วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

วิถีหวัดนกเอช ๙ เอ็น ๒ สไตล์อาหรับ

กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางมีประชากรไก่เนื้อ ๓ พันล้านตัว ไก่ไข่ ๑๓๗ ล้านตัว ไก่พันธุ์ ๓๐ ล้านตัว เริ่มประสบปัญหาไข้หวัดนกเอช ๙ เอ็น ๒ ตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๙๙ ในสไตล์ต่างๆตั้งแต่ ไข่ลดมีอัตราการไข่พีคแค่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ รูปร่างไข่ผิดรูป ผิวขรุขระ อัตราการตายปานกลาง ไก่ไข่ และไก่พันธุ์จะแสดงอาการทางระบบหายใจร่วมด้วย ขณะที่ ไก่เนื้อมีอัตราการตายหนักหน่อย บางรายหายนะมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ภายในสามอาทิตย์เท่านั้น นักวิชาการชาวอาหรับสำรวจโรคจากการเก็บตัวอย่างซีรัม และเนื้อเยื่อทั่วตะวันออกกลาง พบว่า การเกิดโรคไข้หวัดนกเอช ๙ เอ็น ๒ มักไม่ฉายเดียว แต่มีพ่วงหลอดลมอักเสบติดต่อ หรือนิวคาสเซิล มาด้วยเสมอ สำหรับชาวอาหรับ ไม่ยอมหลับ ตัดสินใจใช้วัคซีนเชื้อตายควบคุมโรคที่ ๑๒ และ ๑๖ สัปดาห์ สามารถควบคุมความเสียหายจากโรคได้
               โรคไข้หวัดนกเอช ๙ เอ็น ๒ ไม่ใช่เพิ่งมาเจอกัน แต่พบครั้งแรกในไก่งวงสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อห้าสิบกว่าปีที่แล้วในปี ค.ศ. ๑๙๖๖ แต่หลังจากนั้นก็ไปเตร็ดเตร่อยู่แถวนกชายหาด และเป็ดแมลลาร์ด อย่างไรก็ตามหลังจากวิวัฒนาการเป็นเวลานานกว่าห้าสิบปี เชื้อไวรัสแพร่กระจายข้ามโลก วนไปในนกป่า และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกทั่วโลก ถึงเวลาของไวรัสเอช ๙ เอ็น ๒ ที่สั่งสมประสบการณ์มาเป็นเวลานานก็พร้อมจะแผลงฤทธิ์ให้โลกได้ประจักษ์แล้ว อาละวาดฟาดไปทั้งฟาร์มเลี้ยงไก่ในไก่น้อยก็ตายกันมาก ในไก่ไข่ ไก่พันธุ์ก็ทำให้ไข่ลดลงจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนของระบบทางเดินหายใจตอนต้น ร่วมกับเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆผสมโรง และในคนก็อันตรายไม่น้อย เพราะเชื้อไวรัสเอช ๗ เอ็น ๙ ที่โลกกลัวติดคนแล้ว อัตราตาย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ก็สร้างสรรค์โดยยีนส์ ๖ ท่อนจากรุ่นพี่เอช ๙ เอ็น ๒ นี่เอง
หกสิบเปอร์เซ็นต์ของไก่มีผลเลือดเป็นบวก
               ตัวอย่างเลือด ๑๗๙๐ ตัวอย่างที่เก็บจากฟาร์มหลายแห่งในตะวันออกกลาง พบว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ให้ผลเลือดเป็นบวกต่อโรคไข้หวัดนกด้วยวิธีเอจีพี และอีไลซา จากนั้นก็ต้องใช้แอนติเจนของจีดีที่จำเพาะต่อเอช ๙ และไอบี ๔ ทับ ๙๑ ใช้เทคนิคเอชไอก็พบว่าเป็นบวกเช่นกัน เป็นอันยืนยันว่า การเกิดโรคมักเป็นการร่วมด้วยช่วยกันของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก และหลอดลมอักเสบติดต่อ ยิ่งไปกว่านั้น ผลการตรวจแยกเชื้อไวรัสมักพบการติดเชื้อร่วมกันของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก และเชื้อท้องถิ่นไวรัสนิวคาสเซิล
เสียดายที่ยังไม่มีการสำรวจในคน และสัตว์เลี้ยงแดนอาหรับบ้าง อย่างในทางตอนใต้ของจีนเป็นเสมือนสรวงสวรรค์สำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดนก พบเชื้อไวรัสในสุนัขสูงขึ้นเรื่อยๆจาก ๒๐.๑ เปอร์เซ็นต์ในปี ค.ศ.๒๐๑๐ เป็น ๔๔.๘๕ เปอร์เซ็นต์ในปี ค.ศ.๒๐๑๒ เรียกได้ว่า แดนสวรรค์แห่งนี้ สุนัขเดินมา ๒ ตัวต้องมี ๑ ตัวที่เคยติดเชื้อไวรัส เอช ๙ เอ็น ๒ มาแล้ว  สำหรับในมนุษย์ องค์การอนามัยโลก เชื่อว่า จะมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ   
  
เอกสารอ้างอิง
Bakri H. 2016. Avian influenza H9N2 in the middle east countries. [Internet]. [Cited 2016 Nov 11]. Available from: https://en.engormix.com/poultry-industry/articles/avian-influenza-h9n2-middle-t39878.htm


ภาพที่ ๑ ไข่จากฟาร์มที่ติดเชื้อเอช ๙ เอ็น ๒ ในตะวันออกกลาง แม่เจ้า...นี่มันไข่หรือหินแม่น้ำเนี่ย? (เครดิตบัง Bakri, 2016)  

หวัดนกเอช ๗ เอ็น ๙ ยังมีผู้เสียชีวิตต่อเนื่องในจีน

คณะวางแผนครอบครัว และสุขภาพแห่งชาติจีนรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกสับไทป์เอช ๗ เอ็น ๙ ในเจียงซู
ผู้ป่วยชายวัย ๕๘ ปี ในมณฑลเจ้อเจียงเสียชีวิตภายหลังการรับเชื้อจากตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิตก่อนแสดงอาการ นับตั้งแต่ปี ค.ศ.๒๐๑๓ สี่ปีผ่านมาแล้วที่จีนต้องเผชิญกับปัญหาโรคไข้หวัดนกสับไทป์เอช ๗ เอ็น ๙ มีรายงานผู้ป่วยแล้ว ๑,๕๑๖ ราย โดยเมื่อปีที่แล้วปีเดียวก็ปาเข้าไป ๗๖๓ รายจึงดูเหมือนว่า แนวโน้มจะแพร่ระบาดมากขึ้นทุกปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติสัมผัสกับโรคไข้หวัดนกสับไทป์เอช ๗ เอ็น ๙ จากสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ หรือสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อน โดยเฉพาะ ตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต เมื่อเชื้อไวรัสยังคงตรวจพบในสัตว์ และสิ่งแวดล้อมต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และยังคงค้าขายไก่มีชีวิตกันอยู่ในตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต ก็ยังเชื่อได้ว่า จะยังคงมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีรายงานผู้ติดเชื้อที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เช่น ผู้ป่วยในวอร์ดเดียวกัน แต่หลักฐานทางระบาดวิทยา และไวรัสวิทยายังบ่งชี้ว่า เชื้อไวรัสยังไม่สามารถถ่ายทอดจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้ นักท่องเที่ยวเยือนประเทศที่เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนก ควรหลีกเลี่ยงฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก การสัมผัสกับตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต การเข้าสู่พื้นที่ที่สัตว์ปีกอาจถูกทำลาย หรือสัมผัสกับพื้นผิวที่มีการปนเปื้อนด้วยมูลจากสัตว์ปีก หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ นักท่องเที่ยวควรล้างมือด้วยสบู่ และน้ำ และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยที่ดี และสุขศาสตร์อาหารสัตว์ที่เหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
Herriman R. 2017. Outbreak News Today [edited]. [Internet]. [Cited 2017 Sep 2]. Available from: http://outbreaknewstoday.com/china-reports-h7n9-avian-flu-death-jiangsu-39614/

วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560

คานาดาวิจัยโปรไบโอติกทดแทนยาปฏิชีวนะ

งานวิจัย และนวัตกรรมเป็นกุญแจสำคัญสำหรับค้นหาทางเลือกทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ และยาต้านเชื้อจุลชีพ นักวิจัยที่วิทยาลัยสัตวแพทย์ออนตาริโอ มหาวิทยาลัยกวัฟล์ กำลังศึกษาการใช้โปรไบโอติกเป็นทางเลือกทดแทนการใช้ยาต้านเชื้อจุลชีพ เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรคทั้ง ซัลโมเนลลา แคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน และคลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์
               ห้องปฏิบัติการของ ดร. Shayan Sharif วิทยาลัยสัตวแพทย์ออนตาริโอ มหาวิทยาลัยกวัฟล์ กำลังมุ่งมั่นพัฒนาสูตรโปรไบโอติกเพื่อต่อสู้กับเชื้อซัลโมเนลลา ขณะนี้ นักวิจัยได้ใช้ส่วนผสมของเชื้อแลคโตบาซิลลัส หรือเชื้อแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลกติกหลายชนิด พบว่า สามารถลดการสร้างนิคม หรือความเสียหายจากเชื้อซัลโมเนลลาได้อย่างมีนัยสำคัญ และตอนนี้กำลังหันมาสนใจเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน เชื้อแบคทีเรียสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาลำไส้อักเสบในมนุษย์ เนื่องจาก โรคอาหารเป็นพิษ ตามรายงานของสาธารณสุขแห่งคานาดา
สิ่งคุกคามสุขภาพมนุษย์
               ไก่เป็นพาหะสำคัญของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ในลำไส้ โดยไม่แสดงอาการทางคลินิก เชื้อแอบแฝงอยู่ภายในร่างกายของไก่ไปได้ตลอดชีวิต นั่นหมายความว่า ผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องใส่ใจต่อเชื้อชนิดนี้ เพราะเชื้อไม่ได้สร้างความเสียหายต่อสุขภาพไก่แต่อย่างใด แต่ข้อวิตกกังวลคือ ผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ต่างหาก เนื่องจาก เชื้อแบคทีเรียสามารถถ่ายทอดสู่มนุษย์ผ่านเนื้อไก่ที่ปรุงไม่สุก มาตรการควบคุมที่พยายามวิจัยกันมาทั้งการใช้วัคซีน ความเข้มงวดความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสิ้นคิด ไม่สามารถทำอะไรเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นทั้งเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เจจูไน และซัลโมเนลลา ยังเก็บ และถ่ายทอดยีนดื้อยาต้านเชื้อจุลชีพได้อีกด้วย
               กลุ่มนักวิจัยได้วางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบเริ่มตั้งแต่การจำแนกเชื้อ และการทดสอบเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ไก่ที่สุขภาพดี โดยมีความสามารถต่อต้านเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ได้เป็นอย่างดี และยังสามารถส่งเสริมการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในไก่ได้อีกด้วย เป้าหมายคือ การใช้แบคทีเรียเหล่านี้ หรือร่วมกับการให้วัคซีนเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ ห้องปฏิบัติการแห่งนี้ยังคิดถึงการฉีดโปรไบโอติกผ่านไข่ฟักตั้งแต่ตัวอ่อนที่อายุ ๑๘ วัน ผลการวิจัยนำร่องพบว่า ตัวอ่อนลูกไก่กินโปรไบโอติก และเชื้อสามารถสร้างนิคมในร่างกายของไก่ได้
ลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย
                  เป้าหมายถัดไปของนักวิจัยคือ เชื้อคลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ ที่ทำให้เกิดปัญหาลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย โดยเฉพาะการอักเสบของลำไส้ในสัตว์ปีก ตามปรกติการเกิดลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตายมักมีเชื้อจุลชีพชนิดอื่นๆร่วมด้วยนั่นคือ บิด เชื้อทั้งสองชนิดจูงมือกันก่อโรคในสัตว์ เชื้อบิดสามารถควบคุมได้โดยใช้ยากันบิด แต่หากเกิดความผิดพลาดใดๆก็จะพัฒนาโรคกลายเป็นโรคบิด และลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย ทั้งสองโรคเหนี่ยวนำให้ผลผลิตลดลง และอัตราการตายเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน หลายแห่งอาจใช้วัคซีนควบคุมบิดได้ดี แต่ลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตายไม่มีวัคซีนใช้
               โปรไบโอติกเป็นทางเลือกทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับการลดความเสียหายจากเชื้อก่อโรคเหล่านี้ในสัตว์ปีก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาดื้อยา และยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพสัตว์อีกด้วย คณะผู้วิจัยยังศึกษาต่อไปถึงผลการใช้โปรไบโอติกต่อสุขภาพสัตว์ ภูมิคุ้มกัน สวัสดิภาพสัตว์ และผลผลิต รวมถึง ความคุ้มทุนในทางเศรษฐกิจ งานวิจัยโปรไบโอติกที่แสนธรรมดามีเกลื่อนทั่วไปในตลาดคงไม่ธรรมดาแล้ว หากได้รับทุนวิจัยจากกระทรวงเกษตร อาหาร และชีบน สภาวิจัยสัตว์ปีกคานาดา สภาอุตสาหกรรมสัตว์ปีก และสภาวิจัยด้านวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติของคานาดา 

เอกสารอ้างอิง
Montel K. 2017. Probiotics may offer alternative approach to antimicrobials. [Internet]. [Cited 2017 Aug 7]. Available from: http://www.poultryworld.net/Nutrition/Articles/2017/8/Probiotics-may-offer-alternative-approach-to-antimicrobials-168123E/  

ภาพที่ ๑ ดร. Shayan Sharif และหนึ่งในผู้ร่วมวิจัยที่ห้องปฏิบัติการวิทยาลัยสัตวแพทย์ออนตาริโอ มหาวิทยาลัยกวัฟล์ กำลังพัฒนาสูตรโปรไบโอติก (แหล่งภาพ: University of Guelph)  

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กล้องวิเคราะห์คุณภาพซากไก่ในโรงฆ่า

การพัฒนาเทคนิคระบบการประมวลผลภาพสำหรับวิเคราะห์คุณภาพซากไก่ในโรงฆ่า ด้วยข้อมูล และสารสนเทศจากฟาร์ม และสัตวแพทย์ร่วมกันจะช่วยปฏิวัติการจัดการด้านสุขภาพสัตว์ปีกใหม่
อีแลนโคกำลังพัฒนาเทคนิคระบบการประมวลผลภาพสำหรับวิเคราะห์คุณภาพซากจากประสบการณ์การใช้กล้อง CCTV ในโรงฆ่าที่สร้างความมั่นใจว่าจะมีการจัดการด้านสวัสดิภาพที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต กล้องไม่เคยโกหกใคร ถึงเวลานี้ การใช้ระบบการประมวลภาพสำหรับการวิเคราะห์คุณภาพซากจะเป็นมิติใหม่ในการจัดการสุขภาพสัตว์ และฟาร์ม ขณะนี้ โครงการ Elanco Knowledge Solutions (EKS) ได้ร่วมกับบริษัทด้านเทคโนโลยีจากเยอรมัน E plus V ได้ช่วยลูกค้าให้บูรณาการวิเคราะห์คุณภาพซากเข้ากับการผลิตสัตว์ปีกโดยใช้กล้องที่มีความละเอียดสูงเพื่อกำหนดตำแหน่งที่สำคัญต่อคุณภาพซากไก่แต่ละตัวบนราวสายการผลิต ร่วมกับการใช้ข้อมูลด้านการผลิต และสุขภาพสัตว์ เพื่อประกอบให้เห็นภาพใหญ่ของซากไก่เนื้อ ความจริงแล้ว การผลิตสัตว์ปีกมีข้อมูลมากมาย แต่ผู้ผลิตมักไม่ใคร่จะมีเวลา หรือวิธีที่จะใช้ข้อมูลเหล่านี้สำหรับการตัดสินใจ หรือไม่สามารถประมวลภาพรวมของทุกสิ่งมาใช้ประโยชน์ได้
เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพมีการใช้งานในเนื้อแดง และโรงงานแปรรูปสุกรมานานแล้ว เนื่องจาก การจัดเกรดคุณภาพซากมีความสำคัญมาก บริษัทอีพลัสวีได้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้งานในโรงฆ่าโค ๒๐ แห่ง และบันทึภาพไปแล้วกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของสหรัฐฯ รวมั้งในยุโรป และอเมริกาใต้ สำหรับสัตว์ปีก เทคโนโลยียังได้พัฒนาให้ประเมินน้ำหนัก โดยติดตั้งกล้องภายหลังที่ไก่ผ่านการทำให้สลบ ฆ่า และถอนขนเรียบร้อยแล้ว กล้องจึงสามารถตรวจสอบได้ทั้งรูปร่าง มิติ และระยะ แล้วใช้ค่าต่างๆที่ตรวจสอบได้มาทำนายน้ำหนักไก่มีชีวิต แม้ว่า ผู้ผลิตยังเชื่อถือข้อมูลน้ำหนักไก่บนรถจับไก่เป็นหลัก แต่การใช้เทคโนโลยีนี้สำหรับการประเมินน้ำหนักไก่ในกระบวนการผลิตจะช่วยให้มองเห็นภาพการกระจายตัวของน้ำหนักไก่ภายในฝูง ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมากสำหรับการวิเคราะห์สุขภาพ และยังมองต่อไปได้ถึงผลผลิตเนื้ออกสำหรับการแปรรูปเนื้อสัตว์ในขั้นตอนถัดไป ระบบดังกล่าวสามารถประเมินน้ำหนักโดยมีความแม่นยำราว ๙๔ เปอร์เซ็นต์ที่ความเร็วราว ๑๔๐ ตัวต่อนาที สิ่งสำคัญคือ การตรวจสอบความผิดปรกติบนซากไก่ได้อย่างรวดเร็ว เช่น ผิวหนังฉีกขาด ปีกหัก แผลพุพอง หรือแผลถลอก นอกจากนั้น การแทรกผ่านของแสงสว่างยังสามารถใช้ในการตรวจหาความผิดปรกติบางอย่างที่ตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้อีกด้วย โรงฆ่าบางแห่งในยุโรป ยังติดตั้งกล้องตัวที่สามสำหรับการให้คะแนนฝ่าเท้าไก่ หรือตีนไก่ ตามระบบการให้คะแนนที่สามารถปรับได้ตามมาตรฐานของประเทศ หรือบริษัทกำหนดไว้ นั่นหมายความว่า ไก่แต่ละตัว เท้าแต่ละคู่ก็จะถูกให้คะแนนคุณภาพเป็นรายตัว เรียกได้ว่าเป็นการประเมินคุณภาพซากแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้พัฒนาระบบยังเห็นโอกาสในการสร้างสรรค์ต่อไปโดยการแยกเท้าไก่ที่ดีเหมาะสำหรับมนุษย์บริโภคออกจากเท้าไก่ที่มีปัญหาคุณภาพด้อย ทุกขั้นตอนถูกใช้งานแบบเรียลไทม์ หากเกิดปัญหาจึงสามารถจัดการควบคุมได้อย่างทันต่อเหตุการณ์ทันที เช่น การปรับการทำงานของถังลวกน้ำร้อน อันเป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการแก้ไขทันที รอไม่ได้ หรือการประเมินประสิทธิภาพการทำงานของโรงฆ่า หากพบว่า ไก่ถูกแขวนบนราวเพียงขาดเดียว
            ผลการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินน้ำหนักไก่ และคุณภาพซากจากโรงฆ่าแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถสะท้อนไปให้ผู้ผลิตในฟาร์ม ช่วยให้การวิเคราะห์สุขภาพแบบองค์รวม หากฟาร์มต้องการแก้ไขปัญหารอยโรคฝ่าเท้าอักเสบ คุณภาพซากข้อมูลเหล่านี้จะมีความสำคัญมากเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับวิธีการจัดการต่างๆ คุณภาพลูกไก่ คุณภาพอากาศ คุณภาพของวัสดุรองพื้น ระยะทาง และระยะเวลาการขนส่ง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการผลิต และคุณภาพซากในโรงฆ่าอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเปิดเผยให้เห็นถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาว่า การปรับปรุงการจัดการต่างๆเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่เกิดขึ้น
เอกสารอ้างอิง
   

ภาพที่ ๑ เทคนิคระบบการประมวลผลภาพสำหรับวิเคราะห์คุณภาพซากไก่ในโรงฆ่า (แหล่งภาพ: E+Y)


วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ปิดการระบายอากาศ วิธีการฆ่าไก่อย่างไม่ทรมาน

นักวิจัยสหรัฐฯ ตื่นเต้นไปกับการค้นพบการฆ่าไก่ที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ปิดการระบายอากาศ (Ventilation shutdown, VD) ร่วมกับการให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ หรือความร้อน มีการเผยแพร่ในสมาคมสัตว์ปีก และไข่สหรัฐฯ (US Poultry and Egg Association) เป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับการปลดแม่ไก่ไข่บนกรงตับ
               โครงการนี้เป็นหนึ่งในแผนการทำงานของสมาคมตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ.๒๐๑๕ ภายหลังการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดนก บทเรียนจากประสบการณ์ครั้งนั้นคือ การปลดไก่ให้ทันเวลาเป็นสิ่งสำคัญต่อการควบคุมการแพร่กระจายโรค วิธีการที่ใช้สำหรับการปลดไก่ ได้แก่ การใช้รถบรรจุแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ การฉีดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้โฟมในถังดับเพลิงช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก ฟาร์มที่เกิดโรคระบาดมีจำนวนมาก เวลาที่ช้าเกินไปจะสร้างความทรมานแก่สัตว์เป็นเวลานานเกินไป
ระบบการชัตดาวน์การระบายอากาศคืออะไร?
               ระบบการชัตดาวน์การระบายอากาศ (Ventilation shutdown) เป็นการหยุดการระบายอากาศตามธรรมชาติ หรือโดยวิธีกลในการนำอากาศเข้าสู่ภายใน โดยอาจเพิ่มอุณหภูมิบรรยากาศร่วมหรือไม่ก็ได้ เพื่อให้สัตว์ปีกตายอย่างสงบจากภาวะอุณหภูมิในร่างกายสูง (Hyperthermia)
               เป้าหมายคือ การให้อุณหภูมิภายในโรงเรือนสูงขึ้นกว่า ๑๐๔ องศาฟาเรนไฮต์ หรือ ๔๐ องศาเซลเซียสภายในเวลา ๓๐ นาที และรักษาอุณหภูมินี้ไว้เป็นเวลา ๓ ชั่วโมง โดยไม่หยุดการให้น้ำ และยังคงใช้พัดลมหมุนเวียนอากาศภายในโรงเรือน ช่วยรักษาอุณหภูมิให้ทั่วถึงทั้งโรงเรือน
               การทำลายไก่อย่างรวดเร็วจะช่วยหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และป้องกันไม่ให้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นจากไก่ตาย ระหว่างการระบาดของโรคไข้หวัดนกในปี ค.ศ. ๒๐๑๕ จำนวนฟาร์มที่ติดเชื้อพร้อมๆกันมากจนทำให้การจัดการทำลายไก่ไม่เพียงพอ และไม่ทันต่อเหตุการณ์ วิธีการที่ได้รับการรับรองในอดีต ได้แก่ การใช้รถบรรจุแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ หรือการใช้โฟมในถังดับเพลิงสำหรับแม่ไก่ ไก่งวงพันธุ์ และไก่งวงเนื้อที่เลี้ยงบนพื้น ในบางกรณี ต้องใช้เวลานานถึง ๒ สัปดาห์จึงเสร็จสิ้น ยิ่งโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่บนกรงตับอาจต้องใช้เวลานานถึง ๑๐ วัน ในการฆ่าไก่โดยใช้รถบรรจุแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์   
               นักวิชาการเชื่อว่า ฟาร์มหลายแห่งสามารถรอดพ้นจากการติดโรคได้ในปี ค.ศ. ๒๐๑๕ หากฟาร์มที่ติดเชื้อถูกกำจัดในเวลาที่เร็วกว่านี้ ดังนั้น USDA APHIS จึงประกาศให้ใช้ระบบการปิดการระบายอากาศตั้งแต่ ๑๘ กันยายน ๒๐๑๕ เป็นต้นมา ให้เป็นทางเลือกสำหรับการกำจัดสัตว์ป่วย โดยเอกสารของ APHIS ประกอบด้วย แผนผังสำหรับการตัดสินใจเลือกใช้วิธีการกำจัดสัตว์ป่วย โดยให้การสนับสนุนระบบการปิดการระบายอากาศ
               มหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา วิจัยศึกษาการใช้งานในฟาร์มจริงในระบบการเลี้ยงไก่ไข่บนกรง ความดันภายในโรงเรือนถูกควบคุมให้เป็นลบ โดยมีการผนึกผนังป้องกันการแลกเปลี่ยนอากาศ แล้วสร้างแบบจำลองคล้ายกับบรรยากาศภายในกรงต่อแม่ไก่ที่พบในการเลี้ยงไก่ไข่ในฟาร์มจริง เก็บข้อมูลแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ความชื้นสัมพัทธ์ อุณหภูมิแวดล้อม และโปรตีนความเครียด Heat shock protein (HSP70) ผลการทดลองพบว่า การชัตดาวน์พัดลมไม่สามารถทำให้ไก่ตายได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยยังมีแม่ไก่อีกราว ๔ เปอร์เซ็นต์ที่ยังรอดชีวิต
               อย่างไรก็ตาม เมื่อเพิ่มความร้อน หรือคาร์บอนไดออกไซด์ในระบบ VSD ช่วยให้ไก่ตายได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาของการตายไม่แตกต่างกันระหว่างการใช้ระบบ VSD ด้วยความร้อน หรือด้วยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ จากผลการศึกษาครั้งนี้ระบบ VSDH และ VSDCO เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดแม่ไก่ในกรงตับจำนวนมากๆ
การระบาดในรัฐอินเดียนา
               อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกในสหรัฐฯ ไม่สามารถคอยผลการตรวจจากกระทรวงเกษตรฯสำหรับระบบการปิดการระบายอากาศได้ ดังนั้น วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๐๑๖ ฟาร์มเลี้ยงไก่งวงขุน ๖๐,๐๐๐ ตัวในอินเดียนาที่ยืนยันแล้วว่า ติดเชื้อไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง สับไทป์ เอช ๗ เอ็น ๘ ภายในไม่กี่วัน ก็มีรายงานสงสัยฟาร์มไก่งวงอีก ๙ แห่งเกิดการติดเชื้อไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงต่ำ สับไทป์ เอช ๗ เอ็น ๘ ผู้เชี่ยวชาญจาก USDA อธิบายว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงต่ำหมุนเวียนอยู่ในประชากรสัตว์ปีกในพื้นที่ดังกล่าว แล้วกลายพันธุ์กลายเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในไก่งวงฝูงหนึ่ง โดยมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกทั้งหมด ๑๒๔ แห่งภายในรัศมี ๒๐ กิโลเมตรรอบเขตพื้นที่ระบาด เนื่องจาก ฟาร์มแต่ละแห่งใกล้เคียงกันมาก และยังตรวจพบฟาร์มอีก ๙ แห่งที่ให้ผลเป็นบวก ดังนั้น วิธีการปิดการระบายอากาศจึงใช้เฉพาะในโรงเรือนที่ให้ผลการทดสอบเป็นบวกเท่านั้น ส่วนฟาร์มไก่งวงอีก ๘ แห่ง และฟาร์มไก่ไข่ ๑ แห่งใช้โฟม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอุณหภูมิอากาศที่หนาวเย็น โฟมไม่สามารถทำงานได้ในฟาร์มไก่งวง ๒ ฟาร์ม จึงใช้วิธีการปิดการระบายอากาศสำหรับทำลายไก่ทันทีจนกลางเดือนกุมภาพันธ์ ก็ไม่มีรายงานการตรวจพบโรคไข้หวัดนกเพิ่มเติม
               ระบบการปิดการระบายอากาศภายในโรงเรือนมีข้อดีหลายอย่าง นอกเหนือจากลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัส แต่ยังช่วยลดระยะเวลาการสัมผัสเชื้อของพนักงานที่ทำการทำลายไก่โดยใช้วิธีมาตรฐานอื่นๆ อันเป็นการเสี่ยงอันตรายต่อโรคสัตว์สู่คน และยังมีข้อเด่นด้านสวัสดิภาพสัตว์ หากขั้นตอนการทำลายสัตว์เป็นไปอย่างเนิ่นนาน วิธีการนี้อาจไม่ใช่วิธีในอุดมคติสำหรับการทำลายสัตว์จำนวนมาก เนื่องจาก ต้องใช้เวลา การตัดสินใจใช้ระบบการปิดการระบายอากาศเป็นวิธีการที่ดีภายหลังวิธีการกำจัดสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมอื่นๆ ถูกพิจารณาแล้ว และเวลาสำหรับการทำลายสัตว์ด้วยวิธีอื่นๆอาจเป็นโอกาสให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายต่อไปได้สูงจนไม่สามารถควบคุมได้
              สมาคมพยาธิวิทยาสัตว์ปีกแห่งอเมริกาประชุมประจำปีช่วงฤดูร้อน ๒๐๑๕ ที่ผ่านมา คณะกรรมการด้านสวัสดิภาพสัตว์ และการจัดการให้การรับรองการปิดการระบายอากาศ ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์ ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของโรคสัตว์ เช่น โรคไข้หวัดนก
การปิดการระบายอากาศไม่ใช่วิธีการทำลายสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมที่ดีที่สุด
               ขณะที่ การใช้การปิดการระบายอากาศสำหรับการทำลายสัตว์จำนวนมากได้รับการรับรองแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้คือ ยังไม่ใช่วิธีที่มีมนุษยธรรมที่สุด ยังคงต้องมีการวิจัยเพื่อพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับการทำลายสัตว์ปีกจำนวนมากอย่างมีมนุษยธรรม และสามารถใช้ได้กับสัตว์ปีกที่เลี้ยงในกรง หรือนกเลี้ยงในบ้าน โฟมถูกนำมาใช้ในสหรัฐฯ สำหรับการทำลายสัตว์ปีกจำนวนมากตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา และทำงานได้เป็นอย่างดีในกรณีที่สัตว์เลี้ยงบนพื้น แต่ในกรณีที่มีการเลี้ยงบนกรงสูง และระบบการเลี้ยงในบ้านยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก การยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก โรงงานอาหารสัตว์ โรงฟัก และโรงงานแปรรูปการผลิตเป็นแนวทางการป้องกันโรคที่ดีที่สุดจากการระบาดของโรค แต่เมื่อมีการระบาดของโรค การทำลายสัตว์ปีกจำนวนมากอย่างมีมนุษยธรรมยังมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อไป การปิดระบบการระบายอากาศยังเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และจำเป็นต้องใช้ตามความจำเป็น
เอกสารอ้างอิง
OKeefe T. 2016. How ventilation shutdown works in poultry depopulation. . [Internet]. [Cited 2016 Feb 15]. Available from: http://www.wattagnet.com/articles/25922-how-ventilation-shutdown-works-in-poultry-depopulation  
McDougal T. 2017. Ventilation shutdown: A humane depopulation method. [Internet]. [Cited 2017 Aug 9].
Available from: http://www.poultryworld.net/Health/Articles/2017/8/Ventilation-shutdown-A-humane-depopulation-method-169046E/


ภาพที่ ๑ บทเรียนสำคัญจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกในเดือนตุลาคม ค.ศ.๒๐๑๕ คือ การกำจัดสัตว์ป่วยให้ทันต่อเวลา เพื่อควบคคุมการแพร่กระจายโรค (แหล่งภาพ: Koos Groenewold
















ภาพที่ ๒ การทำลายไก่ไข่ภายในโรงเรือนขนาดใหญ่โดยใช้วิธีการเดิม ไม่สามารถเสร็จสิ้นได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง  















ภาพที่ ๓ ภายในโรงเรือนเลี้ยงไก่บนพื้นที่ถูกทำลายด้วยการใช้โฟม (แหล่งภาพ: David Harp)


วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ปิดฟาร์มไก่ไข่ดัทช์เหตุจ้างล้างเล้าจนยาปนเปื้อนในไข่ไก่

อุตสาหกรรมสัตว์ปีกในเนเธอร์แลนด์ตกที่นั่งลำบาก เนื่องจาก ความตื่นกลัวด้านความปลอดภัยอาหารในฟาร์มไก่ไข่เกือบ ๒๐๐ ฟาร์ม และไข่ไก่หลายล้านฟองถูกเรียกคืนทั้งหมด เนื่องจาก การใช้ยาฆ่าแมลงที่ผิดกฏหมาย
               ประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นผู้ส่งออกไข่ และผลิตภัณฑ์จากไข่รายใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีประชากรไก่ไข่มากกว่า ๓๐ ล้านตัวในประเทศ วิกฤติการณ์ใหม่สำหรับฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ที่ไว้วางใจบริษัททำความสะอาดโรงเรือนที่เลือกวิธีการกำจัดไรแดง (Red mite) ซึ่งพบได้บ่อยในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก โดยใช้ยาฆ่าแมลงทรงอานุภาพกลุ่มฟิโปรนิล นามว่า เดกา ๑๖ (Dega-16) สอบย้อนกลับไปยังโรงงานผู้ผลิตยาฆ่าแมลงในเบลเยียม โพลทรีย์ วิชั่น (Poultry Vision) จำหน่ายสินค้าไปยังบริษัทรับทำความสะอาดโรงเรือนในฟาร์มสัตว์ปีกดัทช์ชื่อว่า สหายไก่ (ChickFriend) ตอนนี้น่าจะเลิกคบกันได้แล้ว แหล่งที่ผลิตภัณฑ์ถูกปนเปื้อนกำลังสอบสวนอย่างใกล้ชิด ฟาร์มกว่า ๑๘๐ แห่งที่ใช้บริการบริษัทรับทำความสะอาดโรงเรือนถูกปิดตายจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบ บริษัท โพลทรีย์ วิชั่น ในเบลเยียม เป็นผู้จำหน่ายสินค้า เดกา ๑๖ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทำความสะอาดโรงเรือนเลี้ยงไก่ได้ให้กับบริษัทรับทำความสะอาดสหายไก่ สินค้าภาพลักษณ์ดีเป็นมิตรต่อธรรมชาติ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมีส่วนผสมของเมนทอล และยูคาริปตัส แต่ลำพังสูตรยาหม่องน้ำภาพลักษณ์ดีคงไม่ค่อยระคายเคืองศัตรูไรแดงเท่าไร จึงต้องแถมฟิโปรนิลหยอดลงไปหน่อย ตำรวจเบลเยียมลงพื้นที่สอบสวนแล้ว หลักฐานตำตาเป็นถังยาฟิโปรนิล ๖ คิวบิกเมตรนำเข้ามาจากประเทศโรมาเนีย  
ภายหลังจากการเตือนภัยครั้งแรกในเบลเยียม พบว่า ฟาร์มเลี้ยงไก่ดัทช์ ๔ แห่งมีผลบวกต่อสารตกค้างในไข่เกินกว่าระดับสารตกค้างสูงสุดที่ยอมรับได้ ๐.๐๐๕ มิลลิลิกรัมต่อกิโลกรัม แม้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคทันที ฟาร์มที่ผลิตไข่ไก่มีสารตกค้างเหนือกว่าระดับที่กำหนดไว้จะไม่สามารถจำหน่ายในตลาดได้ โดยยาฆ่าแมลงจะสะสมในไขมันที่ช่องท้องของแม่ไก่ได้นานเป็นเวลากว่า ๘ เดือน 
การใช้ยาฟิโปรนิลไม่ได้รับอนุญาตในสัตว์สำหรับบริโภค
               ยาฟิโปรนิลเป็นยากำจัดเห็บ หมัด และไร ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ไม่อนุญาตให้ใช้สำหรับสัตว์สำหรับการบริโภค ยามีฤทธิ์ทำลายระบบประสาทของปรสิตเหล่านี้
               เจ้าพนักงานความปลอดภัยอาหารดัทช์ (NVWA) อ้างว่า ไข่ชุดการผลิตหนึ่งเป็นอันตรายแบบเฉียบพลันต่อผู้บริโภค ขณะที่ ไข่จากเกือบสี่สิบฟาร์มถูกเรียกคืน เนื่องจาก ระดับของยาฟิโปรนิลมีความเสี่ยงต่อเด็กในกรณีที่มีการสะสมของยาเป็นเวลานาน โดยผลจากฟาร์มที่เหลือคาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยอีกไม่นานนี้ จนถึงเวลานี้ ไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายไข่ มูลไก่ หรือแม่ไก่ออกจากฟาร์ม เนื่องจาก ฟาร์มอยู่ในสถานะของการปนเปื้อนสารพิษ และต้องอาศัยบริษัทผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการเคลื่อนย้าย
เบลเยียม และเยอรมันเรียกคืนไข่ดัทช์
               กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมัน (REWE) ตัดสินใจหยุดจำหน่ายไข่จากเนเธอร์แลนด์ทั้งหมด แต่เลือกจำหน่ายสินค้าจากเยอรมันแทน ร้านค้าในเบลเยียมก็เรียกคืนไข่จากเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ดำเนินการสอบสวนแหล่งที่มาต่อไป  สำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งบริเทน (FSA) ยังวางใจได้ เพราะไม่มีการนำเข้าไข่ หรือผลิตภัณฑ์จากไข่ดังกล่าวนำเข้ามาในสหราชอาณาจักร            
เกษตรกรเรียกร้องการสนับสนุนจากรัฐบาล
               เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกชาวดัทช์ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้เรียกร้องของความช่วยเหลือจากรัฐบาล เนื่องจาก สูญเสียรายได้หลายพันยูโรต่อวัน ไข่ไก่ไม่สามารถจำหน่ายได้ เกษตรกรกลายเป็นเหยื่อจากการกระทำของผู้หลอกลวงนอกเหนือความควบคุมของพวกเขาได้ ความเสียหายขยายวงกว้างขึ้นๆ เมื่อโฆฆาของสำนักงานอาหารเน้นย้ำว่า ไม่ให้กินไข่ แม้ว่าจะพยายามถอนคำพูดคืน แต่ก็สายไปเสียแล้ว ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ความตื่นตระหนกของผู้บริโภคกลับคืนมาอีกแล้ว ฟาร์มเกษตรกรหลายรายกำลังเผชิญหน้ากับการล้มละลาย งบสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นสิ่งเดียวที่ต้องการค้ำจุนความอยู่รอดของเกษตกรได้

เอกสารอ้างอิง
Brockötter F. 2017. Belgian-Dutch Fipronil scandal expands. [Internet]. [Cited 2017 Jul 27].
Available from: http://www.poultryworld.net/Home/General/2017/7/Belgian-Dutch-Fipronil-scandal-expands-164304E/
Davies J. and Brockötter F. 2017. Insecticide-tainted egg scandal expands. [Internet]. [Cited 2017 Aug 3].
Available from: http://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2017/8/Insecticide-tainted-egg-scandal-expands-166927E/


ภาพที่ ๑ ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพอาหารตรวจพบยาฟิโปรนิลระดับสูงในไข่ไก่ (แหล่งภาพ: Shutterstock)

วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นกเป็ดน้ำอพยพไม่ใช่แพะนำโรคหวัดนก

นกเป็ดน้ำอพยพไม่ใช่แพะฉันใด นกเป็ดน้ำอพยพก็ไม่ได้เป็นจำเลยนำโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงมายังฟาร์มเลี้ยงไก่ฉันนั้น ตามหลักฐานล่าสุด แสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดรุนแรงสูงคล้ายกับโรคไข้หวัดนกสับไทป์ เอช ๕ ที่สร้างความเสียหายในฟาร์มสหรัฐฯในปี ค.ศ.๒๐๑๔ ถึง ๒๐๑๕ ไม่ได้แอบแฝงอยู่ในนกป่า
 ผลงานวิจัยนำโดยโรงพยาบาลวิจัยเด็กเซนต์จูด พบว่า เป็ดป่า และนกน้ำเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นโฮสต์ตามธรรมชาติสำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงต่ำ โดยแสดงอาการเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เป็นสาเหตุของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง
โรเบิร์ต เวบสเตอร์ นักล่าไวรัสชื่อดัง เชื่อว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในอดีตเป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจของทางการที่จะใช้การกำจัดสัตว์ป่วย และกักกันสัตว์ เพื่อหยุดยั้งการระบาดในฟาร์มสัตว์ปีกปี ค.ศ.๒๐๑๔ ถึง ๒๐๑๕ แต่ผลการวิจัยในอดีตจำเป็นต้องค้นหากลไกการวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสในนกป่า เพื่อทำลายโอกาสที่เชื้อไวรัสจะพัฒนาเป็นชนิดรุนแรงสูง

การระบาดเชื่อมโยงกับเชื้อไวรัสสับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๘
ในการศึกษาที่ตีพิมพ์ในประมวลการประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์นานาชาติ นักวิจัยวิเคราะห์สำลีป้ายเชื้อจากลำคอ และตัวอย่างอื่นๆมากกว่า ๒๒,๐๐๐ ตัวทั้งเป็ดป่า และนกน้ำนานาชนิด ทั้งก่อน ระหว่าง และภายหลังการระบาดของโรคไข้หวัดนกสับไทป์เอช ๕ ช่วงปี ค.ศ. ๒๐๑๔ ถึง ๒๐๑๕ ในฟาร์มสัตว์ปีก
            การระบาดมีความเชื่อมโยงของเชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงสูง สับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๘ ที่แพร่กระจายจากเอเชียไปยังอเมริกาเหนือโดยนกน้ำอพยพ เชื้อไวรัสสับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๘ เกิดการรีแอสซอร์ต หรือแลกเปลี่ยนยีนส์กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดอื่นๆในนกน้ำจากอเมริกาเหนือจนทำให้เกิดการระบาดของโรคในฟาร์มสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ และหลังบ้านกว่า ๒๔๘ ฝูงในสหรัฐฯ และคานาดา สร้างความเสียหายเกือบ ๑.๕ แสนล้านบาท

การกำจัดสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ
            เจ้าหน้าที่รัฐฯ จัดการโรคระบาดโดยการกักกันสัตว์ป่วย และกำจัดส่วนปีกที่ติดเชื้อ โดยรายสุดท้ายที่มีรายงานพบในเดือนมิถุนายน ค.ศ. ๒๐๑๕ สองปีที่ผ่านมา มีความวิตกกังวลว่า เชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงสูงจะหวนกลับคืนสู่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกอีกครั้งโดยนกน้ำอพยพที่นำเชื้อไวรัสมาสู่ฟาร์ม
             แต่ผลการศึกษากลับไม่เคยพบนกน้ำอพยพติดเชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงสูง ทั้งจากการศึกษาในคานาดา เส้นทางอพยพทางมิสซิซซีปี และตามชายฝั่งแอตแลนติก การเก็บตัวอย่างโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย มหาวิทยาลัยโอไฮโอ โดยได้รับทุนวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัย และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก โดย ศ. เวบสตอร์ กล่าวว่า ไม่พบเชื้อไวรัสจากนกป่ามากกว่าแสนตัวนับตั้งแต่การเฝ้าระวังโรคได้เก็บตัวอย่างนับตั้งแต่การเก็บครั้งแรกเมื่อ ๔๓ ปีที่แล้ว

การควบคุม และกำจัดโรค  
            ภูมิคุ้มกันในร่างกายนกป่าเป็นเหตุผลสำคัญที่อธิบายว่า ทำไมเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เอ ไม่สามารถแอบแฝงในประชาการนกป่าได้ แต่ยังต้องศึกษาทำความเข้าใจกลไกดังกล่าว เพื่อวางแผนการป้องกัน ควบคุม และกำจัดเชื้อไวรัสอันตรายที่เป็นภัยต่อฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่แห่งอื่นๆของโลกเพื่อความมั่นใจมากขึ้นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
McDougal T. 2017. High path AI may not persist in wild birds. [Internet]. [Cited 2017 Jul 28]. Available from: http://www.poultryworld.net/Health/Articles/2017/7/High-path-AI-may-not-persist-in-wild-birds-164916E/


ภาพที่ ๑ นกเป็ดน้ำอพยพพ้นมลทินที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวนำโรคไข้หวัดนกให้ฟาร์มเลี้ยงไก่สหรัฐฯ (แหล่งข้อมูล: Wikimedia/Bert de Tilly)


เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...