วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564

สัตว์ปีกโปแลนด์ฟื้นตัวท่ามกลางตลาดที่ยากลำบาก

 ผู้ผลิตสัตว์ปีกโปแลนด์ฟื้นตัว แต่ตลาดยังคงยากลำบาก

ผู้ผลิตสัตว์ปีกโปแลนด์ตระเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตไก่พันธุ์โดยใช้เวลาไม่ถึง ๒ เดือนตั้งแต่การระบาดของโรคไข้หวัดนกสิ้นสุดลง สภาสัตว์ปีกและผู้ผลิตอาหารสัตว์แห่งชาติ อ้างว่า โปแลนด์สูญเสียไก่พันธุ์ (เนื้อ) มากถึง ๑.๘ ล้านตัว เนื่องจาก การระบาดของโรคไข้หวัดนกในปีนี้ ในช่วงที่การระบาดสูงที่สุด การทำลายสัตว์ปีกจากโรคไข้หวัดนกส่งผลให้นักวิเคราะห์เตือนว่า เป็นการสูญเสียฐานการผลิตสัตว์ปีกพันธุ์ขนาดใหญ่ที่จะส่งผลต่อความยากลำบากในการผลิตสัตว์ปีกต่อไป โดยคาดการณ์ว่าราคาไข่ฟักจะทะยานสูงขึ้น แต่ในเวลานี้ จำนวนไก่พันธุ์ (เนื้อ) กลับมาเลี้ยงได้ถึง ๒๒.๘ ล้านตัวใกล้เคียงกับระดับก่อนการเกิดโรคระบาด

นั่นหมายความว่า โรคไข้หวัดนกที่คาดว่าจะทำส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตไข่ฟักเป็นเวลาหลายเดือน หรือหลายปี แต่ส่งผลเพียง ๒ เดือนเท่านั้น จนถึงปัจจุบัน การระบาดของโรคไข้หวัดนกครั้งล่าสุดได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคมมีแม่ไก่จำนวน ๕๗๐,๐๐๐ ตัว เกิดขึ้นในฟาร์มบริเวณย่าน Zuromin ในปีนี้เมือง Masovia และ Great Poland เป็นพื้นที่ที่เกิดการระบาดร้ายแรงที่สุด โดยภาพรวมแล้ว เกิดการระบาดทั้งหมด ๓๓๙ ครั้งในปีนี้ เทียบปับ ๕๔ ครั้งในปีที่แล้ว โดยมีสัตว์ปีกถูกทำลายรวมแล้ว ๑๒ ล้านตัว

ปัญหาในการผลิตสัตว์ปีกยังคงมีต่อไป

                 การผลิตสัตว์ปีกในโปแลนด์ยังคงผันผวน และผลกำไรค่อนข้างต่ำ เนื่องจาก โปแลนด์พึ่งพาการส่งออกไปหลัก ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกโปแลนด์ยังคงถูกห้ามส่งออกในหลายประเทศที่สำคัญ ดังนั้น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกจึงจำหน่ายให้กับตลาดภายในประเทศ ราคาเนื้อสัตว์ปีกตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเป็นผลมาจากการขาดแผนการผลิต

การวางแผนการผลิตสัตว์ปีก

              การวางแผนการผลิตสัตว์ปีกเป็นไปได้ยาก เนื่องจากร้อยละ ๓๐ ของตลาดเนื้อสัตว์ปีกไม่มีการทำข้อตกลงกับห่วงโซ่ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต นั่นหมายความว่า การผลิตไก่พันธุ์ที่ขาดข้อมูลดังกล่าวในการตัดสินใจ การผลิตไก่จึงเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบว่าใครจะซื้อ หากตลาดมีความต้องการสูง ผู้ประกอบการก็จะกอบโกยกำไรไว้ได้ แต่หากไก่ล้นตลาด ราคาก็จะตกต่ำลงมากทั้งตลาด  

เอกสารอ้างอิง

Vorotnikov V. 2021. Polish poultry industry recovers, but market remains rough. [Internet]. [Cited 2021 Oct 7]. Available from: https://www.poultryworld.net/Meat/Articles/2021/10/Polish-poultry-industry-recovers-but-market-remains-rough-801891E/

ภาพที่ ๑ โปแลนด์สูญเสียไก่พันธุ์ (เนื้อ) ไปกว่า ๑.๘ ล้านตัวเนื่องจากโรคไข้หวัดนก (แหล่งภาพ Koos Groenewold)



วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564

“Better life” สำหรับซูปเปอร์มาร์เก็ตดัทช์

 ภายในปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๖ นี้ เนื้อไก่สดที่จำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ต ของประเทศเนเธอร์แลนด์ จะต้องมีเครื่องหมายเป็นจำนวนดาวสำหรับเบทเทอร์ เลเวน หรือเบทเทอร์ ไลฟ์ อย่างน้อย ๑ ดวง

รายชื่อซูเปอร์มาร์เก็ตครบถ้วนแล้วในปัจจุบันเป็นหลักไมล์ที่ยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในโลก องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ในเนเธอร์แลนด์ แวคเกอร์ ไดเออร์ (Wakker Dier) แสดงความภาคภูมิใจต่อซูเปอร์มาร์เก็ต และภาคการผลิตไก่ในเนเธอร์แลนด์ และคาดหวังจะได้เห็นฟาร์มที่เป็นมิตรต่อสัตว์มากขึ้น

              เชนซูเปอร์มาร์เก็ตในเนเธอร์แลนด์ บอนี่ เป็นร้านสุดท้ายที่ตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้เนื้อไก่เบทเทอร์ไลฟ์ ๑ ดาวเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สุดสำหรับสินค้าไก่สด ก่อนหน้านี้ ร้านเชนซูเปอร์มาร์เก็ตในดัทช์รายอื่นๆได้ประกาศว่า ลูกค้าจะซื้อเนื้อไก่สดที่มีเครื่องหมายคุณภาพเบทเทอร์ไลฟ์อย่างน้อย ๑ ดาวไปเรียบร้อยแล้ว โดยห้างอัลเบิร์ต เฮนจ์ ได้ประกาศเป็นรายแรกตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม

 ดาวเบทเทอร์ไลฟ์

              เนื้อไก่ภายใต้เครื่องหมายดาวเบทเทอร์ไลฟ์เป็นไปตามที่กำหนดไว้โดยแวคเกอร์ ไดเออร์ เริ่มตั้งแต่พันธุ์ไก่ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดี เป็นสายพันธุ์ไก่โตช้า เลี้ยงภายใต้สภาวะที่ดี สัตว์มีโอกาสได้มีความสุขกับแสงแดด มีพื้นที่การเลี้ยงเพิ่มขึ้น และสามารถเดินออกไปภายนอกโรงเรือนได้ เครื่องหมายคุณภาพเบทเทอร์ไลฟ์เป็นเครื่องหมายคุณภาพที่บ่งชี้ถึงการปกป้องสัตว์

ผลกระทบต่อภูมิอากาศโลก

              สำหรับห้างบอนี่ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายสุดท้ายที่เปลี่ยนมาใช้เนื้อไก่ภายใต้เครื่องหมายคุณภาพเบทเทอร์ไลฟ์ ๑ ดาว แม้ว่า เครื่องหมายคุณภาพนี้จะบ่งชี้ถึงสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้น แต่ยังหมายถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย หากไก่ต้องเลี้ยงต่อไปอีก ๒ สัปดาห์ ก็จะกิน ดื่มน้ำ และขับถ่ายเพิ่มขึ้นอีก ๒ สัปดาห์ และส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศโลกได้เช่นกัน

การลงทุนเลี้ยงไก่เบทเทอร์ไลฟ์

              เพื่อผลิตเนื้อไก่ภายใต้เครื่องหมายคุณภาพเบเทอร์ไลฟ์ ฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อต้องมีพื้นที่ภายนอกโรงเรือนให้ไก่ออกไปภายนอกได้ จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์การเกษตรกรเชื่อว่า ผู้เลี้ยงจะสามารถคืนทุนได้ในอนาคตอันใกล้จากราคาจำหน่ายสินค้าพิเศษนี้

เอกสารอ้างอิง

Berkhout N. 2021. A ‘better life’ for all Dutch supermarket chickens. [Internet]. [Cited 2021 Aug 26]. Available from: https://www.poultryworld.net/Meat/Articles/2021/8/A-better-life-for-all-Dutch-supermarket-chickens-784610E/  

ภาพที่ ๑ การผลิตไก่ภายใต้เครื่องหมายคุณภาพเบทเทอร์ไลฟ์ ผู้เลี้ยงไก่เนื้อต้องจัดให้มีพื้นที่ภายนอกโรงเรือนเพิ่มขึ้น (แหล่งภาพ fotobility)




อียูอนุญาตใช้โปรตีนที่ผลิตจากสัตว์ในอาหารสัตว์

 ร่างกฎระเบียบที่จะพลิกกลับการห้ามใช้โปรตีนจากสัตว์กับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในยุโรปกำลังผ่านการรับรอง

ร่างกฎระเบียบของคณะกรรมาธิการยุโรปว่าด้วย การให้อาหารสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เคี้ยวเอื้อง ครอบคลุมทั้งสุกร และสัตว์ปีก โดยใช้โปรตีนจากสัตว์ที่ผ่านการแปรรูป กำลังได้ไฟเขียวภายหลังการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วเป็นระยะเวลา ๔ เดือน การใช้โปรตีนจากสัตว์ในการเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เคี้ยวเอื้องถูกห้ามตั้งแต่การระบาดของโรควัวบ้า ที่เริ่มต้นขึ้นในสหราชอาณาจักรช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๓ และเชื่อว่ามีสาเหตุโดยการให้อาหารสัตว์ที่ผลิตจากเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และกระดูกป่น โรควัวบ้าได้รับการยืนยันในผู้ป่วยสหราชอาณาจักรระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๙ จนถึง พ.ศ. ๒๕๕๘ โคจำนวนมากกว่า ๔ ล้านตัวถูกทำลาย และไม่มีรายงานมานานกว่า ๔ ปีแล้ว เชื่อว่า โรคนี้ได้ถูกกำจัดไปเรียบร้อยแล้ว

การส่งเสริมอาหารสัตว์ท้องถิ่น

              นับตั้งแต่การสั่งห้ามใช้โปรตีนจากสัตว์ การนำเข้าถั่วเหลืองจากทวีปอเมริกาเหนือ และใต้กลายเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญในอาหารสัตว์ ซึ่งอียูมองว่าไม่มีความยั่งยืน ดังนั้น คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเห็นว่าควรส่งเสริมการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์จากท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภายในภูมิภาค  ตามกฎระเบียบใหม่นี้จะอนุญาตให้ใช้โปรตีนจากสัตว์ที่ผ่านการแปรรูป (processed animal protein, PAP) ที่ผลิตจากสุกร สามารถผสมในอาหารสัตว์ปีก และที่ผลิตจากสัตว์ปีก สามารถผสมในอาหารสุกรได้ ภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวด โดยต้องมีการแสดงผลการตรวจสอบด้านดีเอ็นเอในเชิงคุณภาพ เป็นข้อกำหนดที่เข้มงวดสำหรับโรงฆ่าสัตว์ และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และยังต้องมีข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านระบบ HACCP การติดฉลากระบุโปรตีนจากสัตว์ที่ผ่านการแปรรูป การใช้โปรตีนจากสัตว์ที่ผลิตจากโคยังไม่ได้รับอนุญาต  

โปรตีนจากสัตว์ที่ผ่านการแปรรูปที่เตรียมจากแมลง

              คณะกรรมาธิการยุโรปยังทบทวนการอนุญาตให้มีการใช้ PAPs ที่เตรียมจากแมลง สำหรับอาหารสุกร และสัตว์ปีก จนถึงปัจจุบัน น้ำมันจากแมลงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารสัตว์ และการใช้โปรตีนจากแมลงในปลาป่น การเคลื่อนไหวนี้ได้รับการต้อนรับโดย Copa-Cogeca สหภาพเกษตรกรชั้นนำในอียู โดยอ้างว่าการใช้ PAPs เป็นแหล่งสำคัญของสารอาหารที่อุดมไปด้วยฟอสฟอรัส และเป็นโปรตีนที่ย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก ผู้เลี้ยงสุกร และสัตว์ปีกในอียูกำลังคอยการกลับมาของโปรตีนจากสัตว์อีกครั้ง  

            อย่างไรก็ตาม อิตาลีที่เป็นประเทศสมาชิกสภายุโรป พยายามล็อบบี้อย่างหนักในช่วงต้นปีไม่ให้คณะกรรมาธิการยุโรปยกเลิกการสั่งห้ามใช้โปรตีนจากสัตว์ เนื่องจาก เห็นว่าไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมนุษย์ หรือสัตว์ที่ดีสำหรับการยกเลิกคำสั่งห้ามใช้โปรตีนจากสัตว์ ยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่า เจ้าพนักงานรัฐ และผู้ผลิตจะสามารถรับประกันได้ว่าสามารถแยกไลน์การผลิต และสร้างความเชื่อมั่นต่อการควบคุมได้อย่างแม่นยำ

มาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์ และระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ  

              สหราชอาณาจักรให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักษามาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ และความปลอดภัยทางชีวภาพให้อยู่ในระดับสูงที่สุด ภายหลังออกจากสหภาพยุโรปแล้ว และไม่มีข้อผูกมัดทางกฏหมายให้ต้องปฏิบัติ และเปลี่ยนแปลง ดีฟรา (DEFRA, Department of Environment, Food and Rural Affairs กล่าวถึงทางเลือกสำหรับการทบทวนกฏระเบียบว่าด้วยโรค TSE (Transmissible Spongiform Encephalopahy) ในอนาคตจะยังคงรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร และสุขภาพของมนุษย์ และสัตว์ไว้ในระดับสูง โดยพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

เอกสารอ้างอิง

McDougal T. 2021. EU set to allow feeding of animal protein to non-ruminants. [Internet]. [Cited 2021 Aug 27]. Available from: https://www.poultryworld.net/Nutrition/Articles/2021/8/EU-set-to-allow-feeding-of-animal-protein-to-non-ruminants-784605E/

ภาพที่ ๑ คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป จะกลับมาอนุญาตให้ใช้โปรตีนจากสัตว์ที่แปรรูปจากแมลงสำหรับอาหารสุกร และสัตว์ปีก จนถึงปัจจุบันมีเพียงน้ำมันจากแมลงเท่านั้นที่อนุญาตให้ผสมในอาหารสัตว์ และโปรตีนจากแมลงในปลาป่น (แหล่งภาพ Bert Janse)



วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564

การผลิต และส่งออกเนื้อสัตว์ปีกรัสเซียลดลงในปีนี้

 ครึ่งแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้ การผลิตสัตว์ปีกในรัสเซียลดลงร้อยละ ๒.๔๔ เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศ ตั้งแต่ต้นปี

ช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๔ การผลิตสัตว์ปีกรัสเซียลดลงร้อยละ ๖.๒ ถือว่าเป็นการลดลงมากที่สุดตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา การผลิตที่ลดลงมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย รวมถึง การระบาดของโรคไข้หวัดนก และต้นทุนการผลิตที่พุ่งทะยานสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำลังติดตามสัญญาณบวกที่เห็นได้ถึงการฟื้นตัวในช่วงปลายปี และการผลิตภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น

การส่งออกที่ลดลง

              ครึ่งแรกของปีนี้ การส่งออกรัสเซียรวมแล้ว ๑๓๒,๐๐๐ ตัน ลดลงร้อยละ ๖.๖ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นตัวเงินแล้ว รายได้จากการส่งออกลงลงร้อยละ ๗.๒ เป็น ๖.๖ พันล้านบาท ปัจจัยหลักที่กดดันให้การส่งออกลดลงเป็นผลมาจากการส่งออกไปยังจีนที่ลดลงร้อยละ ๒๒ เป็น ๓.๓ พันล้านบาทในครึ่งแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๔    

              หกเดือนแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ราคาเนื้อสุกรในจีนลดลงมาก ส่งผลต่อราคาเนื้อสัตว์ปีกตกต่ำลงไปด้วย ปัจจัยนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกจากรัสเซียให้จีนด้วย การส่งออกจึงลดลงไปด้วย ในบราซิลที่เป็นคู่แข่งสำคัญของรัสเซียในภูมิภาคตะวันออกไกลราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๐ ทำให้สินค้าจากรัสเซียแข่งขันได้เพิ่มขึ้น และกลายเป็นเป้าหมายที่สร้างความหวังสำหรับบริษัทผู้ผลิตต่างๆในรัสเซีย   

ราคากำลังเพิ่มขึ้นต่อไป

              ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นกดดันให้ราคาเนื้อสัตว์ปีกในรัสเซียสูงขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ราคาพุ่งทะยานขึ้นร้อยละ ๒๐ ถึง ๒๒ จากเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่า ราคาที่สูงขึ้นจะไม่เหมือนกันในภูมิภาคต่างๆของรัสเซีย ราคาเนื้อสัตว์ปีกโลกที่เพิ่มขึ้นมีความเชื่อมโยงกับความต้องการที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้เลี้ยงสัตว์ปีกรัสเซียต้องปรับราคาป้ายสินค้า เนื่องจาก การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต นอกเหนือจากต้นทุนอาหารสัตว์ ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และค่าขนส่งก็กำลังเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน 

เอกสารอ้างอิง

Vorotnikov V. 2021. Russian poultry production and exports are down in 2021. [Internet]. [Cited 2021 Aug 4]. Available from: https://www.poultryworld.net/Meat/Articles/2021/8/Russian-poultry-production-and-exports-are-down-in-2021-784604E/

ภาพที่ ๑ ราคาต้นทุนอาหารสัตว์เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสัตว์ปีกในรัสเซีย (แหล่งภาพ Hans Banus) 



วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2564

ไก่พันธุ์ (เนื้อ) ชอบรังวางไข่ไม้

 จำนวนไข่ฟัก การผสมติด และอัตราการฟักเป็นตัว ในไก่พันธุ์ (เนื้อ) เป็นตัววัดประสิทธิภาพการเลี้ยง แต่สิ่งที่น่าปวดหัวมากเป็นพิเศษคือ จำนวนไข่พื้น เนื่องจาก ต้องใช้แรงงานเก็บเป็นพิเศษ  

การเลี้ยงสัตว์อย่างเหมาะสม ให้สัตว์ปีกตื่นตัว และจัดพื้นที่สแลตช่วยป้องกันไข่พื้นได้ แต่งานวิจัยล่าสุด แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการวางไข่ในรังชนิดต่างๆที่ให้ผลแตกต่างกัน

โรงเรือนเลี้ยงไก่พันธุ์ (เนื้อ) ประกอบด้วยอุปกรณ์ และรังสำหรับวางไข่ฟัก การตัดสินใจเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุด แล้วควักเงินซื้อใหม่เป็นต้นทุนการผลิตไม่น้อย อย่างไรก็ตาม การสร้างฟาร์มใหม่ หรือเพิ่มจำนวนโรงเรือน ผู้ผลิตก็สามารถทบทวนพื้นฐานการเลี้ยงสัตว์ ใช้บทเรียน และประสบการณ์ความบกพร่องในอดีต แล้วคิดหาโอกาสที่จะลงทุนด้วยเทคโนโลยีล่าสุดด้วยการมองการณ์ไกลในอนาคต

พฤติกรรมไก่พันธุ์ (เนื้อ)

                 แนวคิดอันบรรเจิดใหม่มาจากนักวิจัย Anne van den Oever นักศึกษาปริญญาเอกชาวดัทช์ที่มหาวิทยาลัยวาเคอนิงเงิน และคณะนักวิจัยกลุ่มเวนโคมาติก ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเบิร์น สวิสเซอร์แลนด์ โดยมองเข้าไปในรายละเอียดของพฤติกรรมไก่พันธุ์ (เนื้อ) ก่อนหน้านี้ได้ลงมือวิจัยด้านพฤติกรรมของไก่ไข่ แต่ยังคงเกิดคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างไก่พันธุ์ และการออกแบบโรงเรือน โดยเฉพาะ ความชื่นชอบรังสำหรับวางไข่แบบต่างๆ ในบางโรงเรือนมักพบปัญหารังไข่ที่แม่ไก่ชอบสุมรวมกัน ทำให้ประสบปัญหาไข่พื้น สายพานส่งไข่ฟักเต็ม และการบาดเจ็บของสัตว์ แม้ว่า รังไข่แบบต่างๆก็เหมือนกัน ไก่ก็มักปีนป่ายกันเนื่องจากปัจจัยด้านพันธุกรรม จากประเด็นหนึ่งก็แตกไปสู่อีกประเด็นหนึ่ง นักวิจัยจึงพยายามออกแบบการทดลองใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่ความชื่นชอบรังวางไข่ชนิดต่างๆ

สภาวะในอุดมคติสำหรับสัตว์      

              แนวความคิดการวิจัยของ Van den Oever เป็นการมองหาชนิดของรังสำหรับวางไข่ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทุกประการ ยังไม่มีมาตรฐานเกี่ยวกับการออกแบบรังสำหรับวางไข่ แต่เกณฑ์ที่สำคัญของสัตว์ ผู้วิจัยเริ่มจากความเห็นของผู้ใช้งานของอุปกรณ์จากแวนโคมาติกมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี เมื่อพยายามปรับปรุงสภาพโรงเรือนที่เหมาะสมสำหรับไก่พันธุ์ (เนื้อ) ที่เลี้ยงเชิงพาณิชย์ คำถามสำคัญคือ แม่ไก่ชอบแบบไหน การจัดรังสำหรับวางไข่ที่ได้รับการออกแบบอย่างดีจะเป็นประโยชน์สำหรับแม่ไก่ และผู้เลี้ยงสัตว์ รวมถึง สวัสดิภาพของสัตว์ก็จะดีขึ้นไปด้วย โดยสอดคล้องกับความต้องการพื้นฐาน และยังช่วยเพิ่มจำนวนไข่ฟักที่วางบนรังสำหรับวางไข่อย่างถูกต้อง   

              ความน่าดึงดูดสนใจของรังไข่สำหรับแม่ไก่มีหลายปัจจัย เช่น ความสงบ ชนิดวัสดุ และบรรยากาศภายในที่สบาย จากประสบการณ์แล้ว นักวิจัยเล็งเห็นว่า รังไข่ที่ไม่เหมาะสมนำไปสู่ปัญหาไข่พื้น ไม่ใช่เพียงจำนวนครั้งต่อรังไข่บ่อยครั้งขึ้น และระยะเวลานั่งวางไข่ก็สั้นลงอีกด้วย โดยสรุปอย่างง่ายก็คือ แม่ไก่ไม่รู้สึกว่าปลอดภัย และมีความสุขขณะวางไข่

การศึกษารังไข่ที่แม่ไก่ชอบเข้า

              นักวิจัยพยายามศึกษาลักษณะรังไข่ที่แม่ไก่ชอบใช้งาน โดยออกแบบลักษณะกล่องรังไข่ ๔ แบบ เพื่อทดสอบความชื่นชอบของแม่ไก่ โดยใช้รังวางไข่ควบคุมเป็นพลาสติก โดยกั้นแบ่งเป็น ๒ ห้อง กล่องพลาสติกที่ติดตั้งระบบระบายอากาศไว้ข้างล่างให้อากาศหมุนเวียนภายในรังไข่ให้รู้สึกเหมือนมีลมพัดสบายในรังไข่ และรังไข่ไม้ ที่มีพื้นที่สัมผัสให้แม่ไก่รู้สึกเหมือนอยู่ในธรรมชาติ

              จำนวนกลุ่มทั้งหมด ๖ กลุ่ม ประกอบด้วยแม่ไก่ ๑๐๐ ตัว และพ่อไก่ เข้าถึงรังไข่ทั้ง ๔ แบบได้แบบสุ่มที่อายุ ๒๐ ถึ ๓๔ สัปดาห์ โดยตรวจพฤติกรรมแม่ไก่ภายในโรงเรือนตลอดเวลาภายในรังไข่ ระหว่างอายุ ๒๔ ถึง ๒๕ สัปดาห์ และ ๒๖ ถึง ๒๗ สัปดาห์ วิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึง กิจกรรมของแม่ไก่ ตรวจสอบสภาพรังวางไข่ การเข้ารังวางไข่ และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

แม่ไก่ชื่นชอบรังวางไข่แบบไม้อย่างชัดเจน       

              จากสมมติฐานที่ว่า หากแม่ไก่ไม่ชื่นชอบรังวางไข่ การออกแบบรังวางไข่ทุกแบบในการศึกษาครั้งนี้ควรมีสัดส่วนร้อยละ ๒๕ ของการวางไข่ พบว่า รังวางไข่ที่มีการระบายอากาศด้วยไม่เป็นที่ดึงดูดใจแล้ว คาดว่าจะมีสัดส่วนร้อยละ ๓๓ ต่อชนิดของรังวางไข่ แต่ค่าเฉลี่ยทางสถิติสามารถใช้วิเคราะห์ด็ต่อเมื่อมองว่าแม่ไก่เป็นเครื่องจักรที่ผลิตไข่เท่านั้น ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า แม่ไก่พันธุ์เนื้อมีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบเป็นพิเศษกับรังวางไข่ที่ทำด้วยไม้มากกว่ารังวางไข่พลาสติก

ทางเลือกรองลงมา

               แม่ไก่เพียงร้อยละ ๑๕ เท่านั้นที่ยังเลือกรังวางไข่ที่ทำด้วยพลาสติก โดยร้อยละ ๑๐ เลือกรังวางไข่ที่มีแผ่นกั้นห้อง และเพียงร้อยละ ๕ เท่านั้นที่เลือกรังวางไข่ที่ติดตั้งระบบระบายอากาศ เนื่องจาก มีรังวางไข่ที่ทำด้วยไม้เพียง ๑ ใน ๔ ของทั้งหมดเท่านั้น แม่ไก่แสดงพฤติกรรมออรวมกันใช้งาน ปีนป่าย และมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพื่อแก่งแย่งกันใช้รังวางไข่ชนิดนี้ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นชัดเจนว่า แม่ไก่เลือกที่ใช้งานรังวางไข่ชนิดนี้ โดยสังเกตเห็นพฤติกรรมกลับมาใช้รังเดิมวันแล้ววันเล่า

              เพื่อทดลองหาทางเลือกรองลงมา นักวิจัยจึงปิดรังวางไข่ไม้ เพื่อดูว่าแบบของรังวางไข่ และตำแหน่งการวางใกล้กับรังไม้ พบว่า รังวางไข่ควบคุมยังเป็นที่ชื่นชอบมากกว่ารังพลาสติก โดยการจัดรังวางไข่ให้ใกล้กับรังไม้ แม่ไก่ก็จะเข้าไปใช้มากกว่า   

              ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แม่ไก่มีพฤติกรรมชื่นชอบรังวางไข่ที่ทำด้วยไม้อย่างชัดเจน วัสดุสำหรับการทำรังวางไข่จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ ดังนั้น การออกแบบรังวางไข่ควรพิจารณาปัจจัยนี้ด้วย การวิจัยครั้งนี้ออกแบบรังวางไข่ตามมาตรฐานโรงเรือนของยุโรป แต่คณะผู้วิจัยก็คาดหวังว่าจะสามารถประยุกต์ใช้กับภูมิภาคอื่นๆด้วยเช่นกัน

เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกฟาร์ม

              โดยสรุปแล้ว ผลการทดลอง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม่ไก่ชื่นชอบรังวางไข่ที่ทำด้วยไม้ ผู้สนับสนุนการวิจัยอย่างเวนโคแมนติก มีพลาสติกคุณภาพสูง และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ในการผลิต จากผลการศึกษาครั้งนี้ บริษัทจึงได้ซื้อกิจการของ Van Gent ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตรังไม้ในระดับโลก โดยหวังว่าจะสามารถผลิตอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับทุกฟาร์มได้ ร่วมกับการจัดการ และการเลี้ยงอย่างเหมาะสม รังไม้สามารถลดปัญหาไข่พื้นได้อย่างดีอีกด้วย

เอกสารอ้างอิง

Brockotter F. 2021. Broiler breeders prefer wooden. [Internet]. [Cited 2021 Aug 4]. Available from: https://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2021/8/Broiler-breeders-prefer-wooden-nests-777162E/

ภาพที่ ๑ ไก่พันธุ์ (เนื้อ) ชอบรังวางไข่ไม้ (แหล่งภาพ Anne van den Oever)



 

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ฝรั่งเศสพิจารณาใช้วัคซีนคุมหวัดนก

 กระทรวงเกษตรฯฝรั่งเศสกำลังพิจารณาการใช้วัคซีนป้องกันสัตว์ปีกสำหรับโรคไข้หวัดนก เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงที่แวะเวียนมาเป็นประจำทุกปี

ฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลินี้ ฝรั่งเศสมีสถิติการระบาดของโรคไข้หวัดนกรวมแล้ว ๔๗๕ ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในฟาร์มห่าน หรือเป็ดในตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ การระบาดคล้ายคลึงกับที่เคยเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึง ๒๕๖๐ สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ปีกหลายพันล้านบาทต่อปี เป็นความสูญเสียรายได้อย่างมหาศาล

ฟัวกราส์กระทบหนักที่สุด

              ผลกระทบที่หนักที่สุดเป็นอุตสาหกรรมการผลิตฟัวกราส์ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณ Landes และ Gers และพื้นที่ใกล้เคียงกับพรมแดนสเปน ในช่วงแรกของการระบาด ผู้นำเข้าฟัวกราส์รายสำคัญของฝรั่งเศส อย่างจีน และญี่ปุ่นได้สั่งห้ามนำเข้าสินค้าเมนูอาหารหรูชนิดนี้ทันทีเป็นเวลาหลายเดือน ผู้ผลิตสัตว์ปีกต้องประสบปัญหาต้นทุนเพิ่มเป็นพิเศษเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่สำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อจากนกป่า แม้ว่า ต้นทุนการผลิตเหล่านี้จะได้รับการอุดหนุนโดยภาครัฐ  

มาตรการที่รุนแรง

              รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร และอาหาร ตัดสินใจใช้มาตรการที่รุนแรงตั้งแต่การระบาดครั้งแรกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศประกาศโซนฉุกเฉิน เพื่อให้เป็นมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับสูงที่สุด และจำกัดการขนส่ง และเคลื่อนย้ายสัตว์ ในช่วงแรก ไม่เพียงสัตว์ในฟาร์มที่ติดเชื้อจะถูกทำลาย แต่ยังรวมถึงฟาร์มใกล้เคียง รวมแล้วมีเป็ด และสัตว์ปีกชนิดอื่นๆไม่ต่ำกว่า ๑.๓ ล้านตัวที่ถูกทำลาย

              รัฐมนตรีฯเข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ระบาดหลายครั้ง และให้คำสัญญาเช่นเดียวกับที่ทำกันเป็นปรกติในฝรั่งเศสว่าจะจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมจากที่ท้องถิ่นให้ ยอดชดเชย ๓.๔ พันล้านบาทได้จ่ายไปแล้วล่วงหน้า

การป้องกันโรค

              แต่รัฐมนตรีก็ยังไม่มีแสดงท่าทีพยายามป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนกต่อไปในอนาคต ดังนั้น ดังนั้น จึงเชิญตัวแทนจากภาคการผลิตสัตว์ปีกุกส่วนเพื่อร่วมประชุมออนไลน์ปรึกษาหารือในการกำหนดแนวทางจัดการอย่างเป็นระบบ

              กาประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนทั้งระดับชาติ และภูมิภาคร่วมมือกันจัดการกับวิกฤติ และปรึกษากันอย่างใกล้ชิด เพื่อหาวิธีใหม่ต่อสู้กับโรคไข้หวัดนก

การป้องกัน และการปรับตัว

              แนวทางการจัดการที่มีการนำเสนอ เริ่มตั้งแต่การทราบถึงจำนวนสัตว์ในฟาร์มตามเวลาจริงๆ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความอ่อนไหวต่อการติดเชื้อมากที่สุด ถัดมาเป็นระบบที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ความเสี่ยงของโรคไข้หวัดนก และการพยากรณ์ และจำลองมาตรการที่จำเป็น เช่น การลดจำนวนประชากรในฟาร์มบางแห่ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรค

              ฟาร์ม และบริษัทผู้เลี้ยงสัตว์ปีก เรียกร้องให้มีการเพิ่มระบบการจัดการให้ดีขึ้น ขณะที่ มาตรการระบบความปลอดภัยชทางชีวภาพได้ยกระดับดีขึ้นแล้วทุกระดับตลอดห่วงโซ่การผลิต สุดท้ายเป็นแผนที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ผลกระทบ และโอกาสในการใช้วัคซีนป้องกันโรคนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ตามแนวความคิด การคาดการณ์ล่วงหน้า การปอ้งกัน และการปรับตัวเพื่อให้เป็นวิธีทางบวกสำหรับสร้างระบบการป้องกันอุตสาหกรรมการผลิตให้ดีขึ้นกว่านี้ โดยอาศัยการวิเคราะห์ความเสี่ยงภายใต้ความหลากหลายของระบบการผลิตในประเทศ  

เอกสารอ้างอิง

Peijs R. 2021. France considers vaccination against bird flu. [Internet]. [Cited 2021 Aug 16]. Available from: https://www.poultryworld.net/Health/Articles/2021/8/France-considering-vaccination-against-bird-flu-781667E/

ภาพที่ ๑ ฟาร์มห่าน และเป็ดทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ สร้างความเสียหายต่อธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (แหล่งภาพ ANP)



วิกฤติแรงงานขาดแคลนในการผลิตสัตว์ปีกอังกฤษ

 มาตรการเร่งด่วนของภาครัฐมีความจำเป็นเพื่อบรรเทาวิกฤติการผลิตเนื้อสัตว์ปีกในสหราชอาณาจักร เนื่องจาก การขาดแคลนแรงงาน

ริชาร์ด กริฟฟิธ สภาสัตว์ปีกสหราชอาณาจักรลดกำลังการผลิตลงแล้ว เนื่องจาก ขาดแคลนแรงงาน สมาชิกสภาฯ ได้ร้องเรียนถึงความจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตเนื้อไก่สัปดาห์ละร้อยละ ๕ ถึง ๑๐ แล้ว เนื้อไก่งวง ลดลงร้อยละ ๑๐ และไก่งวงคริสต์มาสร้อยละ ๒๐ โดยพยายามลดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าในสหราชอาณาจักร และกำลังวิตกว่า สินค้าจากเนื้อไก่จะได้รับผลกระทบทั้งหมด เนื่องจาก การขาดแคลนแรงงาน ความมั่นคงทางอาหารของสหราชอาณาจักรจะถูกทำลายลง เนื่องจาก เคราะห์ร้ายซ้ำเติมจากการลอยตัวของราคาอาหาร และจำเป็นต้องอาศัยอาหารนำเข้าเพิ่มมากขึ้น

ลดกำลังการผลิต และปิดการฝึกอบรม

              โรงงานผลิตอาหารกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน และจำเป็นต้องลดกำลังการผลิต ปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา บางบริษัทมีแรงงานหายไปแล้วร้อยละ ๒๐ ขณะนี้ ผู้ผลิตพยายามลดกำลังการผลิต และจำเป็นต้องปิดชั่วคราวศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน แม้ว่าบางรายจะพยายามลงทุนไปแล้วกว่า ๖๖ ล้านบาท เพื่อเพิ่มความประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการลูกค้า ถึงตอนนี้ก็ต้องลดจำนวนลูกไก่ลง เนื่องจากไม่มีแรงงานที่จะแปรรูปเนื้อไก่ ทั้งนี้เป็นผลลัพธ์จากเบร็กซิต และโควิด ๑๙ เป็นพายุที่สมบูรณ์แบบที่ส่งผลให้มีแรงงานจากสหภาพยุโรปกว่า ๑.๓ ล้านคนเดินทางกลับประเทศตนเอง

ผู้ผลิตอีกราย ๒ ซิสเตอร์

              กลุ่มบริษัท ๒ ซิสเตอร์ สนับสนุนข้อร้องเรียนข้างต้น โดยอ้างถึงผลกระทบจากโรคโควิด ๑๙ และการขาดแคลนแรงงาน ผู้ประกอบการต้องทำงานภายใต้กรอบที่ถือได้ว่าแย่มาก และภาครัฐจำเป็นต้องถามว่า ทำไมจึงจุ่มหัวลงในทราย ทำไมรัฐบาลยังคงต้องจ่ายเงินให้กับประชาชนเกือบสองล้านคน ขณะที่ เศรษฐกิจจำเป็นต้องเปิด และยังคงเกิดวิกฤติแรงงาน ทำไมจึงไม่จัดจำแนกคนงานให้ถูกต้องกับสถานะ ดังนั้น จึงควรพิจารณาเปิดรับคนงานจากอียูเข้ามาในยูเคเพิ่มมากขึ้น

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล

              สภาสัตว์ปีกแห่งสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้รัฐบาล รวมพนักงานในโรงงานผลิตเนื้อสัตว์ปีกไว้ในรายชื่อคนงานที่มีทักษะในงาน และรายชื่ออาชีพที่ขาดแคลน และลดข้อจำกัดด้านเงินเดือน และทักษะที่ไม่มีความจำเป็น ขยายข้อกำหนดด้านคนงานด้านการเกษตรตามฤดูกาลให้ครอบคลุมภาคการผลิตเนื้อสัตว์ปีก เพื่อป้องกันปัญหาความต้องการเนื้อสัตว์ปีกในช่วงการเปิดตลาดซื้อขายในเทศกาลคริสต์มาส สร้างความเชื่อมั่นในการผลิตอาหารให้เป็นแกนของโปรแกรมการอบรมทักษะ เช่น การรับประกันทักษะการทำงานไปตลอดชีวิต และการฝึกหัด เร่งรัดการสำรวจความมั่นคงด้านอาหารตามที่กำหนดไว้ในกฏหมายด้านการเกษตรฉบับใหม่

เอกสารอ้างอิง

McDougal T. 2021. Labour shortage causing crisis in UK poultry supply. [Internet]. [Cited 2021 Aug 19]. Available from: https://www.poultryworld.net/Meat/Articles/2021/8/Labour-shortage-causing-crisis-in-UK-poultry-supply-782238E/

ภาพที่ ๑ สภาสัตว์ปีกแห่งสหราชอาณาจักร อ้างว่า สมาชิกฯได้ลดการผลิตลงแล้ว เนื่องจาก ขาดแคลนแรงงาน (แหล่งภาพ Henk Riswick)




เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...