วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

กลุ่มผู้เลี้ยงไก่สหรัฐฯ ฝันไกลถึงเปลี่ยนโลก

กลุ่มเกษตรกรในสหรัฐฯ คุก เวนเจอร์ เป็นการรวมกลุ่มร่วมกันของเกษตรกร พ่อครัว ผู้ประกอบการร้านอาหาร เนื่องจาก ไม่สามารถแสวงหาแหล่งวัตถุดิบสำหรับการประกอบอาหารอย่างที่ตัวเองต้องการได้ จึงร่วมกันสร้างความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีการเลี้ยงสัตว์ไปสู่เกษตรกรรมฟื้นฟู (Regenerative agriculture)  
               เมื่อประสบปัญหาขาดแคลนระบบการสรรหาอาหารตามที่ตัวเองต้องการไม่ได้ กลุ่มเกษตรกรนี้จึงหันมาพึ่งพาตัวเองโดยการพัฒนาระบบการผลิตที่อาศัยการใช้ประโยชน์จากการสังเคราะห์แสง และจุลินทรีย์ในดินที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อดักจับแก๊สเรือนกระจกไว้ภายในดิน กลุ่มเกษตกรร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ ตรวจวัดคาร์บอนในดิน นักโภชนาการ และองค์ประกอบต่างๆทางชีววิทยาในพื้นที่กว่าสองพันไร่ในรัฐอาร์คันซอ และฟาร์มที่ปลูกพืชไร่สำหรับปศุสัตว์ หลังจากนั้น ติดตามผลปีต่อปี เพื่อประเมินผลต่อสุขภาพดิน ความหลากหลายทางชีวภาพ และประชากรศัตรูพืช ความคิดริเริ่มนี้เป็นผลิตผลจากบริษัทจัดส่งอาหารชื่อว่า Blue Apron

พันธุ์ไก่ทนร้อน และโตช้า
               ตอนนี้เริ่มต้นจำหน่ายพันธุ์ไก่ที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าในราคา ๒๗๑ บาทต่อกิโลกรัมใกล้เคียงกับราคาจำหน่ายไก่อินทรีย์ในปัจจุบัน บริษัทใช้ไก่พันธุ์ Naked Neck Free Ranger จากการผสมพันธุ์ไก่สามสาย เพื่อให้ทนร้อน
               ปัจจุบันมีโรงฟัก ๑ แห่ง โรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อ ๓๐ โรงเรือน และไก่พันธ์ ๒๗ โรงเรือน โดยมุ่งผลิตไก่เนื้อโตช้าที่ใช้เวลาเลี้ยง ๕๕ ถึง ๖๒ วัน โดยจับมือกับบริษัท Fresh Direct เพื่อวางแผนการผลิตไก่ ๒๐๐,๐๐๐ ตัวต่อสัปดาห์ภายในสิ้นปีนี้ หรือ ๑๐ ล้านตัวต่อปี เป็นสัดส่วนที่เล็กมากเทียบกับจำนวนไก่เนื้อในสหรัฐฯทั้งหมด ขณะนี้ กำลังมองแนวโน้มเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้บริโภคอยากกินเนื้อ แต่ยังช่วยรักษาโลกไว้ได้ ยังไงๆคนก็คงไม่หยุดกินไก่ หากเราสามารถลดปริมาณคาร์บอนโดยการสร้างระบบการผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์จะเป็นการดีที่สุดที่เราสามารถตอบสนองความต้องการทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน ผู้สนับสนุนหลายหนึ่งของกลุ่มเกษตรกร คุก เวนเจอร์ ได้แก่ ฟาร์ม Niman Ranch วางแผนจำหน่ายไก่งวงสายพันธุ์ดั้งเดิม
               เกษตรกรรมที่ยั่งยืนมิได้หมายถึงการรักษาสถานภาพปัจจุบัน นั่นยังไม่ดีพอ ยังต้องมุ่งเน้นไปที่สุขภาพ คิดถึงสิ่งที่อยู่ใต้พื้นดินลงไป นั่นคือ เกษตรกรรมฟื้นฟู กลุ่มเกษตรกร คุก เวนเจอร์ วางแผนที่จะซื้ออาหารสัตว์จากเกษตรกรผู้เพาะปลูกท้องถิ่น โดยจ่ายให้ในราคาพรีเมียม เพื่อส่งเสริมการเกษตรแบบฟื้นฟู โดยหวังว่าจะเพิ่มการเติมอินทรียวัตถุลงสู่ดิน และหมุนเวียนการเพาะปลูก เร่งรัดให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ โดยฟื้นฟูผืนดินชุ่มน้ำ ปลูกต้นไม้ และลดการใช้ยาฆ่าแมลง ผ่านการจัดการศัตรูพืชอย่างบูรณาการ ขณะนี้มีการเติบโตของการเกษตรกรรมอย่างหนาแน่นทำลายหน้าดินที่สามารถใช้สำหรับการเพาะปลูก แต่ยังเร็วไปที่จะตัดสินว่า การเกษตรกรรมแบบฟื้นฟูจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้จริงๆ ขณะที่ องค์กรไม่แสวงรายได้อย่างสถาบัน Rodale โต้แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศสามารถพลิกสถานการณ์โลกได้ หากทุกฟาร์มปฏิบัติตามเกษตรกรรมแบบฟื้นฟู และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

เอกสารอ้างอิง
McDougal T. 2019. Chicken rearing that promises to change the world. [Internet]. [Cited 2019 Jun 12]. Available from: https://www.poultryworld.net/Meat/Articles/2019/6/Chicken-rearing-that-promises-to-change-the-world-437814E/?intcmp=related-content

ภาพที่ ๑ลุ่มเกษตรกรคุก เวนเจอร์ หวังต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีการเลี้ยงสัตว์ไปสู่เกษตรกรรมฟื้นฟู (แหล่งภาพ: https://pixabay.com/


วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

อากาศผันผวน เหตุหวัดนกชุกในไต้หวัน


รายงานการระบาดใหม่ไปแล้วอีกแปดครั้งในภาคการผลิตสัตว์ปีกไต้หวัน โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เอช ๕ เอ็น ๒ เบ็ดเสร็จทั้งปีก็สูญเสียชีวิตกันไปแล้วเกือบครึ่งล้าน  สัปดาห์ที่ผ่านมา โรคไข้หวัดนกขาลงเหลือเพียงสองประเทศเท่านั้นที่ยังคงขยันรายงานโรคระบาดต่อโอไออี ไต้หวัน และเวียดนาม
               ไต้หวัน ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง ๕ ครั้งเกิดจากเชื้อเอช ๕ เอ็น ๒ วาเรียนต์ ในสัตว์ปีกมากกว่า ๗๒,๕๐๐ ตัว หนึ่งในนั้นเป็นเป็ดเนื้อ ส่วนที่เหลือเป็นไก่พื้นเมือง โดยปรากฏอาการทางคลินิก และตายทุกฟาร์ม อีกสามแห่งตั้งอยู่คนละเมืองกันในตำบลหยุนหลิน อีกสองแห่งอยู่ในชางฮัว ทำให้รวมแล้วเกิดการระบาดในตำบลนี้ไปแล้ว ๒๑ ครั้ง นับตั้งแต่มีรายงานอย่างเป็นทางการ สื่อท้องถิ่นได้รายงานเพิ่มขึ้นอีก ๓ รายในฟาร์มสัตว์ปีก ทำให้ตัดสินใจทำลายสัตว์ปีกในเมืองหยินหลินไปมากกว่า ๗,๕๐๐ ตัว รายงานล่าสุดนี้ทำให้จำนวนครั้งของการระบาดจากโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงในประเทศไต้หวันรวมแล้วเป็น ๓๕ ครั้ง โดยมีการทำลายสัตว์ปีกไปแล้ว ๔๖๑,๐๐๐ ตัวในตำบลหยุนหลิน ชางฮัว และผิงตง การเปลี่ยนแปลงของอากาศในตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศไต้หวันถูกอ้างว่าเป็นสาเหตุของการระบาดหนักของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงโดยสำนักงานตรวจสอบสุขภาพ และกักกันพืช และสัตว์ (Bureau of Animal and Plant Health Inspection and Quarantine, BAPHIQ)
               เวียดนาม กระทรวงเกษตร และพัฒนาชนบท (Ministry of Agriculture and Rural Development, MARD) เวียดนามรายงานต่อโอไออีว่า เชื้อไวรัสสับไทป์เอช ๕ เอ็น ๖ วาเรียนต์ตรวจพบอีกครั้งในสามเหลี่ยมแม่น้ำแดงในฝูงสัตว์ปีกชนบทที่มีไก่ราว ๑,๐๐๐ ตัวตั้งแต่วันที่ ๒๓ มิถุนายน เป็นต้นมา โดยมีไก่ตายไปแล้ว ๓๐ ตัว ที่เหลือถูกทำลาย หลังจากก่อนหน้านี้เคยตรวจพบในจังหวัดไทยบินฮ์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อ้างตาม MARD โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง เอช ๕ เอ็น ๑ ในสามเหลี่ยมแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของเวียดนามได้สิ้นสุดลงแล้ว ภายหลังการรายงานการระบาดเพียงครั้งเดียวในสัตว์ปีกบ้านในจังหวัดเหิ่วซางตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมมาแล้ว
               อินเดีย รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรอินเดียแจ้งต่อโอไออีว่า โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง สับไทป์เอช ๕ เอ็น ๑ ในรัฐพิหารได้สงบลงแล้ว การระบาดครั้งหลังสุดเกิดขึ้นนานมาแล้วตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้ว ๓ ครั้งในรัฐทางตะวันออกของประเทศ

เอกสารอ้างอิง

ภาพที่ ๑ การเปลี่ยนแปลงของอากาศในตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศไต้หวันถูกอ้างว่าเป็นสาเหตุของการระบาดหนักของโรคไข้หวัดนก (แหล่งภาพ https://pixabay.com/)


วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สุดยอดประเทศผู้ส่งออกเนื้อไก่

ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา  ตลาดส่งออกเนื้อไก่สดทั่วโลกมีมูลค่าราวสองแสนล้านบาท ขณะที่ เนื้อไก่แช่แข็งยังสูงกว่ามากมีมูลค่าราวห้าแสนล้านบาท โดยภาพรวม การส่งออกเนื้อไก่สดแต่ละประเทศมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ ๑๕ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ในเวลานั้น การส่งออกเนื้อไก่สดมีมูลค่าราวหนึ่งแสนแปดพันล้านบาทเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม การส่งออกเนื้อไก่แช่แข็งลดลงร้อยละ ๑๓  
สิบสุดยอดประเทศผู้ส่งออก เนื้อไก่สด ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๖๑ โดยรวมทั้งยอดนำเข้าไก่ตัว หรือชิ้นส่วน คิดเป็นร้อยละ ๘๒ ของยอดการจำหน่ายเนื้อไก่สดทั่วโลกแล้ว
ลำดับ
ประเทศ
มูลค่า (ล้านบาท)
ร้อยละ
เนเธอร์แลนด์
๔๖,๑๘๐
๒๒
โปแลนด์
๔๐,๐๒๐
๒๐
เบลเยียม
๒๑,๘๘๗
๑๑
สหรัฐฯ
๑๖,๗๑๖
เยอรมัน
๑๓,๖๓๘
ฝรั่งเศส
๗,๓๘๘
จีน
๖,๙๘๘
เบลารุส
๕,๕๑๐
ออสเตรีย
๔,๖๑๘
๑๐
อิตาลี
๔,๖๑๗
ประเทศผู้นำส่งออกเนื้อไก่สดที่เติบโตเร็วที่สุด ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ได้แก่ ยูเครน เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ร้อยละ ๕๑๐๖ โปแลนด์ ร้อยละ ๙๖ ออสเตรีย และจีน และประเทศที่มีการส่งออกลดลง ได้แก่ สหรัฐฯ ร้อยละ ๓๔ สหราชอาณาจักร ร้อยละ ๒๔ ฮังการี และเยอรมัน
ผู้นำด้านการส่งออกเนื้อไก่สดอย่างสหรัฐฯและเนเธอร์แลนด์ ยังติดชื่อในสุดยอดประเทศผู้ส่งออกเนื้อไก่แช่แข็งอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตกลงตามหลังบราซิลที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งยอดส่งออกเนื้อไก่แช่แข็ง
สิบสุดยอดประเทศผู้ส่งออก เนื้อไก่แช่แข็ง ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๖๑ คิดเป็นร้อยละ ๘๔ ของยอดการจำหน่ายเนื้อไก่สดทั่วโลกแล้ว
ลำดับ
ประเทศ
มูลค่า (ล้านบาท)
ร้อยละ
บราซิล
๑๘๑,๖๓๐
๓๗
สหรัฐฯ
๘๓,๑๒๐
๑๖
เนเธอร์แลนด์
๓๖,๙๔๐
ฮ่องกง
๒๗,๕๙๒
โปแลนด์
๒๒,๕๐๓
ไทย
๒๐,๒๒๕
ตุรกี
๑๖,๘๓๙
ยูเครน
๑๑,๒๓๖
ฝรั่งเศส
๙,๒๐๕
๑๐
ชิลี
๘,๗๑๒
               หกประเทศแรกขยายการจำหน่ายเนื้อไก่แช่แข็งส่งออกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ได้แก่ ไทย ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๘ โปแลนด์ ร้อยละ ๔๕ ชิลี ยูเครน และฮ่องกง
               ส่วนประเทศที่มียอดส่งออกเนื้อไก่แช่แข็งลดลง ได้แก่ อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส เยอรมัน และสหรัฐฯ

เอกสารอ้างอิง

Workman D. 2019. Chicken Exports by Country. [Internet]. [Cited 2019 May 5]. Available from: http://www.worldstopexports.com/chicken-exports-by-country/


ภาพที่ ๑ สุดยอดประเทศผู้ส่งออกเนื้อไก่ (แหล่งภาพ https://pixabay.com/)



วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ตลาดสัตว์ปีกโลก เท่กว่าถ้ากล้าแตกต่าง

โรโบแบงค์ ทำนายว่า ตลาดไก่เนื้อโตช้าจะเติบโตจากร้อยละ ๘ เป็นร้อยละ ๒๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ นี้
         ตลาดค้าสัตว์ปีกโลกกำลังฉายไฟบนเวทีต้อนรับเนื้อไก่โตช้า ผู้ประกอบการที่ชาญฉลาด ไวต่ออนาคตกล้าสร้างความแตกต่าง แสวงหาโอกาสของตลาดทางเลือกใหม่ในการผลิตแทนที่จะลุยถั่วกับสงครามการตลาดในน่านน้ำสีแดง ผู้ประกอบการในยุโรปขยับปรับตัวแล้ว ด้วยความเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ และมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในโลก ย่อมสร้างความได้เปรียบเหนือกว่า

สหภาพยุโรป พื้นที่การผลิตที่แพงที่สุดในโลก
                    หากเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตในประเทศผู้ผลิตสัตว์ปีกสำคัญทั่วโลกจะพบว่า ยุโรปเป็นภูมิภาคที่มีการผลิตไก่เนื้อที่ใช้ต้นทุนแพงที่สุดในโลก ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดที่สุด เผชิญหน้ากับความกดดันจากองค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ ภายใต้ข้อจำกัดของต้นทุนการผลิต และที่ดินราคาแพง ตลอดจนค่าแรงที่สุด ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยของไก่เนื้ออยู่ที่ ๒๘.๕๐ บาทต่อน้ำหนักไก่มีชีวิต ๑ กิโลกรัม และต้นทุนการแปรรูปการณ์ผลิต ๕๐.๔๓ บาท ขณะที่ คู่แข่งขันในตลาดอย่างบราซิล และยูเครน สามารถผลิตไก่แบบเดียวกันถูกกว่า ๑๓.๑๓ บาท และมีกำไรอยู่ได้ร้อยละ ๒๒ ถึง ๒๔ แม้กระทั่ง ประเทศที่ต้องถูกจัดเก็บภาษีเต็มพิกัดเพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรปก็ยังสามารถแข่งขัน และทำกำไรได้ดีอีกด้วย

การเลี้ยงไก่เนื้อโตช้า เพิ่มมูลค่าสินค้า
               กลยุทธ์การตลาดที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในสหภาพยุโรปที่ได้รับการกล่าวขวัญกันอย่างมากคือ การเลี้ยงไก่เนื้อโตช้า จะเป็นปัจจัยที่เพิ่มมูลค่าสินค้าสำหรับผลิตในสหภาพยุโรป ในระยะที่ผ่านมา ไม่ว่าบทความข่าวสารสัตว์ปีกประเภทใดก็ต้องมีคำสำคัญคำว่า ไก่เนื้อโตช้า ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของบทความเสมอ แสดงให้เห็นว่า ทิศทางนี้ถูกขับเคลื่อนอย่างแน่นอน การปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงไก่เนื้อโตช้าครั้งนี้ สหภาพยุโรปตั้งใจยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ในภูมิภาค เพื่อให้อุตสาหกรรมการผลิตไก่เนื้อในยุโรปเพิ่มมูลค่าสินค้าของตนเอง ราคาสินค้าพรีเมียมนี้จะถูกปรับขึ้นอย่างแน่นอน ในกรณีของไก่ของวันพรุ่งนี้ (Chicken of Tomorrow) ใช้เวลาเลี้ยงราว ๔๘ วันก็จะได้ราคาพิเศษขึ้นมาร้อยละ ๑๙ และชีวิตที่ดีกว่าเดิม ๑ ดาว (Better life 1 star) ใช้เวลาเลี้ยง ๕๖ วันก็จะได้ราคาพิเศษอีกร้อยละ ๓๙ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะคล้อยตามก็ยังต้องฟังความต้องการสังคมให้ชัดเจนมากขึ้น และผู้ประกอบการก็ต้องลงทุนมากขึ้น ราคาค้าปลีกของเนื้อไก่ของเนื้อไก่ของวันพรุ่งนี้ปาเข้าไป ๒๗๖ บาทต่อกิโลกรัม และชีวิตที่ดีกว่าเดิมแค่ ๑ ดาวก็ทะลุ ๓๘๐ บาทเข้าไปแล้ว ตลอดห่วงโซการผลิตเนื้อไก่ทุกส่วนสามารถหยิบส่วนต่างของกำไรออกมาได้ไม่ยาก

เอกสารอ้างอิง
Van Horne P. 2019. Global poultry markets: It’s smart to be different. [Internet]. [Cited 2019 Jun 19]. Available from: https://www.poultryworld.net/Meat/Articles/2019/6/Global-poultry-markets-Its-smart-to-be-different-440091E/?cmpid=NLC|worldpoultry|2019-06-28|Global_poultry_markets:_It?s_smart_to_be_different

ภาพที่ ๑ โรโบแบงค์ ทำนายว่า ตลาดไก่เนื้อโตช้าจะเติบโตจากร้อยละ ๘ เป็นร้อยละ ๒๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ (แหล่งภาพ https://pixabay.com/photos/hot-air-balloon-balloon-air-vessel-3536944/)

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

วิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ไข่ไก่อุดมวิตามินดี ง่ายๆแค่ติดไฟยูวี

การให้สัตว์ปีกได้รับแสงยูวี หรืออัลตราไวโอเล็ตช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินดีในไข่ไก่ และเป็นสารอาหารช่วยผู้ป่วยกระดูกเปราะได้

              นักวิชาการอาหารสัตว์ และนักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตรที่มหาวิทยาลัยมาร์ติน ลูเธอร์ แหล่งเยอรมัน ตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการวิทยาศาสตร์สัตว์ปีก งานวิจัยนี้สามารถนำมาใช้ได้จริง ผู้ป่วยจากภาวะขาดวิตามินดีทำให้กระดูกเปราะ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบหายใจ ในช่วงฤดูร้อน เราสามารถได้รับวิตามินดีได้ราวร้อยละ ๙๐ ของความต้องการต่อวันจากแสงแดง ที่เหลือก็ต้องคอยอาหารที่บริโภคเข้าไป โดยเฉพาะ ไข่ไก่ หรือน้ำมันจากปลา อย่างไรก็ตาม ในเมืองหนาว ไม่ค่อยมีแสงแดด และวิถีชีวิตเป็นอุปสรรคต่อผู้คนได้รับวิตามินดีตามธรรมชาติอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี นักวิจัยจึงพยายามมองหาโอกาสเพิ่มปริมาณวิตามินเข้าไปในอาหารแทน

              นักวิชาการอาหารสัตว์จากเยอรมัน ดร.จูเลีย คุน นำเสนอแนวความคิดใหม่โดยกระตุ้นให้ไก่สร้างวิตามินดีตามธรรมชาติ โดยใช้หลอดยูวีในโรงเรือนเลี้ยงไก่ สามารถช่วยเพิ่มวิตามินดีในไข่ไก่ได้ ในตอนแรกของการวิจัย นักวิจัยสามารถพิสูจน์ความสำเร็จเบื้องต้นได้โดยการฉายแสงยูวีโดยตรงให้กับขาไก่ แต่การทดลองครั้งนั้นเป็นสภาวะอุดมคติ ทดลองให้ไก่ได้เพียงครั้งละตัวต่อหลอดยูวีหนึ่งหลอด ผลการวิจัยใหม่ครั้งนี้มีเป้าหมายทดลองความเป็นไปได้ในการใช้วีธีนี้ในโรงเรือนเลี้ยงไก่เปรียบเทียบไก่ ๒ สายพันธุ์ ได้แก่ แม่ไก่ไข่ ลอห์แมนน์ เล็กฮอร์น และลอห์แมนน์ บราวน์ ให้แสงยูวีเป็นช่วงเวลาต่างๆกัน

               นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ปริมาณวิตามินดีจากไข่ไก่ที่ออกมาใหม่ๆ และศึกษาผลของการเพิ่มแสงต่อตัวไก่อีกด้วย ศาสตราจารย์ Eberhard von Borell ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวศาสตร์ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า มนุษย์ไม่สามารถเห็นแสงยูวีได้ แต่ไก่มองเห็น ดังนั้น การให้แสงจึงมีความสำคัญต่อไก่มาก เนื่องจาก แสงมีอิทธิพลต่อทั้งพฤติกรรม และการวางไข่ คณะนักวิจัยวิเคราะห์พฤติกรรมของสัตว์โดยบันทึกภาพวีดีทัศน์ และตรวจสอบสภาพขน เป็นสิ่งบ่งชี้ถึง การบาดเจ็บจากพฤติกรรม และความก้าวร้าว



ผลการวิจัย

              ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าภายหลังสามสัปดาห์ของการให้แสงยูวีเป็นเวลา ๖ ชั่วโมงต่อวัน ปริมาณวิตามินดีในไข่ไก่เพิ่มขึ้นเป็น ๓.๗ เท่าในไข่ไก่พันธุ์ ลอห์แมนน์ เล็กฮอร์น และ ๔.๒ เท่าในไข่ไก่พันธุ์ลอห์แมนน์ บราวน์ แต่ไม่เพิ่มขึ้นอีกในสัปดาห์ถัดๆมา การให้แสดงยูวีเพิ่มขึ้นไม่ได้สร้างปัญหาใดๆต่อแม่ไก่ แม่ไก่ไม่ได้พยายามหลบหลีกพื้นที่รอบดวงไฟ หรือแสดงอาการที่ผิดไปจากปรกติ

              ผลการทดลองครั้งนี้ นักวิจัยสรุปได้ว่า วิธีการนี้สามารถปฏิบัติได้ไม่ยาก นับเป็นการก้าวรุกไปข้างหน้าต่อการป้อนทางเลือกใหม่ไข่อุดมไปด้วยวิตามินดีให้กับผู้บริโภค ผลการวิจัยนี้มีชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษว่า  Feasibility of artificial light regimes to increases the vitamin D content in indoor-laid eggs” เผยแพร่ในวารสารวิชาการชั้นนำด้านสัตว์ปีก Poultry Science



เอกสารอ้างอิง
Kühn et al. 2019. Feasibility of artificial light regimes to increase the vitamin D content in indoor-laid eggs. Poultry Science.               pez234, https://doi.org/10.3382/ps/pez234

ภาพที่ ๑ ผลิตภัณฑ์ใหม่ไข่ไก่ ซูเปอร์พลัส วิตามินดี ง่ายๆแค่ติดไฟยูวี  (แหล่งภาพ pixarbay)




วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

หวัดนกบินหวนกลับเนปาล


เพียงไม่กี่สัปดาห์ที่สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในเนปาลคล้ายจะฟื้นฟูแล้ว พลันก็ปรากฏการระบาดใหม่ภายหลังการจางหายไปกลับสายลมช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูงก็กลับมาระบาดใหม่ในภาคการผลิตสัตว์ปีกของเนปาล ขณะที่ เชื้อไวรัสแวเรียนต์ในเบลเยียมที่เคยคิดว่าเป็นเชื้ออ่อนแรงก็เพิ่งถูกรายงานอย่างเป็นทางการว่า ร้ายแรงพอประมาณจนสามารถทำให้ผู้ประกอบการสามารถร้องขอการสนับสนุนจากภาครัฐบาล
               เนปาล เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเนปาลรายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดนกคลี่คลายลงแล้ว แต่ปัจจุบัน การระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง สับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๑ มีรายงาน ๒ ครั้งต่อโอไออีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รายแรกรายงานอย่างเป็นทางการในฟาร์มไก่พันธุ์ (เนื้อ) อายุ ๑๘ สัปดาห์ จำนวน ๕,๕๐๐ ตัว ที่ฟาร์มในเมืองภักตปุระ หลังจากมีไก่ ๑,๕๐๐ ตัวตาย วันถัดมาก็ยังมียืนยันการปรากฏของเชื้อไวรัสในไก่หลังบ้านจำนวน ๙๐๐ ตัวตายในเมือง Rasuwa ในพื้นที่เดียวกัน
                 ไต้หวัน กรมปศุสัตว์ยืนยันการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงสูง สับไทป์ เอช ๕ เอ็น ๒ ต่อโอไออี เชื้อไวรัสที่พบได้ประจำกลายเป็นเอกลักษณ์สำหรับไต้หวัน และมีรายงานในสื่อมวลชนท้องถิ่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยฟาร์มที่เกิดโรคเป็นไก่พื้นเมืองในเมืองฟ่างหยวนใน มณฑลชางฮัว 

รัฐบาลเบลเยียมชดเชยฟาร์มเกษตรกรเกิดโรคไข้หวัดนก
               เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในเบลเยียมที่ติดเชื้อไวรัสสับไทป์ เอช ๓ เอ็น ๑ จะได้รับการชดเชยทางการเงินจากรัฐบาล ก่อนหน้านี้ เชื้อไวรัสไข้หวัดนกแบบวาเรียนต์ยังจัดเป็นเชื้อที่มีความรุนแรงต่ำ และให้ดำเนินการตามภายใต้กฏระเบียบของโอไออี และ USDA Foreign Agricultural Service (FAS)  
               อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีเกษตรฯของประเทศ ประสบความสำเร็จในการเรียกร้องว่า เชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อให้เกิดอาการเหมือนกับเชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงสูง และในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง สภายุโรปได้อนุญาตให้เบลเยียมใช้มาตรการฉุกเฉินกับฟาร์มที่เกิดโรคได้
               นับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา โรคไข้หวัดนก สับไทป์ เอช ๓ เอ็น ๑ ระบาดไปแล้ว ๖๐ ฟาร์มในมณฑลฟลานเดอร์ตะวันตก โดยเฉพาะ ฟาร์มไก่พันธุ์ แต่ยังพบในฟาร์มไก่ไข่ ไก่งวง ไก่เนื้อ และนกกระจอกเทศ ความเสียหายจากโรคโดยตรงคาดว่าเกินกว่า ๓๔๙ ล้านบาท ทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างที่ประเมินความเสียหายมิได้  
รายงานเชื้อไวรัสชนิดความรุนแรงต่ำในฟาร์มเป็ดเดนมาร์ก
               หนึ่งสัปดาห์ภายหลังการรายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงต่ำ เอช ๗ เอ็น ๗ ในเดนมาร์ก ควบคุมได้เรียบร้อยแล้วในเดนมาร์ก กระทรวงสิ่งแวดล้อม และอาหารก็รายงานการระบาดใหม่ต่อโอไออี รายงานล่าสุดเป็นโรคไข้หวัดนกชนิดความรุนแรงต่ำ เอช ๕ ในเป็นเป็นแมลลาร์ดจำนวน ๓,๐๐๐ ตัว ที่เลี้ยงไว้เพื่อเกมส์กีฬาที่เมือง Fugelberg บนเกาะซีแลนด์ ยังไม่ทราบแหล่งต้นตอ การตรวจพบเชื้อไวรัสเป็นผลมาจากการเฝ้าระวังเชิงรุก โดยสัตว์ไม่แสดงอาการแต่อย่างใด ขณะนี้ กำลังวางแผนทำลายทั้งหมด
อกสารอ้างอิง
Linden J. 2019. Avian flu returns to Nepal. [Internet]. [Cited 2019 Jul 1]. Available from: thttps://www.wattagnet.com/articles/38121-avian-flu-returns-to-nepal?utm_source=KnowledgeMarketing&utm_medium=email&utm_content=Poultry%20Update&utm_campaign=19_07_02_Poultry%20Update_Tuesday&eid=423230450&bid=2477197 
ภาพที่ ๑ องค์กรสุขภาพสัตว์โลก หรือโอไออี (แหล่งภาพ https://blogs.ubc.ca/giraffetransportation/regulations-on-transportation/world-organization-for-animal-health-oie/) 
 

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ดัทช์ฉลุยลดยาปฏิชีวนะในฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ


ยอดการจำหน่ายยาปฏิชีวนะในภาคปศุสัตว์ลดลงร้อยละ ๖๓ ในเนเธอร์แลนด์ แสดงให้เห็นว่า ไม่พบผลกระทบทางลบต่อทั้งการผลิต หรือทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการเลี้ยงไก่เนื้ออย่างที่เกรงกลัวกันไป
               ความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศของผู้ประกอบการเลี้ยงไก่เนื้อในฮอลแลนด์ไม่เป็นอุปสรรคต่อการผลิตไก่เนื้อเลย แถมยังทำให้ฮอลแลนด์กลายเป็นหนึ่งในประเทศแรกในโลกที่สามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้มาจากรายงานล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ผลการวิจัยทางเศรษฐกิจแห่งวาเกนนิงเก้น ตามข้อเรียกร้องจากกระทรวงเกษตรกรรม ธรรมชาติ และคุณภาพอาหาร

การตรวจติดตามการใช้ยาปฏิชีวนะในภาคปศุสัตว์
               รัฐบาลดัทช์เริ่มตรวจติดตามการใช้ยาปฏิชีวนะในการผลิตปศุสัตว์เป็นเวลายี่สิบปีมาแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นต้นมา โดยการบันทึกยอดจำหน่ายรวมของยาปฏิชีวนะทางสัตวแพทย์ จนห้าปีต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็เก็บบันทึกเพิ่มเติมเป็นการใช้อัตราการใช้ยาปฏิชีวนะต่อตัว จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีนโยบายใหม่ให้ลดการใช้ยาโดยตัดสินใจใช้ยาด้วยความรับผิดชอบภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน ในตอนแรก ผู้ประกอบการก็สติแตกตื่นกังวลว่า หากลดการใช้ยาปฏิชีวนะในการผลิตปศุสัตว์แล้วจะส่งผลทางลบต่อประสิทธิภาพการผลิต และผลผลิตการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม ในทางตรงกันข้ามนับตั้งแต่นโยบายปฏิรูปการใช้ยานี้ถูกนำไปใช้จริงก็ยังไม่เห็นแนวโน้มว่าจะส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์แต่อย่างใด
               ต้นทุนการผลิตของภาคการผลิตไก่เนื้อ และสุกรในเนเธอร์แลนด์ก็ยังสู้กับคู่แข่งสำคัญในสหภาพยุโรปได้ทั้งเดนมาร์ก ประเทศที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะเฉลี่ยน้อย เยอรมัน ประเทศผู้ส่งออกไก่เนื้อรายใหญ่ และสเปน ประเทศที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะสูง ตามรายงานที่เชื่อถือได้นี้ก็ยังไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง กับการลดใช้ยาปฏิชีวนะแต่อย่างใด 

มาตรการเชิงรุกของผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์
               เมื่อปราศจากอาวุธที่คุ้นมือแล้ว ผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ชาวดัทช์ก็ไม่ยอมพ่ายแพ้ พยายามแสวงหามาตรการอย่างง่าย และไม่ต้องจ่ายเงินมาก เพื่อส่งเสริมสุขภาพสัตว์ หรือสถานภาพด้านสุขภาพของฟาร์มตนเอง มุ่งเน้นเป็นพิเศษกับการจัดการสุขภาพสัตว์ เช่น การให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้นต่อสุขอนามัย ใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกชนิดต่างที่ออกฤทธ์ต่อต้านการอักเสบ หรือใช้วัคซีนป้องกันโรคไว้ก่อนแทนที่จะรอให้ป่วยจนต้องใช้ยาปฏิชีวนะไปรักษา
ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆในภาคการผลิตไก่เนื้อดัทช์
                ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ตามอัตลักษณ์ของผู้ประกอบการเลี้ยงไก่เนื้อเนเธอร์แลนด์ย่อมไม่ยอมให้เหมือนประเทศใดในโลก ได้แก่
๑.     เปลี่ยนไปเลี้ยงไก่เนื้อโตช้า
๒.    ให้ความสำคัญกับการให้น้ำไก่กินที่สะอาด
๓.    คุณภาพลูกไก่ต้องดีเยี่ยม
๔.    การทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรงเรือนระหว่างการเตรียมโรงเรือนต้องสุดยอด
๕.    ระบบการเลี้ยงแบบเข้าพร้อมกันทั้งหมด และออกพร้อมกันทั้งหมด (All in/all out)
สิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดสำหรับการผลิตเนื้อไก่ในเนเธอร์แลนด์คือ การปรับตัวไปสู่การเลี้ยงไก่เนื้อโตช้า ช่วยให้ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ
เมื่อปีที่แล้ว หนึ่งในสามของการผลิตไก่เนื้อในเนเธอร์แลนด์เป็นไก่เนื้อโตช้า นับเป็นการตอบสนองต่อการรณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ของผู้บริโภค และร้านค้าปลีกภายในประเทศ นั่นคือ การลดการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเป็นรูปธรรมในการผลิตไก่เนื้อเป็นผลมาจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของการเลี้ยงไก่เนื้อโตช้าหนึ่งในสามของการผลิตในประเทศ  

เอกสารอ้างอิง
McDougal T. 2019. Dutch poultry industry not affected by antibiotic reduction. [Internet]. [Cited 2019 Jun 28]. Available from: https://www.poultryworld.net/Health/Articles/2019/6/Dutch-poultry-industry-not-affected-by-antibiotic-reduction-443885E/9  

ภาพที่ ๑ สิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดสำหรับการผลิตเนื้อไก่ในเนเธอร์แลนด์คือ การปรับตัวไปสู่การเลี้ยงไก่เนื้อโตช้า (แหล่งภาพ Ronald Hissink)



เบตา บักส์ เดินหน้าโปรตีนแมลงสำหรับสัตว์ปีก

  เบตา บักส์ ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลง หลังประกาศความคืบ...