วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ปิดฟาร์มไก่ไข่ดัทช์เหตุจ้างล้างเล้าจนยาปนเปื้อนในไข่ไก่

อุตสาหกรรมสัตว์ปีกในเนเธอร์แลนด์ตกที่นั่งลำบาก เนื่องจาก ความตื่นกลัวด้านความปลอดภัยอาหารในฟาร์มไก่ไข่เกือบ ๒๐๐ ฟาร์ม และไข่ไก่หลายล้านฟองถูกเรียกคืนทั้งหมด เนื่องจาก การใช้ยาฆ่าแมลงที่ผิดกฏหมาย
               ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นผู้ส่งออกไข่ และผลิตภัณฑ์จากไข่รายใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีประชากรไก่ไข่มากกว่า ๓๐ ล้านตัวในประเทศ วิกฤติการณ์ใหม่สำหรับฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ที่ไว้วางใจบริษัททำความสะอาดโรงเรือนที่เลือกวิธีการกำจัดไรแดง (Red mite) ซึ่งพบได้บ่อยในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก โดยใช้ยาฆ่าแมลงทรงอานุภาพกลุ่มฟิโปรนิล นามว่า เดกา ๑๖ (Dega-16) สอบย้อนกลับไปยังโรงงานผู้ผลิตยาฆ่าแมลงในเบลเยียม โพลทรีย์ วิชั่น (Poultry Vision) จำหน่ายสินค้าไปยังบริษัทรับทำความสะอาดโรงเรือนในฟาร์มสัตว์ปีกดัทช์ชื่อว่า สหายไก่ (ChickFriend) ตอนนี้น่าจะเลิกคบกันได้แล้ว แหล่งที่ผลิตภัณฑ์ถูกปนเปื้อนกำลังสอบสวนอย่างใกล้ชิด ฟาร์มกว่า ๑๘๐ แห่งที่ใช้บริการบริษัทรับทำความสะอาดโรงเรือนถูกปิดตายจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบ บริษัท โพลทรีย์ วิชั่น ในเบลเยียม เป็นผู้จำหน่ายสินค้า เดกา ๑๖ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำความสะอาดโรงเรือนเลี้ยงไก่ได้ให้กับบริษัทรับทำความสะอาดสหายไก่ สินค้าภาพลักษณ์ดีเป็นมิตรต่อธรรมชาติ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมีส่วนผสมของเมนทอล และยูคาริปตัส แต่ลำพังสูตรยาหม่องน้ำภาพลักษณ์ดีคงไม่ค่อยระคายเคืองศัตรูไรแดงเท่าไร จึงต้องแถมฟิโปรนิลหยอดลงไปหน่อย ตำรวจเบลเยียมลงพื้นที่สอบสวนแล้ว หลักฐานตำตาเป็นถังยาฟิโปรนิล ๖ คิวบิกเมตรนำเข้ามาจากประเทศโรมาเนีย  
ภายหลังจากการเตือนภัยครั้งแรกในเบลเยียม พบว่า ฟาร์มเลี้ยงไก่ดัทช์ ๔ แห่งมีผลบวกต่อสารตกค้างในไข่เกินกว่าระดับสารตกค้างสูงสุดที่ยอมรับได้ ๐.๐๐๕ มิลลิลิกรัมต่อกิโลกรัม แม้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคทันที ฟาร์มที่ผลิตไข่ไก่มีสารตกค้างเหนือกว่าระดับที่กำหนดไว้จะไม่สามารถจำหน่ายในตลาดได้ โดยยาฆ่าแมลงจะสะสมในไขมันที่ช่องท้องของแม่ไก่ได้นานเป็นเวลากว่า ๘ เดือน 
การใช้ยาฟิโปรนิลไม่ได้รับอนุญาตในสัตว์สำหรับบริโภค
               ยาฟิโปรนิลเป็นยากำจัดเห็บ หมัด และไร ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ไม่อนุญาตให้ใช้สำหรับสัตว์สำหรับการบริโภค ยามีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทของปรสิตเหล่านี้
               เจ้าพนักงานความปลอดภัยอาหารดัทช์ (NVWA) อ้างว่า ไข่ชุดการผลิตหนึ่งเป็นอันตรายแบบเฉียบพลันต่อผู้บริโภค ขณะที่ ไข่จากเกือบสี่สิบฟาร์มถูกเรียกคืน เนื่องจาก ระดับของยาฟิโปรนิลมีความเสี่ยงต่อเด็กในกรณีที่มีการสะสมของยาเป็นเวลานาน โดยผลจากฟาร์มที่เหลือคาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยอีกไม่นานนี้ จนถึงเวลานี้ ไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายไข่ มูลไก่ หรือแม่ไก่ออกจากฟาร์ม เนื่องจาก ฟาร์มอยู่ในสถานะของการปนเปื้อนสารพิษ และต้องอาศัยบริษัทผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการเคลื่อนย้าย
เบลเยียม และเยอรมันเรียกคืนไข่ดัทช์
               กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมัน (REWE) ตัดสินใจหยุดจำหน่ายไข่จากเนเธอร์แลนด์ทั้งหมด แต่เลือกจำหน่ายสินค้าจากเยอรมันแทน ร้านค้าในเบลเยียมก็เรียกคืนไข่จากเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ดำเนินการสอบสวนแหล่งที่มาต่อไป  สำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งบริเทน (FSA) ยังวางใจได้ เพราะไม่มีการนำเข้าไข่ หรือผลิตภัณฑ์จากไข่ดังกล่าวนำเข้ามาในสหราชอาณาจักร            
เกษตรกรเรียกร้องการสนับสนุนจากรัฐบาล
               เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกชาวดัทช์ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้เรียกร้องของความช่วยเหลือจากรัฐบาล เนื่องจาก สูญเสียรายได้หลายพันยูโรต่อวัน ไข่ไก่ไม่สามารถจำหน่ายได้ เกษตรกรกลายเป็นเหยื่อจากการกระทำของผู้หลอกลวงนอกเหนือความควบคุมของพวกเขาได้ ความเสียหายขยายวงกว้างขึ้นๆ เมื่อโฆฆาของสำนักงานอาหารเน้นย้ำว่า ไม่ให้กินไข่ แม้ว่าจะพยายามถอนคำพูดคืน แต่ก็สายไปเสียแล้ว ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ความตื่นตระหนกของผู้บริโภคกลับคืนมาอีกแล้ว ฟาร์มเกษตรกรหลายรายกำลังเผชิญหน้ากับการล้มละลาย งบสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นสิ่งเดียวที่ต้องการค้ำจุนความอยู่รอดของเกษตกรได้

เอกสารอ้างอิง
Brockötter F. 2017. Belgian-Dutch Fipronil scandal expands. [Internet]. [Cited 2017 Jul 27].
Available from: http://www.poultryworld.net/Home/General/2017/7/Belgian-Dutch-Fipronil-scandal-expands-164304E/
Davies J. and Brockötter F. 2017. Insecticide-tainted egg scandal expands. [Internet]. [Cited 2017 Aug 3].
Available from: http://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2017/8/Insecticide-tainted-egg-scandal-expands-166927E/


ภาพที่ ๑ ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพอาหารตรวจพบยาฟิโปรนิลระดับสูงในไข่ไก่ (แหล่งภาพ: Shutterstock)

วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นกเป็ดน้ำอพยพไม่ใช่แพะนำโรคหวัดนก

นกเป็ดน้ำอพยพไม่ใช่แพะฉันใด นกเป็ดน้ำอพยพก็ไม่ได้เป็นจำเลยนำโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงมายังฟาร์มเลี้ยงไก่ฉันนั้น ตามหลักฐานล่าสุด แสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรงสูงคล้ายกับโรคไข้หวัดนกสับไทป์ เอช ๕ ที่สร้างความเสียหายในฟาร์มสหรัฐฯในปี ค.ศ.๒๐๑๔ ถึง ๒๐๑๕ ไม่ได้แอบแฝงอยู่ในนกป่า
 ผลงานวิจัยนำโดยโรงพยาบาลวิจัยเด็กเซนต์จูด พบว่า เป็ดป่า และนกน้ำเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นโฮสต์ตามธรรมชาติสำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงต่ำ โดยแสดงอาการเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เป็นสาเหตุของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง
โรเบิร์ต เวบสเตอร์ นักล่าไวรัสชื่อดัง เชื่อว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในอดีตเป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจของทางการที่จะใช้การกำจัดสัตว์ป่วย และกักกันสัตว์ เพื่อหยุดยั้งการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกปี ค.ศ.๒๐๑๔ ถึง ๒๐๑๕ แต่ผลการวิจัยในอดีตจำเป็นต้องค้นหากลไกการวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสในนกป่า เพื่อทำลายโอกาสที่เชื้อไวรัสจะพัฒนาเป็นชนิดรุนแรงสูง

การระบาดเชื่อมโยงกับเชื้อไวรัสสับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๘
ในการศึกษาที่ตีพิมพ์ในประมวลการประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์นานาชาติ นักวิจัยวิเคราะห์สำลีป้ายเชื้อจากลำคอ และตัวอย่างอื่นๆมากกว่า ๒๒,๐๐๐ ตัวทั้งเป็ดป่า และนกน้ำนานาชนิด ทั้งก่อน ระหว่าง และภายหลังการระบาดของโรคไข้หวัดนกสับไทป์เอช ๕ ช่วงปี ค.ศ. ๒๐๑๔ ถึง ๒๐๑๕ ในฟาร์มสัตว์ปีก
            การระบาดมีความเชื่อมโยงของเชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงสูง สับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๘ ที่แพร่กระจายจากเอเชียไปยังอเมริกาเหนือโดยนกน้ำอพยพ เชื้อไวรัสสับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๘ เกิดการรีแอสซอร์ต หรือแลกเปลี่ยนยีนส์กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดอื่นๆในนกน้ำจากอเมริกาเหนือจนทำให้เกิดการระบาดของโรคในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ และหลังบ้านกว่า ๒๔๘ ฝูงในสหรัฐฯ และคานาดา สร้างความเสียหายเกือบ ๑.๕ แสนล้านบาท

การกำจัดสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ
            เจ้าหน้าที่รัฐฯ จัดการโรคระบาดโดยการกักกันสัตว์ป่วย และกำจัดส่วนปีกที่ติดเชื้อ โดยรายสุดท้ายที่มีรายงานพบในเดือนมิถุนายน ค.ศ. ๒๐๑๕ สองปีที่ผ่านมา มีความวิตกกังวลว่า เชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงสูงจะหวนกลับคืนสู่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกอีกครั้งโดยนกน้ำอพยพที่นำเชื้อไวรัสมาสู่ฟาร์ม
             แต่ผลการศึกษากลับไม่เคยพบนกน้ำอพยพติดเชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงสูง ทั้งจากการศึกษาในคานาดา เส้นทางอพยพทางมิสซิซซีปี และตามชายฝั่งแอตแลนติก การเก็บตัวอย่างโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย มหาวิทยาลัยโอไฮโอ โดยได้รับทุนวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัย และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก โดย ศ. เวบสตอร์ กล่าวว่า ไม่พบเชื้อไวรัสจากนกป่ามากกว่าแสนตัวนับตั้งแต่การเฝ้าระวังโรคได้เก็บตัวอย่างนับตั้งแต่การเก็บครั้งแรกเมื่อ ๔๓ ปีที่แล้ว

การควบคุม และกำจัดโรค  
            ภูมิคุ้มกันในร่างกายนกป่าเป็นเหตุผลสำคัญที่อธิบายว่า ทำไมเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เอ ไม่สามารถแอบแฝงในประชาการนกป่าได้ แต่ยังต้องศึกษาทำความเข้าใจกลไกดังกล่าว เพื่อวางแผนการป้องกัน ควบคุม และกำจัดเชื้อไวรัสอันตรายที่เป็นภัยต่อฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่แห่งอื่นๆของโลกเพื่อความมั่นใจมากขึ้นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
McDougal T. 2017. High path AI may not persist in wild birds. [Internet]. [Cited 2017 Jul 28]. Available from: http://www.poultryworld.net/Health/Articles/2017/7/High-path-AI-may-not-persist-in-wild-birds-164916E/


ภาพที่ ๑ นกเป็ดน้ำอพยพพ้นมลทินที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวนำโรคไข้หวัดนกให้ฟาร์มเลี้ยงไก่สหรัฐฯ (แหล่งข้อมูล: Wikimedia/Bert de Tilly)


วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

โรคกระดูกอ่อนในสัตว์ปีกต่างแดน ณ คานาดา

โรคกระดูกอ่อนเป็นปัญหาทางโภชนาการที่ส่งผลต่อความผิดปรกติของกระดูก มีโอกาสพบได้บ่อยมากในสัตว์ปีกที่เลี้ยงหลังบ้าน และสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ สัตว์ปีกทุกชนิด โดยเฉพาะ สัตว์ปีกที่เลี้ยงให้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือใช้เศษอาหารตามบ้านเลี้ยงสัตว์ปีกหลังบ้าน

ปัญหาโรคกระดูกอ่อนในคานาดา
               ความผิดปรกติของกระดูกจากปัญหาโภชนาการในคานาดาพบได้บ่อยในสัตว์ปีกที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป ยิ่งพบได้บ่อยมากในนกสูงยาวเข่าดีอย่างนกกระจอกเทศ และอีมู เพราะอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว และดุดันเสียเหลือเกิน รวมถึงสูตรอาหารแบบเชน เชน  
               สูตรอาหารสำเร็จรูปที่มีการจำหน่ายเชิงพาณิชย์มีความสมดุลของโปรตีน พลังงาน วิตามิน และเกลือแร่ เป็นอย่างดี โดยคำนวณให้เหมาะสมตามชนิดของสัตว์ อายุ ตามความต้องการพื้นฐานสำหรับสัตว์ขณะที่มีการเจริญเติบโต และพัฒนาการ สูตรอาหารแบบบ้านๆ มักให้สัตว์กินเมล็ดธัญพืชเต็มเมล็ด หรือเศษเมล็ดธัญพืช โดยทั่วไปแล้ว ความสมดุลทางโภชนาการก็มักบกพร่องไปบ้าง โดยเฉพาะ ปริมาณแคลเซียม และวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามิน ดี ๓ หรือวิตามินเอ การเสียสมดุลของสัดส่วนแคลเซียม และฟอสฟอรัสในอาหารยังมีผลต่อการพัฒนาความผิดปรกติของกระดูก และระดับฟอสฟอรัสที่สูงในอาหารผิดปรกติ แม้ว่าจะมีระดับแคลเซียมเป็นปรกติก็ทำให้เกิดโรคกระดูกได้เช่นเดียวกัน

ลักษณะของโรค
               กระดูกของสัตว์อายุน้อยเจริญเติบโตรวดเร็วมาก สัตว์ปีกที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก เช่น ไก่เนื้อ และไก่งวง ที่เลี้ยงเชิงพาณิชย์ นกกระจอกเทศ และนกอีมู จะมีความไวรับต่อการเกิดโรคเป็นพิเศษ แคลเซียม และฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และความแข็งแรงของกระดูก การดูดซึมแร่ธาตุเหล่านี้ และความสามารถในการรวมเข้าสู่กระดูกที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นกับระดับของวิตามินดี ๓ ในร่างกายสัตว์
                 หากสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงพอในอาหารสัตว์ กระดูกก็จะไม่สามารถสะสมแร่ธาตุได้ตามความเหมาะสม และความแข็งแรงของกระดูกก็จะเกิดความบกพร่องได้ เมื่อสัตว์มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น กระดูกก็จะนิ่มเหมือนยาง เนื่องจากการสะสมแร่ธาตุบกพร่อง ดัดให้โค้ง และบิดได้อย่างง่ายดาย รอยโรคนี้สร้างความเจ็บปวดทรมานมาก และสัตว์ก็มักขาพิการ ไม่อยากเดินไปไหน เมื่อสัตว์เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และร่างกายบิดโค้งผิดปรกติก็จะไม่อยากเดินไปกินอาหาร และน้ำ น้ำหนักก็จะลดลง และตายลงในที่สุด
               เมื่อผ่าซากชันสูตร กระดูกก็จะบิด และโค้ง เนื่องจาก เกิดการสะสมแคลเซียมของกระดูกได้ไม่ดี กระดูกจึงงอได้เหมือนยาง หากใช้มีดปาดหัวกระดูกก็จะพบว่า พื้นที่สำหรับการเจริญเติบโตของกระดูกที่เรียกว่า โกรธเพลต (Growth plate) จะกว้างกว่าปรกติ ที่ซี่โครงสังเกตเห็นเป็นเม็ดโปนขึ้นมาเป็นลูกประคำที่ตรงรอยต่ำระหว่างซี่โครง และกระดูกสันหลัง จงอยปากงอได้ง่าย ลองดูต่อมพาราไทรอยด์ที่ปรกติหาดูได้ยากก็จะสังเกตง่ายขึ้น เพราะขนาดที่โตกว่าปรกติ

การรักษา
               การรักษาคือ การแก้ไขสูตรอาหารให้เร็วที่สุดก่อนที่กระดูกที่ผิดปรกติจะรุนแรงจนกลับคืนไม่ได้ การเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารสำเร็จรูปที่มีการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ให้เหมาะสมตามอายุ และชนิดของสัตว์ปีก รวมถึง การเสริมแคลเซียม เช่น ใช้ไดแคลเซียม/ฟอสเฟต หรือเปลือกหอย โรยบนอาหาร และเติมวิตามินดี ๓ ในน้ำ จดจำไว้ว่า สัตว์ปีกสามารถใช้ได้เฉพาะวิตามินดี ๓ เท่านั้น ไม่ใช่รูปแบบอื่นๆสำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  โดยทั่วไป หากสัตว์ปีกเกิดโรคกระดูกอ่อนจากการเลี้ยงด้วยอาหารบ้านๆ ดังนั้น ก็เชื่อได้ว่า สัตว์น่าจะมีปัญหาขาดวิตามิน และเกลือแร่ชนิดอื่นๆด้วยเช่นกัน การเสริมด้วยวิตามิน และแร่ธาตุจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไก่มาก
               อาหารที่เหมาะสมต่อชนิด และอายุของสัตว์ปีกมีความสำคัญต่อการเลี้ยงสัตว์ให้มีสุขภาพที่ดี หลีกเลี่ยงการซื้อเศษเมล็ดธัญพืช หรือข้าวโพด การลงทุนโดยใช้อาหารสำเร็จรูป หรือสูตรอาหารที่มีการคำนวณอย่างเหมาะสมจะสร้างผลตอบแทนที่ดีจากการเจริญเติบโต และสุขภาพสัตว์ที่ดีได้
เอกสารอ้างอิง
Hunter et al. B. 2017. Metabolic bone disease in growing poultry. [Internet]. [Cited 2017 Jul 20].
Available from: https://en.engormix.com/poultry-industry/articles/rickets-metabolic-bone-disease-t40357.htm

ภาพที่ ๑ กลุ่มไก่งวงรุ่นที่เกิดโรคกระดูกอ่อน ทุกตัวยังมีชีวิตดีอยู่ แต่ไม่ยอมยืน และเดิน เนื่องจาก ความเจ็บปวดร้าวรานที่กระดูก (Hunter et al., 2017)      















ภาพที่ ๒ กระดูกซี่โครงจากเป็ดอายุน้อยที่เกิดโรคกระดูกอ่อน สังเกตการงอ และบิดของกระดูกซี่โครง และบริเวณรอยต่อระหว่างกระดูกซี่โครง และกระดูกสันหลังขยายใหญ่ขึ้นผิดปรกติ เรียกรอยโรคนี้ว่า ริคเกตติก โรซารี (Ricketic rosary)”  

ออสซี่ปรับจัดหนักบริษัทใหญ่หลอกขายไข่ แม่ไก่ปล่อยอิสระ

บริษัทยักษ์ใหญ่ไข่ไก่ในออสเตรเลียถูกปรับด้วยราคาแพงหูฉี่กว่า ๑๙.๘ ล้านบาท และศาลมีคำสั่งให้จ่ายเงิน ๗.๙ ล้านบาทรวมแล้วก็เพียง ๒๗ ล้านบาทเท่านั้น แม่ไก่แค่หางกระดิก ภายหลังพบว่า บริษัทกระทำผิดโดยการโฆษณาให้เข้าใจผิดว่า ไข่ที่จำหน่ายมาจากการเลี้ยงปล่อยอิสระ
คณะกรรมด้านการแข่งขันทางการตลาดและคุ้มครองผู้บริโภค (Australian Competition and Consumer Commission (ACCC) ได้ฟ้องร้องบริษัท สโนว์เดล ในออสเตรเลียตะวันตก ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มสวัสดิภาพสัตว์เกี่ยวกับการฟาร์มสัตว์ปีกระหว่างเดือนเมษายน ค.ศ. ๒๐๑๑ ถึง ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๓ จากการเลี้ยงไก่ไข่ในคาราบูดา และในสวอน วัลเลย์ เมืองเพิร์ธ เพื่อผลิตไข่พรีเมียมใช้ชื่อทางการค้าว่า ไข่จากครอบครัวเอลลาห์ (Eggs by Ellah) ที่เลี้ยงแม่ไก่ปล่อยอิสระอย่างมีความสุขสำราญในป่าห้าร้อยเอเคอร์ โดยชื่นชมภาพแม่ไก่กายสีน้ำตาลวิ่งเล่นอย่างมีความสุขบนทุ่งหญ้าเขียวขจี
      ศาลพบว่า ความจริงแล้วฟาร์มดังกล่าวกักกันแม่ไก่ไม่ให้ออกมาเที่ยววิ่งภายนอกเป็นประจำ นอกจากนั้น ความหนาแน่นในการเลี้ยงในโรงเรือนก็แออัดกันแน่น และจำนวนช่องมุดออกจากโรงเรือนก็มีไม่กี่ช่อง ศาลจึงสั่งห้ามไม่ให้บริษัทสโนว์เดลใช้คำว่า ปล่อยอิสระ ในสินค้าไข่ที่จำหน่าย จนกว่าแม่ไก่จะมีโอกาสออกมาเดินภายนอกได้อย่างสะดวกสบายตลอดเวลา  
     บริษัท สโนว์เดล เป็นผู้ค้ารายใหญ่ให้กับซูเปอร์มาร์เก๊ตรายสำคัญในออสเตรเลียได้แก่ โคลส์ และวูลเวิร์ธ ถึงเวลานี้ก็ตกที่นั่งลำบากต้องปฏิบัติตามกฏหมาย และเผยแพร่มาตรการแก้ไขปัญหา ค่าปรับขนาดนี้นับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ประเทศชาติออสเตรเลีย  คณะกรรมด้านการแข่งขันทางการตลาดและคุ้มครองผู้บริโภคมีความเห็นว่า บทลงโทษนี้สมควรต่อสิ่งที่บริษัท สโนว์เดล ได้กระทำลงไป และผู้ผลิตไข่ต้องให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่นำมาใช้ทางการตลาด ในเมื่อผู้บริโภคยอมจ่ายค่าไข่ราคาแพงจากการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระแล้ว สิ่งสำคัญคือ ผู้บริโภคก็ควรได้รับไข่ไก่ที่เลี้ยงปล่อยอิสระร่าเริงแจ่มใสจิตใจดีงามด้วยเช่นกัน
       ภายใต้มาตรฐานการเลี้ยงไก่ปล่อยอิสระระดับชาติที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว ไก่ต้องมีโอกาสที่จะออกนอกโรงเรือนตลอดเวลา โดยมีความหนาแน่นไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ตัวต่อเฮคเตอร์เพื่อให้เป็นไปตามสถานภาพของไก่เลี้ยงปล่อยอิสระอย่างแท้จริง ไม่หลอกลวง เปรียบเทียบกับอังกฤษแล้วก็ยังถือว่าสูงกว่าถึง ๔ เท่า เพราะกฏหมายอังกฤษกำหนดไว้เพียง ๒,๕๐๐ ตัวต่อเฮคเตอร์เท่านั้น

เอกสารอ้างอิง


ภาพที่ ๑ แม่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระสุขสำราญในป่าห้าร้อยเอเคอร์ ป่าอันแสนกว้างใหญ่เขียวขจี (แหล่งภาพ: Herbert Wiggerman) 
   

วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การบริโภคไก่สหรัฐฯ สูงเป็นประวัติการณ์

ปริมาณการบริโภคไก่ปีนี้เพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์โดย ๙ ใน ๑๐ คนซื้อเนื้อไก่ไปบริโภคเป็นประจำ
            กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐฯ อ้างว่า ชาวอเมริกันจะกินเนื้อไก่เกือบ ๔๑.๗ กิโลกรัมต่อคนทำสถิติสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ๔๑.๓ กิโลกรัม ถึงกระนั้น ผู้บริโภคก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยอาหาร ยาปฏิชีวนะ และการใช้ฮอร์โมน หรือสเตียรอยด์ สภาไก่แห่งชาติจึงสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคจากผู้ใหญ่มากกว่า ๑,๐๐๐ รายระหว่างต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ ๘๔ ของผู้ตอบแบบสอบถาม กินเนื้อไก่เป็นอาหาร หรืออาหารว่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นประจำทุกสัปดาห์ ขณะที่ ร้อยละ ๖๗ บริโภคไก่เป็นอาหาร หรืออาหารว่างจากร้านอาหาร ผู้บริโภคร้อยละ ๒๑ รับประทานเนื้อไก่มากขึ้นจากการเข้าร้านอาหาร และร้อยละ ๑๓ เชื่อว่า พวกเข้าจะรัยประทานอาหารเนื้อไก่มากขึ้นจากร้านบริการอาหารในอีก ๑๒ เดือนข้างหน้า 
          ทอม ซูเปอร์ รองกรรมการผู้จัดการด้านการประชาสัมพันธ์ สภาไก่แห่งชาติ เชื่อว่า เนื้อไก่จะเป็นอาหารที่เป็นที่นิยมอย่างสุดๆต่อไป ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า เนื้อไก่ยังเป็นเมนูอาหารในใจลำดับหนึ่งของผู้บริโภค ผู้บริโภคชื่นชอบความสดของเนื้อสัตว์ รสชาติ และราคาเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อเนื้อไก่ คนรุ่นใหม่กลับไปนิยมเนื้อไก่ที่ยังไม่ผ่านการปรุงสุก และรับประทานในร้าน โดยผู้บริโภค ๗ ใน ๑๐ คน มีความใส่ใจต่อความปลอดภัยอาหาร ขณะที่ร้อยละ ๕๗ ยังวิตกกังวลเกี่ยวกับฮอร์โมน และสเตียรอยด์ และร้อยละ ๕๕ กังวลต่อการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ ขณะที่ ผู้บริโภคร้อยละ ๒๖ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะระยะเวลาที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ที่มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินไป ผลการสำรวจยังพบว่า ผู้บริโภคสัดส่วน ๓ ใน ๔ รู้สึกเป็นกลาง หรือลบต่อสื่อมวลชนด้านอุตสาหกรรมสัตว์ปีก 

  เอกสารอ้างอิง


ภาพที่ ๑ เนื้อไก่ยังเป็นเมนูอาหารในใจลำดับหนึ่งของผู้บริโภค (แหล่งภาพ: Shutterstock)


วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

คานาดาพบเชื้อซัลโมฯในนักเก๊ตไก่

บริษัทโลบลอว์เรียกคืนนักเก๊ตไก่แบรนด์เพรสซิเดนต์ชอยซ์ เนื่องจาก การตรวจพบเชื้อซัลโมเนลลาโดยหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยอาหารแห่งคานาดา
               บริษัท โลบลอว์ จำกัด เรียกคืนนักเก๊ตไก่สูตรพิเศษเพรสซิเดนต์ชอยซ์จากซูเปอร์มาร์เก๊ต เนื่องจาก การปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา ตามประกาศของหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยอาหารแห่งคานาดา (Canadian Food Inspection Agency, CFIA) โดยเชื่อมโยงกับการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฏาคมที่ผ่านมา มีผู้ป่วยจากเชื้อ ซัลโมเนลลา ๑๒ รายใน ๔ จังหวัดระหว่างเดือนเมษายน ถึงมิถุนายน ๕ รายมีรายงานในอัลเบอร์ตา และอีก ๕ รายในออนตาริโอ อีกจังหวัดละ ๑ รายในบริทิช โคลัมเบีย และนิว บรันซ์วิค ในจำนวนนี้ ๒ รายต้องพักรักษาในโรงพยาบาล ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ๒ ใน ๓ รายเป็นผู้ชาย อายุเฉลี่ยของผู้ป่วย ๒๓ ปี ตัวอย่างนักเก๊ตไก่สูตรพิเศษเพรสซิเดนต์ชอยซ์น้ำหนัก ๘๐๐ กรัม ระบุวันหมดอายุเป็น ๑๕ มีนาคม ๒๐๑๘ เก็บตัวอย่างจากร้านค้าปลีก ให้ผลการทดสอบเป็นบวกต่อเชื้อ ซัลโมเนลลา เอนเทอไรทิดิส และมีลายพิมพ์ดีเอ็นเอสอดคล้องกับตัวอย่างจากผู้ป่วยที่มีรายงานการระบาด หน่วย CFIA กำลังร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมในการสร้างความมั่นใจว่า สินค้าเหล่านี้จะถูกนำออกจากชั้นวางสินค้า โดยการสอบสวนยังคงดำเนินการต่อไป และเชื่อว่าน่าจะพบความเชื่อมโยงสินค้ากับการระบาดของโรคเพิ่มขึ้น โดยสาธารณสุขจะแจ้งข้อมูลล่าสุดให้ทราบตามลำดับ   

เอกสารอ้างอิง


ภาพที่ ๑ สินค้านักเก๊ตไก่แบรนด์เพรสซิเดนต์ชอยซ์เป็นชิ้นเนื้อชุบแป้ง สังเกตเครื่องหมายเพรสซิเดนต์ชอยซ์เป็นตราสัญลักษณ์ของ บริษัท โลบลอว์ จำกัด เพื่อรับรองสินค้าพรีเมียมในร้านค้าขายของชำ และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึง บริการางการเงิน และโทรศัพท์มือถือ โดยให้การรับรองสินค้าขายปลีกจากบริษัทต่างๆมากมาย  


วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

วัคซีน และความปลอดภัยชีวภาพที่ดีช่วยทดแทนยาปฏิชีวนะ

การใช้วัคซีนที่เพิ่มขึ้น และยกระดับมาตรฐานสุขอนามัย และระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ๒ ประการของผู้ผลิตสุกร โค และสัตว์ปีก เพื่อชดเชยการใช้ยาปฏิชีวนะ
               กุญแจสำคัญของการศึกษาใหม่นี้เติมเต็มสุขภาพสัตว์ และโภชนาการ แม้ว่าจะมีความหลากหลายตามกลุ่มชนิดของสัตว์ แผนการให้วัคซีน และการยกระดับสุขอนามัยเป็นยุทธศาสตร์ ๒ ประการที่สำคัญที่สุดสำหรับกลุ่มผู้ผลิตปศุสัตว์ในสหรัฐฯมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากยุทธศาสตร์อื่นๆ ได้แก่ การลดการสัมผัสกับสัตว์ตามธรรมชาติ การเปลี่ยนวัตถุเติมอาหารสัตว์ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์การเลี้ยยง การใช้สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม การเปลี่ยนปแลงที่สำคัญที่สุดในวัตถุเติมอาหารสัตว์คือ การใช้เชื้อจุลชีพใส่ลงในอาหารสัตว์โดยตรงเรียกว่า โปรไบโอติก ส่วนวัตถุเติมอาหารสัตว์ชนิดอื่นๆที่นิยมใช้น้อยกว่า ได้แก่ เอนไซม์ พรีไบโอติก โอลิโกแซคคาไรด์ กรดอินทรีย์ และไฟโตเจนิกส์ ผู้ผลิตสัตว์ปีกมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ บ่งชี้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุเติมอาหารสัตว์มากกว่าหนึ่งชนิดเพื่อทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ มากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ

ความวิตกกังวลต่อการเลิกการใช้ยาปฏิชีวนะ
               ผู้ผลิตมากกว่าครึ่งในสหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตของตัวเองแล้ว โดยเฉพาะผู้ผลิตภาคสัตว์ปีก แต่มีเพียง ๓๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เชื่อว่า พวกเขาจะยังสามารถรักษาผลผลิต และกำไรไว้ได้โดยปราศจากยาปฏิชีวะ แสดงให้เห็นถึง ความวิตกกังวลอย่างกว้างขวางของผู้ผลิตต่อการเลิกการใช้ยาปฏิชีวระ  
                 
ตารางที่ ๑ การเปลี่ยนแปลงการจัดการที่มีความสำคัญเรียงตามละดับ
กลยุทธ์
สัดส่วน
แผนการใช้วัคซีน
๗๔ เปอร์เซ็นต์
ความปลอดภัยทางชีวภาพ
๗๐ เปอร์เซ็นต์
การควบคุมสัตว์พาหะ
๕๓ เปอร์เซ็นต์
ความหนาแน่นการเลี้ยงสัตว์
๔๙ เปอร์เซ็นต์
สารเสริมภูมิคุ้มกัน
๓๘ เปอร์เซ็นต์
พันธุกรรม
๓๔ เปอร์เซ็นต์


เอกสารอ้างอิง


ภาพที่ ๑ ความวิตกกังวลต่อผลกระทบของการไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ โดยผู้ผลิตในสหรัฐฯเพียง ๓๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เชื่อว่า พวกเขาจะยังสามารถรักษาผลผลิต และกำไรไว้ได้โดยปราศจากยาปฏิชีวะ (แหล่งภาพ: Shutterstock)

เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...