วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566

โรงงานไส้กรอกรัสเซียเปลี่ยนจากเนื้อไก่เป็นเนื้อหมู

 ผู้ผลิตเนื้อรัสเซียเปลี่ยนสูตรการผลิตไส้กรอก โดยยกเลิกการใช้เนื้อสัตว์ปีกเป็นเนื้อสุกรให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เนื่องจาก ขาดแคลนเนื้อสัตว์ปีก อันเป็นผลมาจากราคาที่ดีดตัวสูงขึ้นในตลาด ผู้ผลิตเนื้อรัสเซียซื้อเนื้อสัตว์ปีกด้วยราคา ๗๒ บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ ร้านค้าปลีกจำหน่ายที่ราคา ๖๒.๔๑ บาทต่อกิโลกรัม 

               ในรัสเซีย เนื้อไก่ถูกส่งให้กับร้านค้าปลีกเป็นแห่งแรกก่อนส่งไปให้โรงงานฯ สาเหตุที่เกิดการขาดแคลนเนื้อไก่ เนื่องจาก การบริโภคเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่เป็นโปรตีนที่มีราคาย่อมเยาที่สุด ดังนั้น ความต้องการเนื้อไก่ในรัสเซียเติบโตจึงมากกว่าการผลิต

ความย้อนแย้งทางการตลาด

               ผลการศึกษาร่วมโดยรัสเซียทิงค์ เอนเท็ค และธนาคารการเกษตรในรัสเซีย แสดงให้เห็นว่า ราคาขายส่งโดยเฉลี่ยของเนื้อไก่ในรัสเซียช่วงต้นเดือนกรกฏาคมประมาณ ๖๖.๓๔ บาทต่อกิโลกรัม ปีที่ผ่านมา ราคากระโดดขึ้นร้อยละ ๒๔ ขณะเดียวกันราคาเนื้อหมูราว ๔๘.๓๔ บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าปีที่แล้วแค่ร้อยละ ๘ เท่านั้น เนื้อสุกรราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ปีกแล้ว เป็นสถานการณ์ทางการตลาดที่มีความย้อนแย้งอย่างมาก ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรรัสเซีย ยังไม่แสดงความกังวลแต่อย่างใด และเห็นว่า สถานการณ์การตลาดอาหารในรัสเซียยังคงมีเสถียรภาพ และราคาที่แพงขึ้นส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวโน้มของภาวะเงินเฟ้อโดยทั่วไป

โรคไข้หวัดนกเป็นเหตุให้ราคาผันผวน

               ช่วงเริ่มฤดูกาลเทศกาลอาหารบาร์บีคิว และวันหยุดยาว อาจจะกระตุ้นความต้องการตลาดเนื้อสัตว์ปีกสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการผลิตภายในประเทศ แต่ยังไม่เห็นภาพสะท้อนทางสถิติอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนก ๕๔ ครั้งในประเทศ สถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ในครึ่งปีแรกของปีนี้โรคไข้หวัดนกเกิดการระบาดไปแล้ว ๖๐ ประเทศ ในบางพื้นที่อย่างเคิร์ส และโวโรเนส การผลิตสัตว์ปีกลดลงเล็กน้อยช่วงต้นปี

เอกสารอ้างอิง

Global Poultry Sector Authors. 2023. Russian sausage manufacturers switch from poultry to pork. [Internet]. [Cited 2023 Aug 2]. Available from: https://www.poultryworld.net/the-industrymarkets/processing/russian-sausage-manufacturers-switch-from-poultry-to-pork/  

ภาพที่ ๑ โรงงานผลิตไส้กรอกรัสเซียเปลี่ยนจากเนื้อไก่เป็นเนื้อหมู (แหล่งภาพ Wedzerai M., 2023)



วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566

อังกฤษเปลี่ยนแผนออดิตฟาร์มสัตว์ปีก

 สมาชิกของระบบประกันคุณภาพฟาร์มสัตว์ปีก รายสำคัญที่สุดในอังกฤษเร้ดแทร็กเตอร์ เปลี่ยนแปลงแผนการตรวจประเมินอย่างน้อย ๒ ครั้งในเวลา ๒๔ เดือน

อย่างน้อยจะมีการตรวจประเมินที่ฟาร์ม ๑ ครั้งโดยระบบเร้ดแทร็กเตอร์ เพื่อปรับวิธีการตรวจประเมินสัตว์ปีกให้สอดคล้องกับระบบความปลอดภัยระดับสูงในอุตสาหกรรม เลน การ์ดเนอร์ ประธานภาคสัตว์ปีกของเร้ดแทร็กเตอร์ เน้นย้ำเหตุผลสำหรับการเปลี่ยนแปลงความถี่ในการตรวจประเมิน ตามจดหมายถึงสมาชิกมีรายละเอียดเกี่ยวกับการแสดงความเห็นใจต่อผู้ผลิตสัตว์ปีกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับปัญหาโรคโควิด ๑๙ โรคไข้หวัดนก เบร็กซิต และภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจาก ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เร้ดแทร็กเตอร์คำนึงถึงคำมั่นสัญญาต่อผู้บริโภค ในสถานการณ์ที่โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้น ภาคสัตว์ปีกเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้องแล้วที่ยกระดับการจัดการความเสี่ยงไว้ในระดับที่สูงโดยพึ่งพาระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ

เมื่อระบบประกันคุณภาพที่ฟาร์ม ได้วิวัฒนาการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในอังกฤษ เร้ดแทร็กเตอร์ให้คำสัญญากับผู้บริโภคที่จะให้ระบบการตรวจประเมินเพื่อตรวจสอบฟาร์มเป็นประจำทุกปี ปัจจุบัน สถานการณ์โรคโควิดได้คลี่คลายไปแล้ว เร้ดแทร็กเตอร์จึงกลับไปทำงานได้เหมือนกับปีที่ผ่านมา ร่วมกับเพื่อสมาชิกตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตสัตว์ปีกในอังกฤษเพื่อพัฒนาระบบการตรวจประเมินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเฉพาะ ตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ

เร้ดแทร็กเตอร์ได้พบวิธีที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับรอบการตรวจประเมิน เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับสมาชิก จากการทบทวนการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องว่าวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทวนสอบความสอดคล้องต่อมาตรฐานของเร้ดแทร็กเตอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และเกิดประสิทธิภาพ เร้ดแทร็กเตอร์จะตรวจติดตามความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาสองปีต่อไปนี้ ควบคู่ไปกับการมองหาวิธีการพัฒนาระบบของเร้ดแทร็กเตอร์โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และสติปัญญาด้านต่างๆ โดยอาศัยมุมมองด้านความเสี่ยงในอนาคตทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม และความต้องการผู้บริโภคในอนาคต

ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน และกลางเดือนเมษายน การตรวจประเมินอาจจะยังไม่สามารถทำได้ในพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรคไข้หวัดนกระหว่างฟาร์ม อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการภาคสัตว์ปีกเห็นชอบร่วมกันว่า หากจำเป็นก็ต้องตรวจประเมินที่ฟาร์มภายในช่วงเวลาดังกล่าว และภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ เช่น ภายในช่วงเวลา ๗๒ ชั่วโมงก่อนการจับไก่ หรือในฟาร์มที่ผู้ตรวจประเมินไม่ได้เข้าไปในพื้นที่เลี้ยงสัตว์โดยตรง เนื่องจาก จับไก่ไปหมดแล้ว เช่น ฟาร์มไก่พันธุ์ หรือไก่งวง

 รอบการเลี้ยงใหม่ ฟาร์มสมาชิกไม่ควรคาดหวังว่าจะได้ตรวจประเมินที่โรงเรือนเดียวกันไปทุกปี คาบเวลาสูงสุดระหว่างการตรวจประเมินจะไม่เกิน ๒๑ เดือน และไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน        

เอกสารอ้างอิง

Mcdougal T.  2023. Audit cycle changes for poultry across major UK farm assurance scheme. [Internet]. [Cited 2023 Jul 21]. Available from: https://www.poultryworld.net/the-industrymarkets/market-trends-analysis-the-industrymarkets-2/audit-cycle-changes-for-poultry-across-major-farm-assurance-scheme/

ภาพที่ ๑ อังกฤษเปลี่ยนแผนออดิตฟาร์มสัตว์ปีก (แหล่งภาพ Michel Sweeter)



วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ไข่ไก่ราคาแพงทั่วโลก

 ขณะที่ไข่ไก่ถูกมาเกือบสองปีภายหลังทำลายสถิติสูงเป็นประวัติศาสตร์มาแล้ว ราคาไข่ไก่ทั่วโลกยังไม่สามารถกลับไปสู่ช่วงเวลาก่อนที่ราคาถูกเหมือนเดิมได้

ราคาไข่ไก่ทั่วโลกคาดว่าจะยังคงเพิ่มสูงจนถึงปี พ.ศ.๒๕๖๗ เนื่องจาก การระบาดของโรคไข้หวัดนกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาอาหารสัตว์แพง กฏระเบียบของภาครัฐ และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูง อ้างอิงตามบริษัทด้านการเงินราโบแบงค์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาไข่ไก่เริ่มต้นลดลงในบางตลาด เช่น สหรัฐฯ แต่ราคาไข่ไก่ในประเทศอื่นๆทั่วโลกส่วนใหญ่จะลอยตัวต่อไปจนถึงปีถัดมา ข้อยกเว้นที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งราคาไข่ไก่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นสำคัญคือ ผู้บริโภคลดการบริโภคไข่ไก่ลงในช่วงที่มีการเปลี่ยนจากระบบการผลิตเป็นไม่ใช้กรงตับ ขณะที่ ระบบการผลิตแบบเดิมยังคงดำเนินการผลิตได้ ส่งผลให้ผลผลิตสูง ขณะเดียวกัน การระบาดของโรคไข้หวัดนกในฟาร์มลดลงอย่างทันทีทันใดยิ่งทำให้ผลผลิตออกมาเกิดความคาดหมาย ราคาไข่ไก่คาดว่าจะฟื้นตัวในไม่ช้า เมื่อสมดุลตลาดกลับมาอีกครั้ง

สถานการณ์ในสหรัฐฯ ตรงกันข้ามกับประเทศอื่นๆทั่วโลก ราคาไข่ไก่ทั่วโลกยังคงสูง และลอยตัวในตลาด เนื่องจาก การระบาดของโรคไข้หวัดนก ต้นทุนอาหารสัตว์แพง และการเปลี่ยนแปลงของกฏระเบียบภาครัฐ ในตลาดอื่นๆ ราคาจะลดลงแต่จะไม่ลงจนถึงระดับก่อนปี พ.ศ.๒๕๖๔ ขณะที่ ต้นทุนสูงขึ้นอย่างช้าๆจะส่งผลให้ราคายังคงสูงขึ้น

ภายนอกสหรัฐฯ

               ผู้ผลิตไข่ไก่ทั่วโลกเผชิญหน้ากับปัญหาโรคระบาด ต้นทุนสูง และกฏระเบียบของภาครัฐ ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิต และต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น อ้างอิงตามราโบแบงค์ การระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง ในห้วงเวลาที่จำนวนแม่ไก่ไข่ยังคงน้อย เช่น ญี่ปุ่น ส่งผลให้ราคาไข่ไก่ลอยตัวต่อไป

               ในอดีต เชื้อไวรัสมักหายไปในช่วงฤดูร้อนภายหลังการอพยพของนกป่า อย่างไรก็ตาม โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง ได้แพร่กระจายไปยังนกชนิดอื่นๆ และคงอยู่เป็นเวลานานกว่าที่คาดหมายเอาไว้มาก ราคาอาหารสัตว์คาดว่าจะทะยานสูงขึ้นตลอดปี ราโบแบงค์คาดการณ์ว่า พฤษภาคมนี้ ราคาอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลงร้อยละ ๑๐ จากปีที่แล้วที่ราคาแพง แต่ยังคงสูงกว่าปี พ.ศ.๒๕๖๓ ร้อยละ ๕๐

               อัตราเงินเฟ้อยังส่งผลกระทบต่อผู้ผลิต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ และการขยายตัวของอุตสาหกรรม นอกจากนั้น ราโบแบงค์เชื่อว่า การขยายตัวของอุตสาหกรรมจะลดลง เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฏระเบียบ เช่น การค้าในยุโรปปัจจุบันได้รับผลกระทบแล้วจากกฏระเบียบว่าด้วยการคัดทิ้งลูกไก่เพศผู้  นอกจากนั้น เนเธอร์แลนด์ก็ยังไม่สามารถขยายการผลิตต่อไปได้ เนื่องจาก กฏระเบียบว่าด้วยการลดการปลดปล่อยแก๊สไนโตรเจน ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อเยอรมัน เนื่องจาก เป็นผู้ผลิตหลักให้แก่เนเธอร์แลนด์ด้วยเช่นกัน   

เอกสารอ้างอิง

Johnson M.  2023. US the exception to globally high egg prices through 2024. [Internet]. [Cited 2023 Jul 25]. Available from: https://www.wattagnet.com/egg/article/15542996/us-the-exception-to-globally-high-egg-prices-through-2024

ภาพที่ ๑ ไข่ไก่ราคาแพงทั่วโลก (แหล่งภาพ Slobo Mitic | iStockPhoto.com)



วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

แพลตฟอร์มใหม่วัคซีนสัตว์ปีก

โรคระบบทางเดินอาหารในสัตว์ปีก เช่น โรคบิด และลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย เป็นสิ่งท้าทายสำหรับกาผลิตเนื้อสัตว์ปีก และไข่อย่างยั่งยืนทั่วโลก ล่าสุด วิทยาลัยสัตวแพทย์พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย โดยอาศัยเวกเตอร์เป็นเชื้อบิดไส้ตัน

การผลิตเนื้อสัตว์ปีกที่เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าตัวภายในสองทศวรรษ โดยเฉพาะ ประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง กระตุ้นให้เกิดการเลี้ยงฝูงสัตว์ปีกแบบเข้มข้น และสัตว์ปีกหลังบ้านที่มีความไวรับต่อการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต โรคระบบทางเดินอาหารได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจาก ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สวัสดิภาพสัตว์ และมีโอกาสเกิดโรคติดต่อสู่คน

การอุบัติใหม่ของโรค

               การใช้ยาปฏิชีวนะผสมอาหารสำหรับควบคุมโรคลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตายจากเชื้อ คลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมบวก และสร้างสปอร์ โรคนี้กลายเป็นโรคอุบัติใหม่ในภาคการผลิตสัตว์ปีกสหรัฐฯ ภายหลังการแบนยากันบิดกลุ่มไอโอโนฟอร์

               วิทยาลัยสัตวแพทย์ รายงาน การเพิ่มขึ้นของโรคลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตายจาก ๖.๙ หมื่นบาทในปี พ.ศ.๒๕๔๓ เป็น ๒ แสนล้านบาทในปี พ.ศ. ๒๕๕๘

ปัจจัยโน้มน้ำที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมของระบบทางเดินอาหาร เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมให้เชื้อ คลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ ให้เจริญเติบโต และก่อโรคลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย ปัจจัยเหล่านี้รวมถึง การติดเชื้อร่วมกับเชื้อโรคอื่นๆ เช่น บิด ความเครียด การกดภูมิคุ้มกัน และโภชนาการ

วิทยาลัยสัตวแพทย์นำโดย เวอร์จิเนีย มารูแกน-เฮอร์นาเดส ตั้งสมมติฐานว่า การป้องกันปัจจัยโน้มนำสำคัญ เช่น บิดไส้ตัน ร่วมกับการให้วัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับควบคุมโรคในไก่

กลยุทธ์ใหม่

               นักวิจัยสร้างวัคซีนต้นแบบ ๒ ชนิด สำหรับป้องกันเชื้อ ค. เพอร์ฟริงเจนส์ โดยการการดัดแปลงพันธุกรรมการถ่ายฝากยีนไปยังเชื้อบิดไส้ตัน เชื้อต้นแบบที่เป็นพาหะของเชื้อบิดสามารถผลิตแอนติเจนต่อเชื้อ ค. เพอร์ฟริงเจนส์ โดยกลไกการเพิ่มจำนวนเชื้อไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เมื่อให้ด้วยทางปาก

               การตอบสนองทางภูมิคุ้มก้นต่อเชื้อ ค. เพอร์ฟริงเจนส์ เมื่อให้วัคซีนต้นแบบทางปาก ประสิทธิภาพของวัคซีนต้นแบบทัดเทียมกับระบบการ expression ด้วยวิธีอื่นๆ รวมถึง วิธีการให้ด้วยการฉีดอีกด้วย การให้วัคซีนต้นแบบทางปาก เชื่อว่า ช่วยให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกนดีขึ้นกว่าการฉีด เนื่องจาก เป็นการมุ่งเป้าหมายไปที่ลำไส้โดยตรง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เชื้อ ค. เพอร์ฟริงเจนส์ ก่อให้เกิดโรคลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตายตามธรรมชาติ ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ดีขึ้น และเป็นวิธีการให้ในฝูงสัตว์จำนวนมากได้ง่ายและสะดวก 

               สำหรับพันธมิตรของโครงการอย่าง เอ็มเอสดี แอนนิมัลเฮลธ์ ผู้ผลิตวัคซีนปีกรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนต้นแบบในสัตว์ทดลองด้วยการป้อนเชื้อพิษทับ ข้อมูลจากการทดลองหลายครั้งกำลังออกมาและเปิดเผยให้เห็นถึงโอกาสของวัคซีนสัตว์ปีกชนิดใหม่ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์จำนวนมากพร้อมกัน

               โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาวัคซีนโดยอาศัยเชื้อบิด เพื่อป้องกันไก่จากโรคอื่นๆ โดยนำร่องวัคซีนต้นแบบจากโรคอุบัติซ้ำอย่างลำไส้อักเสบแบบมีเนื้อตาย เชื่อว่าในอนาคตจะหันไปพัฒนาวัคซีนแบบเดียวกันสำหรับป้องกันเชื้อที่ติดต่อสู่มนุษย์ ซึ่งมีความสำคัญทั้งในประเทศรายได้สูง ปานกลาง และต่ำ เช่น แคมไพโลแบคเตอร์ และ ซัลโมเนลลา ต่อไปได้  

เอกสารอ้างอิง

Mcdougal T.  2023. Development of poultry vaccine platform. [Internet]. [Cited 2023 Jul 7]. Available from: https://www.poultryworld.net/health-nutrition/health/development-of-poultry-vaccine-platform/

ภาพที่ ๑ แพลตฟอร์มใหม่วัคซีนสัตว์ปีก (แหล่งภาพ Сергей)



วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

อียูพิจารณาใช้แบคเทอริโอฝาจลดเชื้อดื้อยาในสัตว์ปีก

เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฏาคมที่ผ่านมา กลุ่มฝาจอียู (PhageEU) ได้จัดการสัมมนาออนไลน์โดยระดมผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นต่อการใช้ฝาจในอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีก 

ในอนาคต การใช้เทคโนโลยีฝาจในสารเติมอาหารสัตว์กำลังได้รับการอนุญาตให้ใช้โดยคณะกรรมาธิการยุโรป เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ของฝาจในสัตว์ปีก และสัตว์เลี้ยงปศุสัตว์อื่นๆ การสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะหารือกันถึงสิ่งท้าทายทางวิชาการต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์แบคเทอริโอฝาจ อุปสรรคด้านกฏระเบียบในยุโรปสำหรับหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ รวมถึง การวิเคราะห์ข้อถกเถียงทางการเมืองล่าสุดในสภายุโรป และมุมมองต่ออนาคต

เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ

               ฝาจเป็นที่ยอมรับทางวิชาการว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการต่อสู้กับเชื้อดื้อยา จากรายงานของฝาจอียู (Phage EU) การสัมมนาออนไลน์มีประเด็นที่น่าสนใจต่อการใช้งานแบคเทอริโอฝาจเป็นส่วนหนึ่งของกรอบโครงการที่ท้าทายอย่างเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ และนโยบายสุขภาพหนึ่งเดียวในสหภาพยุโรป

อุปสรรคในการพัฒนาฝาจชนิดคอคเทล

               ดร.อะลิสัน ลอว์ จากสถาบันโรสลิน มหาวิทยาลัยเอดินเบิร์ก แสดงความเห็นถึง การคัดเลือกฝาจสำหรับการควบคุมการติดเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างมีเป้าหมาย อาจเป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับการบำบัดด้วยฝาจ นักวิจัยจากสถาบันโรสลินใช้เทคนิคด้านจีโนมิกสำหรับพยากรณ์ฝาจชนิดคอคเทลจากลำดับดีเอ็นเอที่สามารถติดเชื้อเข้าสู่แบคทีเรียได้

แบคเทอริโอฝาจชนิดคอคเทล เป้าหมายไปที่เชื้อ ซัลโมเนลลา ในสัตว์ปีก

               ดร.เอลินอร์ แมคคาร์ทนีย์ ผู้อำนวยการด้านวิชาการของ เพนแอนด์เทค คอนซัลติ้ง นำเสนอกรณีศึกษาของแบคเทอริโอฝาจสำหรับกระบวนการขึ้นทะเบียนของ บาฟาซาล ซึ่งเป็นคอคเทลของแบคเทอริโอฝาจผลิตโดยบริษัท โปรตีนออน ฟาร์มาซูติคอล และใช้เป็นสารเติมอาหารสัตว์เพื่อเป้าหมายที่เชื้อ ซัลโมเนลลา นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสหภาพยุโรป

               ภายหลังการตรวจสอบอย่างละเอียดจากทั้งสำนักความปลอดภัยอาหารยุโรป หรือเอฟซา และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.๒๕๖๖ เอฟซา สรุปความเห็นทางวิชาการยืนยันถึงประสิทธิภาพของ บาฟาซาลต่อเชื้อซัลโมเนลลา ได้หลากหลายซีโรไทป์ หลังจาก บาฟาซาล ได้รับรองในสหภาพยุโรปแล้ว ก็จะเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนานวัตกรรมแบคเทอริโอฝาจชนิดอื่นๆในสัตว์ปีก และปศุสัตว์อื่นๆต่อไป รวมถึง การควบคุมเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในสัตว์เลี้ยง และมนุษย์ 

การเมืองเรื่องของฝาจ

               ความสนใจต่อการบำบัดด้วยฝาจจากผู้มีอำนาจตัดสินในสหภาพยุโรป ได้รับการยืนยันจาก มาร์กาเร็ตตา พริสบีลา ที่ปรึกษาสหภาพยุโรป และตัวแทนกลุ่มฝาจอียู สืบเนื่องจากปัญหาแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ และนโยบายสุขภาพหนึ่งเดียว ต่อยอดไปถึงการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และระบบการจัดการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายสำคัญในสหภาพยุโรป จึงเป็นโอกาสของฝาจในการยกขึ้นมาหารือกันในกลุ่มฝาจอียู

                  ศาสตราจารย์ จารอสลอว์ แดสทิค ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท โปรตีนออน ฟาร์มาซูติคอล และสมาชิกผู้ร่วมก่อนตั้งฝาจอียู ย้ำว่าเมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับการอนุญาต กระบวนการขึ้นทะเบียน และการถกเถียงทางการเมือง เรียบร้อยแล้ว อุปสรรคต่อไปคือ การยอมรับและการระมัดระวังในการใช้เทคโนโลยีของฝาจอย่างปลอดภัย  

เอกสารอ้างอิง

Kinsley. N.  2023. The brink of a phage paradigm shift in the EU?. [Internet]. [Cited 2023 Jul 18]. Available from: https://www.poultryworld.net/health-nutrition/health/the-brink-of-a-phage-paradigm-shift-in-the-eu/

ภาพที่ ๑ ทิศทางแบคเทอริโอฝาจในยุโรป  (แหล่งภาพ Hans Princes) 




วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

แค่เปลี่ยนเป็นระบบเลี้ยงกรงใหญ่ ไม่ได้ช่วยสวัสดิภาพสัตว์ดีไปด้วย

 การเปลี่ยนระบบการผลิตไข่ไก่ให้มีสวัสดิภาพสัตว์ต้องทำมากกว่าการยกเลิกขังกรง และเลี้ยงแม่ไก่ในระบบการเลี้ยงแบบกรงใหญ่ (aviary system) ยังมีสิ่งสำคัญต่างๆอีกหลายประการ รวมทั้ง นักสัตวบาลมืออาชีพ และการจัดการอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันประเด็นใหม่ด้านสวัสดิภาพสัตว์

นับตั้งแต่กรงตับถูกแบนตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๕ เป็นต้นมา ผ่านมาแล้วสิบเอ็ดปี ผู้เลี้ยงไก่ไข่ในเนเธอร์แลนด์มีประสบการณ์ขึ้นอย่างมากในระบบโรงเรือนทางเลือกใหม่นี้ แม้ว่าระบบกรงตับ หรือเอนริชเคจ (enriched cage) ในอีกชื่อหนึ่งยังอนุโลมให้ใช้ได้ในเวลานั้น ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ก็หันไปใช้ระบบกรงใหญ่ หรือระบบอะเวียรี กันไปแล้ว การตัดสินใจใช้ระบบโรงเรือนที่ให้ความสำคัญกับหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นส่งผลต่อผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วโลก ปัญหาของหลักสวัสดิภาพสัตว์ใหม่นี้รออยู่ข้างหน้า ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องเตรียมตัวคิดรับมือกับอุปสรรคไว้ล่วงหน้า 

ระบบการเลี้ยงไก่ไข่แบบกรงตับยังเป็นระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับการผลิตโปรตีน แต่ไม่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง ในเวลานี้ภาคสังคมในประเทศต่างๆทั่วโลกไม่ยอมรับระบบการเลี้ยงเช่นนี้อีกแล้ว ระบบการเลี้ยงไก่ไข่แบบกรงตับถูกแบนในยุโรป และกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุโรปตะวันออก และสหรัฐฯ โดยเฉพาะในพื้นที่ของโลกที่กำลังมั่งคั่งเพิ่มขึ้น เช่น ยุโรปตะวันออก เอเชีย และจีน ประชาชนเรียกร้องสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น ประเทศสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มั่งคั่งอยู่แล้ว แต่หลักสวัสดิภาพสัตว์ยังได้รับการให้ความสำคัญในระดับรองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนแปลงไป ภายหลังการลดยาปฏิชีวนะลง หรือไม่ใช้แล้วเป็นประเด็นสำคัญในการผลิตไก่เนื้อ ภาคสังคมก็ต้องการให้ยกเลิกการเลี้ยงไก่ไข่ในระบบกรงตับได้แล้ว

ระบบการจัดการต่างๆ

               ผู้เลี้ยงไก่ไข่เปลี่ยนจากระบบกรงตับเป็นระบบกรงใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีการเลี้ยงที่ไม่เป็นผลดีต่อสวัสดิภาพสัตว์นัก หากผู้เลี้ยงยังไม่เปลี่ยนวิธีการจัดการให้เหมาะสมไปด้วย เช่น ระยะการเลี้ยงแม่ไก่ต้องไปด้วยกันกับระบบและการจัดการของผู้เลี้ยง หากไม่เหมาะสมก็อาจพบปัญหาความเสียหายต่อกระดูกอก (keel bone damage) เป็นต้น

               แต่ถึงแม้ว่า แม่ไก่จะได้รับการฝึกอย่างดีตั้งแต่ในฟาร์มไก่รุ่น ก็ยังมีโอกาสพบได้ที่ระบบการเลี้ยงกรงใหญ่ หากแม่ไก่เผชิญอุปสรรคบางอย่างจากการจัดการที่ไม่ได้ปรับไปด้วย การเลี้ยงไก่ในกรงตับ แล้วย้ายไปสู่ระบบการเลี้ยงแบบกรงใหญ่เป็นต้นตำรับสำหรับความหายนะ ระบบการเลี้ยงกรงใหญ่ต้องเพิ่มความเอาใจใส่กับพฤติกรรมแม่ไก่อย่างมาก ความเสี่ยงต่อการจิกกันเอง หรือพฤติกรรมกินกันเองมีแนวโน้มสูง การเปลี่ยนระบบการเลี้ยงเป็นระบบใหม่นี้จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะ ความแตกต่างอย่างมากระหว่างแม่ไก่ขนสีขาว และสีน้ำตาล ในตอนแรก ผู้เชี่ยวชาญก็เข้าใจไปว่า แม่ไก่สีขาวน่าจะเลี้ยงในระบบกรงใหญ่ได้ยากกว่าแม่ไก่สีน้ำตาลอย่างมาก แต่กลายเป็นตรงกันข้าม แม่ไก่ขนสีขาวปรับตัวให้เข้ากับระบบใหม่นี้ได้ง่ายกว่า พบไข่พื้นที่ฟาร์มน้อยกว่าแม่ไก่สีน้ำตาล เหตุผลมาจากแม่ไก่สีขาวเคลื่อนเข้าหารังไข่ได้ง่ายกว่า การฝึกกินน้ำระหว่างการเลี้ยงก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับไก่รุ่นสีน้ำตาล เพื่อให้มั่นใจว่า แม่ไก่ในระยะให้ผลผลิตจะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และราบรื่น

ชนิดของระบบการเลี้ยง

               ระบบ นิโว วาเรีย ที่มีให้เลือกหลากหลายในตลาดเป็นระบบที่ดีที่สุดสำหรับสอนแม่ไก่ให้ปรับตัวเข้ากับระบบกรงใหญ่ได้ ด้วยระบบเหล่านี้ ผู้เลี้ยงสามารถยกทุกสิ่งขึ้นไปได้ไม่ว่าจะเป็นระบบให้น้ำ ระบบให้อาหาร และพื้นโรงเรือน  ระบบ นิโว วาเรีย ยังสามารถทำงานได้กับพื้นที่พับเก็บได้ แต่ก็อาจจะปรับเปลี่ยนรูปแบบได้น้อยลง ในกรณีที่ต้องยกระบบให้น้ำ ระบบให้อาหาร และพื้นโรงเรือน เนื่องจากใช้การยึดตรึงกับโครงสร้างโรงเรือนมากขึ้น

               ระบบการเลี้ยงแบบกรงใหญ่เป็นแถว (row aviaries) เป็นระบบที่ผู้เลี้ยงชาวดัทช์นิยมใช้สำหรับเลี้ยงไก่รุ่น ข้อดีของระบบนี้คือ เคลื่อนย้ายได้ง่าย และต้นทุนต่อตัวสัตว์ต่ำกว่า เนื่องจาก ผู้เลี้ยงสามารถลงไก่รุ่นต่อตารางเมตรบนพื้นโรงเรือนได้เพิ่มขึ้น

               ระบบกรงใหญ่ในยุโรปเพิ่งเริ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง โดยเฉพาะกับแม่ไก่สีน้ำตาล บางครั้งได้เพิ่มสะพานลอย เพื่อให้แม่ไก่สามารถเดินขึ้น และเคลื่อนที่ได้ง่ายกว่าเดิม มีการเพิ่มไลน์น้ำเหนือพื้นโรงเรือนที่ยกขึ้นลงได้ในพื้นที่คอกระหว่างระบบกรงใหญ่

               การติดตั้งไลน์น้ำพิเศษ เป็นการบังคับให้แม่ไก่ออกจากระบบนี้ และเดินหาที่กินน้ำแห่งอื่น ข้อด้อยคือ ส่งผลให้ความสม่ำเสมอของฝูงลดลง ระบบการเลี้ยงกรงใหญ่ล่าสุดเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับแม่ไก่มากขึ้นยังจำเป็นต้องพัฒนาต่อไป เช่น บิ๊กดัทช์แมน ได้พัฒนาระบบใหม่เป็นระบบกรงใหญ่แบบฟิเลีย ซึ่งสามารถยกขึ้นลงรางน้ำในระบบให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นได้      

               ความแตกต่างระหว่างแม่ไก่สีขาวและน้ำตาลสำหรับระบบกรงใหญ่ จะเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะเลือกแม่ไก่ที่เหมาะสมกับระบบ แต่ความนิยมของตลาด และวัฒนธรรมการบริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศก็มีความสำคัญ มีทั้งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ชื่นชอบไข่สีขาวมากกว่า และชื่นชอบไข่สีน้ำตาลมากกว่า ทั้งนี้เป็นความแตกต่างในแต่ละประเทศ หรือภูมิภาค เช่น ตอนกลางของเนเธอร์แลนด์ชื่นชอบไข่สีน้ำตาล ตอนใต้ของประเทศกลับผลิตไข่สีขาวมากกว่า เช่นเดียวกับเยอรมัน บางภูมิภาคก็ชอบไข่สีขาว บางภูมิภาคก็ชอบไข่สีน้ำตาล

ความเสี่ยงต่อโรค

               ข้อด้อยของการเลี้ยงไก่ไข่ในระบบกรงใหญ่คือ สัตว์มีโอกาสสัมผัสกับขี้ไก่ นั่นคือแม่ไก่มีความเสี่ยงต่อโรคแบคทีเรีย หรือปรสิตมากขึ้นกว่าระบบกรงตับอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ระบบกรงใหญ่มีโครงเหล็กจำนวนมาก ซึ่งมีซอกมุมที่ไรแดงสามารถซ่อนตัวอยู่ได้ ดังนั้น ระบบคิว-เพิร์ช จากเวนโคมาติกจึงได้พัฒนาขึ้นใช้ในยุโรป โดยใช้คอนเกาะที่มีลวดไฟฟ้าอยู่ข้างใน หากแม่ไก่นั่งอยู่ที่ชั้นบนสุดของระบบเวลากลางคืน ก็จะมีพื้นที่อย่างเพียงพอ และมีคอนคิว-เพิร์ชใช้อย่างเพียงพอ ไรแดงไม่สามารถเข้าถึงตัวแม่ไก่ได้ เนื่องจาก มีกระแสไฟฟ้าในลวด ข้อเสียของการยกเลิกกรงตับอีกประการหนึ่งคือ โรคที่เคยไปตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ กลับมาระบาดใหม่ในยุโรป เช่น โรคแบล็คเฮด อีริซิเพลาส พาสจูเรลลา หวัดหน้าบวม และพยาธิแคพิลลาเรีย เป็นต้น

               นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการแล้ว ยุโรปบางประเทศ เช่น สแกนดิเนเวีย เยอรมัน ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ก็ออกมาตรการยกรับสวัสดิภาพไก่ไข่ เช่น ยกเลิกการตัดปาก อย่างไรก็ตาม กลับไปส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์กลายเป็นสร้างปัญหาที่เลวร้ายไปอีกจากการจิกกันเอง และพฤติกรรมการกินกันเอง ผู้ผลิตจำเป็นต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เช่น เพิ่มความหนาของนิปเปิ้ล เพื่อให้มีพื้นที่กินน้ำเพิ่มขึ้น และสัดส่วนของแม่ไก่ต่อนิปเปิ้ลน้อยลง หรือเริ่มต้นด้วยการใช้พลาซอง หรือรางน้ำ หรือใช้ถ้วยน้ำไปก่อน สัดส่วนของอุปกรณ์การให้น้ำมีความสำคัญสำหรับแม่ไก่ที่ถูกตัดปากอย่างมาก โครงสร้างของอาหารสัตว์ก็สำคัญเช่นกัน ไม่ควรมีความแตกต่างระหว่างส่วนอาหารสัตว์ที่ละเอียดและหยาบมากนัก หากไม่เป็นเช่นนั้น ไก่ก็อาจจะเลือกกิน และไม่ได้รับแร่ธาตุและวิตามินบางชนิดอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม หรือลดการไซร้ขน ที่สำคัญควรมีวัสดุที่ช่วยล่อใจแม่ไก่ เช่น บล็อกสำหรับจิก หรือก้อนหญ้าอัลฟาลฟา

พันธะสัญญา เบทเทอร์ชิกเก้น หรือบีซีซี  

               ผู้ผลิตทั่วโลกกำลังมองหาสิ่งที่ช่วยเพิ่มสวัสดิภาพสัตว์ หลายรัฐในสหรัฐฯ และยุโรป เกิดความตื่นตัวล่วงหน้าไปแล้ว แต่สหรัฐฯยังตามสหภาพยุโรปในบางประเด็นด้านสวัสดิภาพสัตว์ เมื่อภาคการผลิตไก่เนื้อเริ่มต้นแล้ว ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และสหภาพยุโรปใช้ระบบบีซีซี (Better Chicken Commitment, BCC) โดยบีซีซีมีนโยบาย ๖ จุดเพื่อเพิ่มสวัสดิภาพสัตว์ของไก่เนื้อในปี พ.ศ.๒๕๖๗ นี้ ถึงมิถุนายน ๒๕๖๓ บริษัทด้านอาหาร ๑๘๐ แห่งทั่วโลก ลงนามในพันธะสัญญาบีซีซีนี้แล้ว รวมถึง เคเอฟซี เบอร์เกอร์คิง ซับเวย์ ชิโปเล่ เดนนี้ เนสเล่ และกลุ่มบริษัทคอมพาส พันธะสัญญาบีซีซีนี้จะเริ่มต้นกับภาคการผลิตไก่ไข่ต่อไป

บริษัทผู้ผลิตพันธุ์สัตว์

                ในอนาคตเชื่อว่า ผลกระทบทางลบจากการเปลี่ยนจากกรงตับเป็นระบบกรงใหญ่จะคลี่คลายไปในที่สุดด้วยการปรับการจัดการที่ดี และการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ผู้เล่นสำคัญ ๒ รายของโลก ได้แก่ กลุ่มเฮนดริกซ์ และอีดับบลิว เริ่มไปแล้ว ในอนาคตจะไม่ได้คัดเลือกพันธุ์สัตว์โดยใช้ข้อมูลด้านการให้ผลผลิต และแม่ไก่ที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังรวมเอาพฤติกรรมสัตว์ไว้ด้วย สังเกตได้ว่าแม่ไก่สีน้ำตาลจะสงบดีขึ้น ไม่ตื่นตกใจง่ายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากแม่ไก่สีน้ำตาลไม่ค่อยเคลื่อนไหว ก็จะได้ไข่พื้นเพิ่มขึ้น ทั้งการจัดการ การให้อาหารสัตว์ โครงสร้างโรงเรือน และการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ล้วนมุ่งหน้าไปสู่ระบบการจัดการสำหรับไก่ไข่ ต้องมีทั้งเงินลงทุนทั้งสูงและประหยัด เพื่อให้สวัสดิภาพสัตว์สำหรับแม่ไก่ที่ดีที่สุด           

เอกสารอ้างอิง

Global Poultry Sector Authors.  2023. Welfare doesn’t come automatically with a switch to aviary systems. [Internet]. [Cited 2023 Jul 12]. Available from: https://www.poultryworld.net/poultry/layers/welfare-doesnt-come-automatically-with-a-switch-to-aviary-systems/

ภาพที่ ๑ แค่เปลี่ยนเป็นระบบเลี้ยงกรงใหญ่ ไม่ได้ช่วยสวัสดิภาพสัตว์ดีไปด้วย (แหล่งภาพ Global Poultry Sector Authors)



วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

แนวโน้มเมล็ดพืชน้ำมันราคาแพง

 ถั่วเหลืองในชิคาโก และเรพซีดในปารีสราคาสูงขึ้นร้อยละ ๗ ถึง ๘ ในช่วงต้นสัปดาห์เปรียบเทียบกับกลางสัปดาห์ที่แล้ว โดยเฉพาะรายงานจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯเกี่ยวกับการหว่านเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองในสหรัฐฯเป็นแรงกระตุ้นให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น 

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เชื่อว่า พื้นที่เพาะปลูกของถั่วเหลืองจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว รายงานใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว พบว่า ความจริงเกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม แทนที่จะมีถั่วเหลืองขึ้นเล็กน้อย ชาวอเมริกันกลับเพาะปลูกน้อยลงกว่าปีที่แล้วร้อยละ ๕ เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด และส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้น

ผลผลิตข้าวโพดสูงกว่าถั่วเหลือง

               เกษตรกรเองไม่ได้ประหลาดใจไปด้วยที่ข้าวโพดเพาะปลูกมากขึ้น และถั่วเหลืองน้อยลง หากสภาวะอากาศดีสำหรับการเพาะปลูกข้าวโพด ก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจปลูกถั่วเหลือง เนื่องจาก ข้าวโพดน่าจะให้ผลผลิตสูงกว่าถั่วเหลือง และในคอร์เบล์ท (corn belt) ที่เหมาะสำหรับปลูกข้าวโพดในปีนี้ ก็ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ยกเว้น ในนอร์ธ ดาโกต้า

คาดการณ์สต๊อกใหม่

               อิทธิพลของพื้นที่เพาะปลูกใหม่ส่งผลต่อการคาดการณ์สต๊อกใหม่ แสดงให้เห็นว่า สต๊อกถั่วเหลืองสหรัฐฯน้อยลงร้อยละ ๑๘ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายนเทียบกับปีที่แล้ว ดังนั้น สต๊อกดังกล่าวน้อยลงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น

กดดันราคาเรพซีด

                  สำหรับพืชน้ำมันอีกชนิดอย่างเรพซีด คาดว่าจะเกิดแรงกดดันต่อราคา บางส่วนเป็นผลมาจากการเก็บเกี่ยวที่ใกล้เข้ามาในสหภาพยุโรป และปริมาณผลผลิตคาดว่าดีพอใช้ทั่วโลก เช่น พื้นที่เพาะปลูกในคานาคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

พยากรณ์ผลผลิตในสหภาพยุโรป

               การพยากรณ์ผลผลิตในสหภาพยุโรปมีแนวโน้มลดลง สำนักงานการตลาดฝรั่งเศส รายงานผลผลิตธัญพืชคาดว่าลดลงระหว่าง ๖๐๐,๐๐๐ ตันถึง ๑๙.๘ ล้านตัน โดยคาดการณ์ปรับใหม่ คณะกรรมาธิการยุโรป ตั้งเป้าผลผลิตไว้ ๑๙.๙๑ ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑.๙ หรือ ๑๙.๕๔ ล้านตันในปี พ.ศ.๒๕๖๕ แต่ต่ำลง ๐.๓ ล้านตันจากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนพฤษภาคมปีนี้

คานาดาเพิ่มการเพาะปลูกเรพซีด

               การเพาะปลูกเรพซีดในคานาดาคาดว่าจะขยายพื้นที่ขึ้นร้อยละ ๓.๒ ในปีนี้เป็น ๘.๙๔ ล้านเฮกเตอร์ จากรายงานข้อมูลทางสถิติในคานาดาโดย StatCan ทั้งนี้การขยายพื้นที่เพาะปลูกเรพซีดในคานาดาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้อย่างมาก ถึงกระนั้น ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า สภาวะอากาศในฤดูกาลเพาะปลูกจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อปริมาณผลผลิตในพื้นที่ คานาดาเป็นประเทศที่มีการผลิตเรพซีดมากที่สุดในโลก

               ในปีที่ผ่านมา คานาดาผลิตเรพซีดได้รวมแล้ว ๑๘.๒ ล้านตัน ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐซัสแคตเชวัน โดยมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของการผลิตรวม ราวร้อยละ ๓๐ ปลูกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในรัฐอัลเบอร์ตา และอีกร้อยละ ๑๕ ปลูกเพิ่มขึ้นในทางตะวันออกของมานิโตบา การขยายพื้นที่การเพาะปลูกเรพซีดในเมืองสำคัญอย่างรัฐซัสแคตเชวัน ขยายพื้นที่ขึ้นร้อยละ ๘.๘ คิดเป็น ๕ ล้านเฮกเตอร์เท่านั้น นอกเหนือจากนั้น เป็นพื้นที่ขนาดเล็กๆ

เอกสารอ้างอิง

Global Poultry Sector Authors. 2023. Oilseeds record significant price gains. [Internet]. [Cited 2023 Jul 6]. Available from: https://www.poultryworld.net/the-industrymarkets/market-trends-analysis-the-industrymarkets-2/oilseeds-record-significant-price-gains/

ภาพที่ ๑ เมล็ดพืชน้ำมันราคาแพง (แหล่งภาพ Canva)



เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...