วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ยุโรปกำลังสนใจเลี้ยงไก่ปล่อยอิสระในทุ่งหญ้า



นักวิจัยชาวอิตาลีศึกษาผลของการเสริมหญ้าพุ่มสูง หรือพุ่มไม้ต่อผลผลิต พฤติกรรม และการกินอาหารของไก่ที่เลี้ยงปล่อยอิสระ (Free-range chickens) พบว่า ไก่คอร่อนที่เลี้ยงใต้ต้นมะกอกมีโอกาสกินพืชสมุนไพรได้มากกว่า เดินคุ้ยเขี่ยอาหารในพื้นที่กว้างขวางกว่าไกลออกไปเกือบ ๕๐ เมตรจากโรงเรือน มีความเสียหายที่เท้า และหน้าอกน้อยที่สุด
                การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ผลของการเสริมหญ้าพุ่มสูง หรือพุ่มไม้ต่อผลผลิต และการกินสมุนไพรของไก่ที่เลี้ยงปล่อยอิสระเปรียบเทียบกันสองฤดูกาล (ฤดูหนาว และร้อน) เปรียบเทียบกับไก่ที่เลี้ยงปล่อยอิสระและให้อาหารเป็นปรกติ หญ้าที่ใช้สำหรับการทดลองมีสองชนิด ได้แก่ ข้าวฟ่าง และต้นมะกอก โดยใช้ไก่คอล่อนเพศผู้ จำนวน ๒๕๐ ตัวเปรียบเทียบแต่ละฤดูกาล และระบบ บันทึกผลการเลี้ยง พฤติกรรม การกินอาหาร และรอยโรคตามร่างกาย พบว่า การเสริมหญ้าไม่มีผลต่อผลการเลี้ยง อย่างไรก็ตาม การมีต้นไม้ หรือพุ่มไม้สูงในพื้นที่การเลี้ยงจะป้องกันความเสียหายจากการถูกจับไปกิน ขณะที่ ไก่ที่เลี้ยงปล่อยอิสระและให้อาหารเป็นปรกติมักมีนกล่าเหยื่อ หรืออีกามารบกวนโดยเฉพาะในระยะแรกของการเลี้ยงที่สัตว์ยังเล็กอยู่ ดังนั้น อัตราการตายจึงต่ำมากในไก่เลี้ยงปล่อยอิสระที่มีหญ้า และพุ่มไม้ในพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ไก่กลุ่มควบคุมอาศัยในโรงเรือนมากกว่าออกเดินหาอาหารในทุ่งหญ้า ขณะที่ ไก่กลุ่มทดลองที่มีหญ้า และพุ่มไม้สูงจะใช้เวลาส่วนใหญ่นอกโรงเรือน และเดินคุ้ยเขี่ยหาอาหารในทุ่งหญ้า การกินอาหารได้รับอิทธิพลจากระบบการเลี้ยง และฤดูกาล ไก่ที่เลี้ยงใต้ตุ้นมะกอกมีโอกาสกินพืชสมุนไพรได้มากกว่า เดินคุ้ยเขี่ยอาหารในพื้นที่กว้างขวางกว่าไกลออกไปเกือบ ๕๐ เมตรจากโรงเรือน มีความเสียหายที่เท้า และหน้าอกน้อยที่สุด
 แหล่งที่มา:          The Journal of Applied Poultry Research Volume 23, Issue 2    

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รัสเซียห้ามนำเข้าสุกรจากบราซิลและคานาดา



สำนักเฝ้าระวังสุขศาสตร์พืช และสัตว์แห่งรัสเซีย (Russia’s veterinary and phytosanitary surveillance agency) แจ้งว่า รัสเซียเตรียมสั่งห้ามนำเข้าเนื้อสุกรจากบราซิล และคานาดาหลังตรวจพบสารแรคโตพามีน (Ractopamine) ในเนื้อสุกร
                รัสเซียได้จำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรชั่วคราวจากโรงงานสองแห่ง แห่งแรกเป็นของบริษัท  BRF SA ประเทศบราซิล และอีกแห่งเป็นขอบริษัท HyLife Foods LP ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจาก BRF ที่ผลิตก่อนวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๐๑๔ จะต้องถูกตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งหมด ทั้งที่ตามข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วย การห้ามใช้สารส่งเสริมการเจริญเติบโตสำหรับการผลิตเนื้อสัตว์สำหรับการส่งออกไปยังประเทศรัสเซียแล้ว นอกจากนั้ย ยังมีรายงานการตรวจพบสารแรคโตพามีนในผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแช่แข็งนำเข้าจากประเทศคานาดา ดังนั้น จะมีการจำกัดการนำเข้าชั่วคราวจากบริษัท HyLife Foods ในกรณีที่มีการตรวจพบสารที่สั่งห้ามใช้อีกครั้ง     
แหล่งที่มา:            Meat International (23/6/14)    

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อีก ๖ ปีใช้แมลงเป็นอาหารสุกรได้



ในปี ค.ศ. ๒๐๒๐ จะสามารถใช้แมลง สาหร่าย และยีสต์เป็นอาหารสำหรับสุกรได้ นักวิชาการอาหารได้วิเคราะห์ศักยภาพ และความสามารถในการใช้งานได้จริงของวัตถุดิบอาหารสัตว์เหล่านี้ ก่อนตัดสินใจแนะนำทางเลือกใหม่ให้ผู้ผลิตสุกรใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์เหล่านี้ในอนาคต
                นอกเหนือจากนั้น นักปรับปรุงพันธ์พืชก็ยังสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพด้านโภชนาการสำหรับสุกรได้ในอนาคต การทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ และการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการตามเป้าหมายเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มได้อย่างเหมาะสม  
แหล่งที่มา:            AllAboutFeed (23/6/14)    

ชาวอังกฤษบริโภคเนื้อไก่เป็นอันดับ ๑



งานวิจัยใหม่จากสภาสัตว์ปีกของอังกฤษ รายงานว่า เกือบ ๗ ใน ๑๐ ของชาวอังกฤษซื้อ และบริโภคเนื้อสัตว์ปีกมากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ
                งานวิจัยตามโครงการสัปดาห์ความปลอดภัยอาหารที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๖ ถึง ๒๒ มิถุนายน แสดงให้เห็นว่า เนื้อสัตว์ปีกทั้งไก่ เป็ด ห่าน และไก่งวงเป็นเนื้อสัตว์ที่ชาวอังกฤษนิยมซื้อ และบริโภคมากที่สุดเป็นสัดส่วนถึง ๖๙ เปอร์เซ็นต์เปรียบเทียบกับเนื้อโค ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เนื้อสุกร ๑๑ เปอร์เซ็นต์ และเนื้อไก่ ๔ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้ย ยังพบว่า ๗๖ เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงรับประทานเนื้อสัตว์ปีกมากว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ เปรียบเทียบกับผู้ชายที่น้อยกว่าเล็กน้อยเป็น ๖๓ เปอร์เซ็นต์ เนื้อสัตว์ปีกเป็นทางเลือกสำหรับชาวอังกฤษที่มีอายุระหว่าง ๑๘ ถึง ๒๔ ปี สัดส่วน ๗๙ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ ถึง ๓๔ ปี สัดส่วน ๗๘ เปอร์เซ็นต์ และ ๕๕ ถึง ๖๔ ปี สัดส่วน ๖๖ เปอร์เซ็นต์ และอายุมากกว่า ๖๕ ปีเหลือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่บริโภคเนื้อสัตว์ปีกมากกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ ผลการสำรวจยังพบว่า ๗๘ เปอร์เซ็นต์ของชาวอังกฤษเชื่อมั่นว่าตนเองมีความรู้ว่าจะลดอาการป่วยจากโรคอาหารเป็นพิษอย่างไร ๓๑ เปอร์เซ็นต์ไม่มีความรู้เพียงพอในการปรุงอาหารอย่างปลอดภัย และควรให้ความรู้เพิ่มเติม สภาสัตว์ปีกแห่งอังกฤษ ไม่แปลกใจที่ชาวอังกฤษชอบเนื้อสัตว์ปีกเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจาก เนื้อสัตว์ปีกมีรสชาติดี มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นเนื้อสัตว์ที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย มีคุณค่ามากสำหรับผู้บริโภค แต่สิ่งสำคัญคือ การเตรียม และปรุงเนื้อสัตว์ปีกอย่างปลอดภัย การวิจัยยังบ่งชี้ว่ายังมีช่องว่างระหว่างความรู้ของผู้บริโภคที่จำเป็นต้องมีการให้ความรู้เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างถูกสุขอนามัยในครัว
แหล่งที่มา:            World Poultry (18/6/14)    

FSA รณรงค์ให้หยุดการล้างเนื้อไก่ในครัว



FSA (Food Standards Agency, FSA) ในสหราชอาณาจักรรณรงค์เรียกร้องให้หยุดการล้างเนื้อไก่ดิบ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์
                ก่อนการประกอบอาหารจากเนื้อไก่ คนส่วนใหญ่ประมาณ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ล้างเนื้อไก่ก่อนการปรุงเสมอ แต่การปฏิบัติเช่นนี้สามารถแพร่กระจายเชื้อแบคทีเรียแคมไพโลแบคเตอร์สู่มือ พื้นที่การประกอบอาหาร เสื้อผ้า และอุปกรณ์การปรุงอาหารผ่านหยดน้ำที่กระเด็นจากเนื้อไก่
                เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เป็นโรคอาหารเป็นพิษที่พบได้บ่อยที่สุดในสหราชอาณาจักรส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อราว ๒๘๐,๐๐๐ รายต่อปี โดยสัดส่วน ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาจากไก่ที่ปนเปื้อน FSA ได้ขอความร่วมมือบริษัทผู้ผลิตไก่ในการจัดรายการอาหารโดยไม่แสดงขั้นตอนการล้างเนื้อไก่ดิบออกอากาศทางโทรทัศน์ แม้ว่า ประชาชนจะพยายามปฏิบัติตามคำแนะนำของ FSA เช่น ล้างมือภายหลังการสัมผัสเนื้อไก่ดิบ และการประกอบอาหารโดยให้ความร้อนอย่างทั่วถึง แต่งานวิจัยของ FSA ยังพบว่า การล้างเนื้อไก่ดิบยังเป็นการปฏิบัติที่พบได้เสมอ ดังนั้น FSA จึงเรียกร้องให้ประชาชนหยุดการล้างเนื้อไก่ดิบ และเพิ่มความระมัดระวังความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์จากการปนเปื้อนข้าม ปัญหาเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เป็นประเด็นที่สำคัญมาก ไม่เพียงแต่เป็นสาเหตุของการป่วยอย่างร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายร้อยล้านปอนด์ต่อปี เนื่องจาก การลาป่วย การประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารความเสี่ยง และการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อเป็นส่วนหนึ่งของแผนในการจัดการเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ ขณะนี้ FSA กำลังรณรงค์ให้มีการจัดการพร้อมกันตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตอาหาร รวมถึง ฟาร์ม และโรงงาน เพื่อลดอัตราการตรวจพบเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ในฟาร์มไก่เนื้อ และสร้างความมั่นใจได้ว่า โรงฆ่า และโรงงานแปรรูปร่วมกันลดการปนเปื้อนเชื้อในไก่ เพื่อให้อาหารมีความปลอดภัย
                การสำรวจโรคโดย FSA พบว่า ระดับของความตระหนักต่อเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ต่ำกว่าโรคอาหารเป็นพิษชนิดอื่นๆ มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์รู้จักเชื้อซัลโมเนลลา และอีเชอร์ริเชีย โคลัย เป็นอย่างดี ขณะที่ ประชากรเพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่รู้จักเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ นอกเหนือจากนั้น ประชาชนที่รู้จักเชื้อแคมไพโลแบคเตอต์เพียง ๓๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่รู้ว่า สัตว์ปีกเป็นแหล่งหลักของเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุที่ประชาชนล้างเนื้อไก่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกำจัดสิ่งสกปรก (๓๖ เปอร์เซ็นต์) กำจัดเชื้อโรค (๓๖ เปอร์เซ็นต์)
แหล่งที่มา:            World Poultry (18/6/14) 
   

เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...