ำ
                การทดลองเลี้ยงไก่ตามน้ำหนักให้เป็นไปตามมาตรฐานอายุไก่ที่ ๒๒ สัปดาห์ การกินอาหารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ๑๒.๘ เปอร์เซ็นต์สำหรับไก่รุ่นที่ให้อาหารสูตรโปรตีนต่ำ ที่อายุ ๒๒ สัปดาห์ ไก่ที่ให้อาหารสูตรโปรตีนต่ำมีน้ำหนักกล้ามเนื้อหน้าอกน้อยลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่มีไขมันช่องท้องมากขึ้น ๘๖ เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับไก่ที่ใช้สูตรอาหารโปรตีนสูง ส่งผลให้อัตราการฟักเพิ่มขึ้น ๑.๓ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก อัตราการตายตัวอ่อนในระยะแรกที่ลดลง (อายุ ๒๓ ถึง ๔๕ สัปดาห์) นอกเหนือจากนั้น การใช้สูตรอาหารโปรตีนต่ำ สามารถเพิ่มผลผลิตไข่ ๓.๖ ฟองระหว่างการไข่ระยะที่สอง (๔๖ ถึง ๖๐ สัปดาห์) เมื่อคำนวณแล้ว แสดงให้เห็นว่า การให้อาหารสูตรโปรตีนต่ำ ช่วยเพิ่มกำไร ๐.๕๓ ปอนด์ต่อไก่พันธุ์ ๑ ตัว หรือประมาณ ๑๒,๕๐๐ ปออนด์สำหรับไก่พันธุ์เนื้อ ๑ ฟาร์ม   
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกาย และระบบสืบพันธุ์
                นักวิจัยยังสังเกตพบว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ศักยภาพทางพันธุกรรมของไก่พันธุ์เนื้อดีขึ้น เนื่องจาก การคัดเลือกอัตราการเจริญเติบโตของรุ่นลูก การเจิญเติบโตของไก่เนื้อลดลงจาก ๘๔ วันลงเหลือ ๓๓ วัน เพื่อให้ได้น้ำหนัก ๑.๘ กิโลกรัม ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนอาหารลดลงในช่วงเวลาเดียวกันจาก ๓.๒๕ เหลือเพียง ๑.๕ เท่านั้น และอัตราการเจริญเติบโตต่อวันเพิ่มขึ้นจาก ๒๑ กรัมเป็น ๕๕ กรัม การคัดเลือกทางพันธุกรรมได้เพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนอาหาร การเจริญเติบโต และสัดส่วนไขมันในร่างกาย มิได้ส่งผลต่อลูกไก่เท่านั้น แต่ส่งผลดีต่อไก่พ่อแม่พันธุ์ (พันธุ์เนื้อ) ด้วย โดยช่วยปรับความสมดุลของโครงสร้างร่างกาย มีไขมันมากขึ้น แต่กล้ามเนื้อหน้าอกน้อยลงในแม่ไก่ระยะรุ่น ซึ่งส่งผลดีต่อระบบสืบพันธุ์  
แหล่งที่มา:            World Poultry (24/3/14)    

เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...